บทที่ 2
พลอยบุหลันหลบมานั่งพักที่ใต้ต้นปาล์มที่ประจำที่เธอมักจะชอบแวะมานั่งคิดอะไรเล่นๆ คนเดียวเวลามีเรื่องไม่สบายใจ หญิงสาวใช้เวลาอยู่กับตัวเองเพื่อคิดทบทวนถึงบางสิ่ง บางสิ่งที่มันอาจจะกำลังเกิดขึ้นโดยที่เธอไม่ได้ตั้งใจ มือบอบบางที่ทำงานอย่างหนักมาตั้งแต่จำความได้เผลอยกขึ้นลูบหน้าท้องของตัวเองเบาๆ ภาวนาต่อทุกสิ่งว่าอย่าให้เรื่องที่เธอกำลังกังวลอยู่เป็นจริงขึ้นมาเลย ด้วยรู้แก่ใจตัวเองดีว่าจะทำให้เรื่องที่ควรจะจบบานปลายไปกันใหญ่
หญิงสาวใช้เวลาอยู่กับตัวเองสักพักก่อนจะเดินกลับมาที่บ้านใหญ่อีกครั้ง หวังจะเข้าไปช่วยทุกคนทำงานต่อ แต่ยังไม่ทันไรก็ต้องชะงักเมื่อถูกเรียกเอาไว้ด้วยเสียงหวานคุ้นหู
“ไปไหนมาเหรอจ๊ะเทียน”
เสียงนั้นคุ้นหูเสียจนเธอต้องหันไปมองก่อนที่จะพบว่าไม่ใช่ใครอื่นที่ไหน นอกจากว่าที่ภรรยาคนสวยของอินทัช
“คุณแวว” เบื้องหน้าของเธอในตอนนี้คือหญิงสาวที่แสนจะเพียบพร้อมไปทุกด้าน ไม่ว่าจะด้วยฐานะหรือหน้าตาผู้หญิงคนนี้ที่มีมากกว่าใครๆ และเพราะแบบนั้นจึงไม่แปลกเลยที่อินทัชจะเลือกเธอมาเป็นคู่หมั้นของเขา ไหนจะทางผู้ใหญ่ที่ต่างก็พากันเห็นชอบในเรื่องนี้ เพราะทั้งคู่ต่างก็เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก
ยิ่งมาเห็นพวกเขาอยู่ด้วยกันแบบนี้ก็ยิ่งตอกย้ำให้เข้าใจถึงความแตกต่างของชนชั้นที่คนธรรมดาอย่างเธอคงไม่มีวันไปเทียบติด
“คุณแววเขาถามไม่ได้ยินรึไง!”
“ไม่เอาค่ะพี่ทัช อย่าไปดุเทียนแบบนั้นสิคะ” แววดาวเอ็ดคู่หมั้นขึ้นทันทีที่เขาทำท่าจะดุคนที่เธออยากได้เป็นเพื่อนมากกว่าใคร แต่ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ พลอยบุหลันก็ยังคงมองว่าตัวเองไม่คู่ควรที่จะเป็นเพื่อนของเธออยู่ดี
“เทียนไปเดินเล่นมาค่ะคุณแวว” คนถูกดุจะต้องสารภาพไปตามความจริง เพราะเธอไม่กล้าที่จะโกหกเนื่องจากมีหลักฐานมัดตัว
“ดีนี่! ฉันไม่ยักรู้ว่าเธอมีสิทธิ์พิเศษกว่าคนอื่นถึงได้เที่ยวเอาเวลาทำงานออกไปเดินเล่น!” คำตอบนั้นทำให้อินทัชตวาดใส่กันอีกรอบ
“เทียนขอโทษค่ะคุณทัช” อินทัชไม่ยอมรับในคำขอโทษนั้นเพราะเขายังโกรธเรื่องเมื่อคืนอยู่
และยิ่งโกรธมากขึ้นเมื่อต้องตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองกำลังนอนกอดอยู่กับหมอนข้าง แทนที่จะเป็นร่างนุ่มนิ่มของหล่อน แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปเพราะไม่อยากทำให้คนรักสงสัย
จนเมื่อแน่ใจว่าเขาไม่ดุด่าหรือว่าอะไรต่อ พลอยบุหลันจึงรีบพาตัวเองเดินหลบเข้ามาในครัว ซึ่งทุกคนกำลังวุ่นวายกับข่าวใหญ่ที่ได้ยิน
“ได้เรื่องแล้วๆ แว่วๆ ว่าคุณท่านเรียกคุณแววมาหาถึงที่ก็เพราะจะคุยเรื่องแต่งงานล่ะ นี่ฉันแอบเห็นคุณท่านเอาแหวนเพชรประจำตระกูลออกมาให้คุณแววเลือกด้วยนะ เพชรนี่เม็ดเท่าตาแมวแน่ะ คนอะไร๊! หน้าตารึก็ดี ชาติตระกูลการศึกษาก็ไร้ที่ติ ไม่ว่าจะมองยังไงก็เหมาะสมกับคุณทัชของพวกเราทุกอย่าง นี่ฉันต้องตายกี่ชาติถึงจะเกิดมามีวาสนาดีแบบนี้กับเขาบ้าง” คำบอกเล่านั้นทำให้คนที่เหมือนจะไม่ใส่ใจเจ็บหนักเมื่อได้ยิน แม้จะเคยได้รับคำเตือนล่วงหน้าจากใครบางคนแล้วก็ตาม แต่มันก็ยังเจ็บที่ต้องมาทนฟังอยู่ดี
“เออนี่นังเทียน! ฉันเกือบลืมไป คุณท่านให้เรียกแกเข้าไปหาแน่ะ เห็นว่ามีเรื่องสำคัญจะพูดด้วย” ฟ้าใส หนึ่งในสาวใช้ที่กำลังจับกลุ่มคุยเรื่องของเจ้านายเอ่ยขึ้นเมื่อนึกถึงคำสั่งของผู้เป็นนายหญิงขึ้นมาได้ ซึ่งคนถูกเรียกก็ทำเพียงพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะรีบพาตัวเองเดินเข้ามาในห้องโถงอย่างรีบเร่ง เพราะไม่อยากให้คุณท่านต้องรอนาน
เมื่อมาถึงเธอก็พบว่าไม่ได้มีแต่คุณทอแสงเท่านั้นที่นั่งรอการมาของเธอ ข้างกายท่านยังมีอินทัชกับว่าที่คู่หมั้นคนสวยของเขาอยู่ด้วย
“คุณท่านเรียกหาเทียนเหรอคะ”
“มาแล้วรึแม่เทียน พอดีว่าหนูแววเขาอยากให้เธอมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้หน่อย เธอคงไม่ขัดข้องอะไรหรอกใช่ไหม” คำขอนั้นทำให้คนที่บอกตัวเองอยู่เสมอ ว่าไม่ควรอาจเอื้อมถึงกลับส่ายหน้าเมื่อได้ยินเข้า
“เทียนไม่เหมาะหรอกค่ะคุณท่าน คุณแวว หาคนอื่นเถอะนะคะ” พลอยบุหลันตอบไปตามที่รู้สึกจากหัวใจ คนอย่างเธอคงไม่เหมาะจะเป็นเพื่อนเจ้าสาวของใครทั้งนั้น โดยเฉพาะกับคนตรงหน้าคนนี้ยังไงก็ไม่เหมาะ แววดาวกับเธอต่างกันเกินไป และคงไม่อาจเป็นเพื่อนกันได้
“เหมาะสิจ๊ะเทียน พูดตามตรงนะ ฉันไม่ค่อยมีเพื่อนสนิทที่ไหนเลยสักคน จะมีก็แต่เทียนที่ฉันคุยด้วยเมื่อไหร่ก็รู้สึกสบายใจทุกครั้ง เทียนอย่าปฏิเสธคำขอร้องของฉันเลยนะ ฉันอยากให้เทียนมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวของฉันจริงๆ ได้ใช่ไหมคะพี่ทัช” แววดาวเอ่ยขึ้นก่อนจะหันไปถามความสมัครใจจากคู่หมั้นอย่างอินทัชที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ เพื่อขออนุญาต
“พี่ยังไงก็ได้ครับ แล้วแต่น้องแวว” ซึ่งเมื่ออินทัชเอ่ยปากอนุญาต หญิงสาวจึงส่งยิ้มหวานไปให้เขาเป็นการขอบคุณก่อนจะหันกลับมาขอคำตอบจากอีกคนที่เธอไม่เคยมองว่าเป็นคนใช้เหมือนที่มองคนอื่นๆ สำหรับเธอพลอยบุหลันเหมือนเพื่อน เพื่อนที่เธอไม่เคยมีและอยากมี
“เทียนล่ะว่าไง ตกลงใช่ไหม” คำถามนั้นทำให้พลอยบุหลันรู้สึกกดดันอยู่ไม่น้อย
สุดท้ายเธอก็ทำได้เพียงพยักหน้ากลับไปให้อีกคนเบาๆ เท่านั้น
