ตอนที่3
"เซียนเอ๋อร์หลานรักของย่า เจ้ามาแล้ว" สตรีชราผู้อาวุโสที่สุดของจวนร้องเรียกอย่างดีใจ เมื่อเห็นหลานสาวอันเป็นที่รักตรงเข้ามาหา
"เซียนเอ๋อร์ คารวะท่านย่าเจ้าค่ะ" หลิวฟางเซียนยอบกายเคารพผู้อาวุโสด้วยท่าทางสง่างาม
ฮูหยินผู้เฒ่าหลิวมองหลานสาวด้วยสายตาอ่อนโยน ดวงตาที่เริ่มฝ้าฟางคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความยินดี เมื่อวานหลังจากที่ได้รับข่าวจากอาอี้สาวใช้คนสนิทว่าหลิวฟางเซียนถูกพิษและสิ้นใจไปแล้ว
นางก็ร้องไห้เสียใจจนเป็นลมล้มพับไป หลังฟื้นขึ้นหัวใจสตรีชราที่แตกสลายกลับได้รับพรจากสวรรค์ เมื่ออาอี้นำข่าวใหม่มาบอกกล่าว หลานสาวที่เป็นดังแก้วตาดวงใจฟื้นคืนจากความตายอย่างปาฏิหาริย์
"มานี่สิ มานั่งข้างย่า"
ฮูหยินผู้เฒ่าเรียกหลานสาวให้เข้าไปใกล้ๆ พิศดูใบหน้างดงามของดรุณีน้อยวัยสิบเจ็ดหนาวที่ช่างดูไร้เดียงสา
คิ้วงามดังคันศร ดวงตากลมโตชวนมอง จมูกโด่งรั้นนิดๆ รับกับริมฝีปากบางอิ่มสีชมพูอ่อน ผิวขาวกระจ่างนวลเนียนหมดจด ช่างงดงามถอดแบบมาจากผู้เป็นมารดา ต่างก็แต่กลิ่นกายหอมอบอวลดั่งมวลบุปผาที่มีติดตัวมาแต่กำเนิด ยามเยื้องย่างขยับกายก็จะมีกลิ่นหอมนี้ลอยอบอวลกระจายในอากาศ ทำให้ผู้อยู่ใกล้ลุ่มหลงดั่งต้องมนต์ จวนราชครูจึงมิเคยว่างเว้นจากการมาเยี่ยมเยือนของบรรดาแม่สื่อทั้งหลาย
"เป็นอย่างไรบ้างเซียนเอ๋อร์ เจ้าหายดีแล้วหรือ จึงมาหาย่าได้" ฮูหยินชราเอ่ยถาม เอื้อมมือเหี่ยวย่นตามวัยมาลูบเรือนผมยาวตรงสีดำขลับของผู้เป็นหลานสาวอย่างเอ็นดู
"หลานหายดีแล้วเจ้าค่ะท่านย่า วันนี้ตั้งใจจะมาคารวะท่านย่า แล้วก็..." หลิวฟางเซียนตอบอย่างเอาใจ มือเรียวบีบนวดแขนผู้อาวุโสอย่างออดอ้อน ฮูหยินผู้เฒ่าที่มองท่าทีของดรุณีน้อยออกกล่าวอย่างรู้ทัน
"เจ้าจะขออะไรจากย่าหรือ"
"ท่านย่ารู้ทันข้าตลอดเลย เซียนเอ๋อร์จะขออนุญาตท่านย่าออกไปซื้อสมุนไพรจากตลาดมาทำยาเจ้าค่ะ วันเกิดปีนี้หลานจะกลับไปเยี่ยมท่านตาเช่นทุกปี จึงอยากทำยาให้คนส่งไปให้หมู่บ้านหรงมากหน่อย ได้ยินว่ามีผู้ลี้ภัยเข้ามาเพิ่ม"
"ได้ๆ ไปสิ ย่าอนุญาต" ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวอย่างอ่อนโยน ก่อนจะหันไปสั่งสาวใช้คนสนิท "อาอี้ เจ้าไปบอกอาหลานเตรียมรถม้าให้เซียนเอ๋อร์ด้วยนะ" หลิวฟางเซียนยอบกายลาผู้อาวุโสก่อนจะเดินนำสาวใช้ออกไป คล้อยหลังหลานสาวไป ฮูหยินชราจึงกระซิบบอกบ่าวของตนให้ไปกำชับบ่าวรับใช้ข้างกายดรุณีน้อยให้คอยระวังความปลอดภัยและจับตาดูนางไม่ให้คลาดสายตา
ตำหนักคุนหนิง
"จะเป็นไปได้อย่างไร นางเด็กนั่นดื่มชาพิษแต่กลับไม่เป็นอันใดเลยหรือ" สตรีผู้ทรงอำนาจที่สุดในวังหลังตวาดลั่น
"ฮองเฮาโปรดระงับโทสะพ่ะย่ะค่ะ" ซุนกงกงกล่าวเตือนองค์จักรพรรดินีผู้เป็นดั่งมารดาของแผ่นดิน ก่อนจะโบกมือไล่นางกำนัลหน้าตำหนักออกไป
"ซุนกงกง เจ้าแน่ใจใช่หรือไม่ว่านางดื่มชานั่นจริงๆ มิใช่ว่าเป็นหย่งฉีที่สับเปลี่ยนชา "
"ชินอ๋องยังมิทราบขอรับว่านางได้รับพิษจากชาที่พระองค์ทรงประทานให้ กระหม่อมสอบถามจากหมอหลวงได้ความว่า พิษในชานั่นเป็นพิษแบบออกฤทธิ์เฉียบพลัน ทำให้หัวใจวายตายทันทีที่ดื่ม หลังจากเขาพบว่านางสิ้นใจจึงบอกข่าวร้ายแก่ท่านราชครูหลิว อีกครึ่งชั่วยามต่อมาบ่าวรับใช้กลับมาเชิญหมอหลวงผู้นั้นให้กลับไปที่จวนอีกครั้ง บอกว่าคุณหนูรองหลิวฟื้นคืนชีพ เมื่อตรวจอาการพบว่าหลังนางกระอักเลือดออกมาร่างกายก็ขับพิษออกมาจนหมดพ่ะย่ะค่ะ"
"เอาเถิด ครั้งนี้ถือเสียว่านางโชคดี เดิมทีข้าคิดว่านางรู้วิชาแพทย์จึงจงใจใช้ชาพิษเพื่อเตือนนาง ไม่คิดว่าจะดื่มเข้าไปจริงๆ หวังว่าสตรีนางนั้นจะเลิกยุ่งกับหย่งฉีของข้า จะได้ไม่ต้องเปลืองแรงกำจัดคนตระหลิวให้พ้นหูพ้นตา"
ซูฮองเฮากล่าวน้ำเสียงหวานทว่าเย็นเหยียบ สีหน้าดูเรียบเฉยและสงบลงกว่าเมื่อครู่อยู่หลายส่วนนัก ด้านซุนกงกงที่เห็นว่านายเหนือหัวของตนมีท่าทีสงบลงก็รู้สึกวางใจ ยามปกติพระองค์ก็ทรงมีท่าทีน่าเกรงขามมากอยู่แล้ว ยามโทสะครอบงำจึงยิ่งทำให้ดูน่าหวาดหวั่นเข้าไปใหญ่
