ตอนที่7
แพขนตาบางใต้คิ้วงามสีเข้มค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างช้าๆ ท่านประมุขฟื้นขึ้นหลังจากผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยามพอดี คุณชายรองโม่และเหวินเต๋อรีบรุดไปที่ข้างเตียงอย่างยินดี ทว่าดวงตาคมนัยน์ตาดำครามนั้นกลับมองข้ามบุรุษทั้งสองมาทางดรุณีน้อยแปลกหน้าอย่างไม่ชอบใจนัก
"นางเป็นใคร พวกเจ้าปล่อยให้สตรีเข้ามาในห้องของข้าได้อย่างไร" ประมุขพรรคผู้ยิ่งใหญ่กล่าวด้วยน้ำเสียงดุดันน่ายำเกรง สายตาของเขาที่จ้องมองมาทางหลิวฟางเซียนช่างดูไม่เป็นมิตร เห็นทีข่าวลือที่ว่าท่านประมุขเย็นชาต่อสตรีคงจะเป็นเรื่องจริง
"ท่านประมุขอย่าเพิ่งโมโหขอรับ แม่นางผู้นี้เป็นหมอหญิงที่มียาเซียนกำราบพิษ ทะ...ที่ท่านให้ข้าตามหาก่อนหมดสติขอรับ" เหวินเต๋อละล่ำละลักรีบอธิบาย
"ข้าให้เจ้าไปหาแค่ยา มิใช่ว่าให้พาคนมาเสียเมื่อไหร่"ประมุขหนุ่มพ่นลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เหวินเต๋อผู้นี้ช่างไม่ได้เรื่องได้ราวเสียจริง
"หากคนของท่านไม่พาข้ามาด้วย เกรงว่าท่านคงมิอาจฟื้นกระมัง" หลิวฟางเซียนเอ่ยแทรกเสียงนุ่ม ก่อนจะหันมากล่าวกับคุณชายรองโม่โดยไม่สนใจประมุขหนุ่มนี่นอนทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่บนเตียง "เอาล่ะ คุณชายรองโม่ คนก็ฟื้นแล้ว ข้าก็ควรจะกลับได้แล้ว เงินค่ายาเซียนกำราบพิษที่ท่านตกลงไว้พรุ่งนี้ค่อยให้คนนำไปส่งให้ข้าที่จวนราชครูหลิวก็แล้วกัน ข้าขอตัว"
"ได้ๆ พรุ่งนี้ข้าจะให้คนไปจัดการ" คุณชายรองโม่รับปาก ก่อนจะหันมาหาพี่ชายจอมเผด็จการของตนเมื่อเห็นว่าหมอหญิงนางนั้นเดินพ้นประตูไปแล้ว
"ท่านพี่ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง"
"อาเหยียน วางใจเถิด ข้าไม่เป็นอันใดแล้ว และที่สตรีนางนั้นกล่าวหมายความว่าอย่างไรที่ว่าข้ามิอาจฟื้น" โม่เสวี่ยหยางเอ่ยถามอย่างสงสัย
เขาโดนพิษเฟิ่งเซียนฮวาสีนิลมิใช่หรือ เพียงกินยาเซียนกำราบพิษของหุบเขาไป๋ซานก็ขจัดพิษได้แล้ว เหตุใดจึงต้องพานางมาด้วยหรือนางจะมีประสงค์อื่น
"เหวินเต๋อพานางมา นางอาสามารักษาท่านเอง เพราะเหตุใดข้าเองก็ไม่รู้ได้ ทว่าตอนนางมาถึง เพียงตรวจชีพจรท่านนางก็พบว่าท่านได้รับพิษถึงสองอย่าง นางบอกว่าพิษเฟิ่งเซียน ฮวาสีนิลที่ท่านได้รับไม่เพียงปลูกจากปุ๋ยพิษอย่างเฟิ่งเซียนฮวาสีนิลทั่วไปแต่กลับถูกหล่อเลี้ยงให้ซึมซับพิษงูเก้าชนิดด้วย พิษงูนี้มีฤทธิ์ข่มกับยาเซียนกำราบพิษ หากไม่ถอนออกก่อน ไม่เพียงแต่จะขจัดพิษเฟิ่งเซียนฮวาสีนิลไม่ได้ แต่จะยิ่งไปเร่งให้พิษเข้าสู่หัวใจเร็วขึ้น"
โม่เสวี่ยเหยียนอธิบายอย่างละเอียดตามที่ได้ฟังมาจากหลิวฟางเซียนระหว่างที่นั่งรอพี่ชายของเขาฟื้นคืนสติ
"เหวินเต๋อ เจ้าไปสืบมาว่าใครเป็นเจ้านายของมือสังหารที่ปามีดบินเล่มนั้น อ้อ แล้วก็สืบเรื่องของแม่นางผู้นั้นด้วย"
โม่เสวี่ยหยางสั่งลูกน้องคนสนิท
"ขอรับท่านประมุข" เหวินเต๋อรับคำ และรีบออกไปตามคำสั่งผู้เป็นนาย
"เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน ท่านพี่พักผ่อนเถิด" โม่เสวี่ยเหยียนยิ้มกว้างบอกกับพี่ชาย ก่อนจะออกจากห้องไป
"คุณหนู ท่านไม่น่าไปช่วยชีวิตท่านประมุขพรรคมารผู้นั้นเลย นอกจากจะไม่สำนึกบุญคุณแล้วยังจะแยกเขี้ยวใส่พวกเราอีก" อาจิ้นเอ่ยท้วงผู้เป็นนาย ขณะที่รถม้ากำลังเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์ไป๋หู ที่อยู่ภายในจวนตระกูลโม่
"ข้าเป็นศิษย์สำนักแพทย์จะทำเช่นนั้นได้อย่างไรเล่า หากท่านแม่ที่อยู่บนสวรรค์รู้เข้าคงผิดหวังนักที่บุตรสาวเป็นคนไร้น้ำใจ" หลิวฟางเซียนตอบสาวใช้ ใบหน้าดูสดใสขึ้นหลายส่วนจนสาวใช้สังเกตเห็น
"คุณหนูในห้องนั้น เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ หลังจากออกมาไยท่านดูอารมณ์ดีกว่าตอนอยู่ที่ร้านยาสมุนไพรของเถ้าแก่ฝูเสียอีก" เป็นอาจูที่รวบรวมความกล้าเอ่ยถามขึ้นมาโดยมีอาจิ้นพยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วย
"ก็แค่ทำการค้าได้กำไรน่ะ คุณชายรองตระกลูโม่ผู้นั้นช่างเจรจาท้าทาย หากแต่เขาท้าทายผิดคนเสียแล้ว"
"อย่างไรหรือเจ้าคะ" สองบ่าวถามพร้อมกัน
"คุณชายผู้นั้นท้าทายข้า ว่าถ้าข้าสามารถรักษาท่านประมุขโม่ได้ เข้าจะเพิ่มเงินให้เป็นสิบเท่าของราคายาเซียนกำราบพิษ"
"ยาเซียนกำราบพิษตำรับหุบเขาไป๋ซานของคุณหนู ราคาเม็ดละหนึ่งพันตำลึง สิบเท่าก็หนึ่งหมื่นตำลึง คุณหนูนี่ท่านขายยาเม็ดเดียวซื้อบ้านได้หลายหลังเชียวนะเจ้าคะ" อาจิ้นที่คำนวณออกมา ตาโตลุกวาวอย่างปิดไม่มิด
"ถูกต้อง เพราะเช่นนี้ข้าจึงได้อารมณ์ดีอย่างไรเล่า วันพรุ่งคุณชายรองโม่รับปากจะส่งเงินมาที่จวน”
“อย่างไรเสียนี่ก็ล่วงเข้ายามโหย่วแล้ว พวกเราแวะกินของอร่อยๆ ที่หอชุนฉวี่เลยแล้วกัน หลวนเฉิน หลวนชุน เจ้าสองคนเหน็ดเหนื่อยคุ้มครองข้ามาตั้งแต่บ่ายแล้ว ไปกินด้วยกันเถิด"
สององครักษ์เงาที่แฝงตัวเพื่อคุ้มครองดรุณีน้อยแทบร่วงตกจากรถม้าเมื่อได้ยินคำเชิญชวนของคุณหนูรองหลิวที่พวกเขาทั้งสองแอบลอบคุ้มครองเงียบๆ
แม้แต่คุณหนูยังจับพวกเขาได้แล้วต่อไปจะแฝงตัวทำงานอื่นให้นายท่านได้อย่างไร ฝีมือตกจนถูกจับได้โดยง่ายเช่นนี้เห็นทีคงต้องไปทบทวนตนเสียใหม่แล้ว
"ข้ามิได้เก่งถึงเพียงนั้นเสียหน่อย จำมิได้แล้วหรือตอนที่เหวินเต๋อชนข้า หลวนชุนมารับข้าเอาไว้ ข้าถึงได้รู้ตัวก็เท่านั้น" หลิวฟางเซียนกล่าวลอย ๆ ไปตามลม เมื่อเห็นสายตางุนงงของบ่าวสองคนข้างกาย ราวกับต้องการถามว่านางรู้ได้อย่างไร
หากแต่คนที่เบาใจกับคำกล่าวนั้นกลับเป็นสององครักษ์เงาที่อยู่บนหลังคารถม้า หลวนเฉินและหลวนชุนถอนหายใจอย่างโล่งอก
เกือบได้ถูกนายท่านไล่ให้ไปฝึกใหม่เสียแล้ว...
