ตอนที่ 2 : ภรรยาคนใหม่หาใช่ภรรยาอีกคน
ตอนที่
[2]
ภรรยาคนใหม่หาใช่ภรรยาอีกคน
กาลเวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ...
เจียงซื่ออิงยืนตัวแข็งทื่อ สายตาของนางยังคงจับจ้องอยู่ที่ภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ สามีที่นางเฝ้ารอคอย บุรุษที่นางมอบหัวใจให้กำลังยืนเคียงข้างสตรีอื่นด้วยรอยยิ้มที่นางไม่เคยได้รับอีกเลยนับตั้งแต่วันที่เขาจากไป
จู่ ๆ คำสัญญาที่เขาเคยให้ไว้ก็ดังขึ้นในหัวอีกครั้ง
‘ข้าจะซื่อสัตย์ต่อเจ้าเพียงผู้เดียว’
ประโยคนี้ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท แต่เหตุใดยามนี้มันดูเหมือนเรื่องตลกที่โหดร้ายที่สุด ก่อนที่จะหันไปมองสตรีที่เคียงข้างเขาอีกครั้ง
สตรีตรงหน้ากำลังมองไปรอบ ๆ ด้วยแววตาที่ตื่นกลัวเล็กน้อย ก่อนจะหันไปหลบอยู่ด้านหลังของสามีของนางด้วยท่าทางประหม่า ภาพนี้ช่างเป็นภาพที่ทำให้บุรุษใด ๆ ที่ได้เห็นก็ล้วนอยากจะเข้าไปปกป้องเหลือเกิน
เจียงซื่ออิงกลับไปมองที่สามีอีกครั้งก็พบว่าสายตาที่เขามองสตรีผู้นั้นมันเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความห่วงใยอย่างที่ไม่ปิดบัง
ความเจ็บปวดแล่นปราดขึ้นมาจุกอยู่ที่อกจนแทบหายใจไม่ออก หญิงสาวรู้สึกเหมือนกำลังจะล้มลงไปทั้งยืน
หมับ!
ทว่าในตอนนั้นเองที่มืออันอบอุ่นของแม่สามีก็เอื้อมมาจับแขนของนางไว้แน่นแล้วบีบเบา ๆ ราวกับจะส่งผ่านกำลังใจและบอกเป็นนัย ๆ ว่า
‘อย่าเพิ่งคิดอะไรมาก แม่ยังอยู่ตรงนี้’
จากนั้นหานฮูหยินก็ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เผชิญหน้ากับบุตรชายของตนเองที่กำลังเดินนำสตรีแปลกหน้าเข้ามาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความผิดหวัง
“เฉินเออร์...” นางเอ่ยเรียกชื่อบุตรชายเสียงเรียบ แต่ก็แฝงไว้ด้วยอำนาจของผู้เป็นมารดาก่อนจะถามต่อ “นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน”
หานซวนเฉินหยุดชั่วครู่ก่อนจะหันมามองมารดาของเขา ชั่วขณะนั้นเขาใช้หางตาเหลือบไปมองคนที่ยืนอยู่เคียงข้างมารดาเล็กน้อยก่อนจะดึงสายตากลับมา แต่แค่ช่วงเวลาสั้น ๆ นั้น ก็สามารถรับรู้ได้ว่าสายตาที่เขามองมานั้น...
มันช่างว่างเปล่าและเย็นชาเหลือเกิน คล้ายไม่ใช่สายตาของหานซวนเฉินคนเดิมที่พวกนางเคยรู้จัก
“เข้าไปคุยกันข้างในเถิด ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่จะยืนพูดคุยกัน”
กล่าวจบเขาก็เดินนำเข้าไปในจวนทันที โดยมีสตรีผู้นั้นเดินตามอย่างนอบน้อม ทิ้งให้เจียงซื่ออิงและหานฮูหยินยืนมองตามหลังพวกเขาไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย...
พร้อมกันนั้นชาวบ้านที่มามุงดูก็ดูเหมือนจะได้หัวข้อใหม่ไปสนทนากันต่ออย่างเผ็ดร้อน
เมื่อเข้ามาถึงห้องโถงใหญ่ของจวน บ่าวรับใช้ทุกคนต่างก็พากันก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำใดออกมาเมื่อสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่หนักอึ้งและไม่ชอบมาพากล
หานซวนเฉินเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ประธานอย่างไม่รีรอ ก่อนจะดึงให้สตรีผู้นั้นนั่งลงข้าง ๆ เขา
ตำแหน่งที่ควรจะเป็นของเจียงซื่ออิง
“ท่านแม่ ข้าขอแนะนำให้ท่านได้รู้จัก” เขาเริ่มพูดขึ้นทำลายความเงียบลง “นี่คือเถียนเม่ยชิง นาง...”
เขาหยุดเว้นช่วงไปเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ
“นางคือว่าที่ฮูหยินเอกของข้า”
!!!
ราวกับฟ้าผ่าลงกลางห้องโถง!
เจียงซื่ออิงรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบของนางกำลังพังทลายลงมาต่อหน้าต่อตา หูของนางอื้ออึงไปหมด ได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่กำลังแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ
“ทะ ท่านพี่ นะ นี่มันหมายความว่าอย่างไรกันเจ้าคะ” แต่กระนั้นก็พยายามถามออกไปเสียงสั่น ในใจพยายามจะยึดเหนี่ยวความหวังสุดท้ายที่เหลืออยู่เอาไว้
นางอาจจะฟังผิดไป
หานซวนเฉินปรายตามองเจียงซื่ออิงด้วยความเย็นชา สายตาที่เขาใช้มองอีกฝ่ายในตอนนี้ มันไม่ต่างอะไรไปจากสายตาที่ใช้มองคนแปลกหน้าเลยแม้แต่น้อย
“ก็หมายความว่า ข้าจะหย่าขาดจากเจ้า แล้วแต่งตั้งให้ชิงเออร์ขึ้นเป็นฮูหยินเอกของข้าอย่างไรเล่า”
“…..”
สิ้นคำพูดนั้นเรี่ยวแรงทั้งหมดในร่างกายของเจียงซื่ออิงก็พลันหายไปจนหมดสิ้น หญิงสาวแข้งขาอ่อนแรงจนแทบจะล้มลงไปกองกับพื้น โชคดีที่เยว่ฉีและเยว่ลี่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รีบเข้ามาประคองไว้ได้ทัน
“อิงเออร์!” หานฮูหยินร้องออกมาด้วยความตกใจ ก่อนที่ความตกใจนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เพียะ!
ฝ่ามือของนางฟาดลงบนใบหน้าหล่อเหลาของบุตรชายอย่างเต็มแรง
“หานซวนเฉิน!!”
“เจ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร!? เจ้ากล้าทำกับอิงเออร์เช่นนี้ได้อย่างไร! นางเฝ้ารอเจ้ากลับมา...สวดมนต์ภาวนาให้เจ้าปลอดภัยทุกวันทุกคืน แต่นี่คือสิ่งที่เจ้าตอบแทนนางงั้นรึ พาสตรีอื่นกลับมาหยามเกียรติของนางถึงในบ้านของเรา นี่มันเหมาะสมแล้วหรือ!!”
ก่อนที่สายตาจะหันไปมองเถียนเม่ยชิงที่กำลังทำหน้าตื่นกลัวด้วยอารมณ์ที่ลุกเป็นไฟ เถียนเม่ยชิงเห็นดังนั้นจึงตกใจกลัว รีบเข้าไปหลบอยู่ด้านหลังของหานซวนเฉินทันที
ในตอนนั้นหานซวนเฉินยกมือขึ้นลูบรอยแดงบนแก้มของตัวเองช้า ๆ แววตาของเขาไม่ได้มีความสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย กลับกันมันยิ่งเย็นชาลงกว่าเดิม
“ท่านแม่ข้าตัดสินใจแล้ว” เขากล่าวพลางดึงสตรีที่อยู่ข้างหลังเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขนอย่างปกป้อง “ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจข้าได้”
“เจ้า!!” หานฮูหยินโกรธจนตัวสั่น ชี้หน้าบุตรชายแต่ก็พูดอะไรไม่ออก ความผิดหวังอย่างรุนแรงทำให้ร่างของนางซวนเซ ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดดับลงแล้วเป็นลมล้มพับไป
“ฮูหยิน/ท่านแม่!!” เจียงซื่ออิงและเหล่าบ่าวรับใช้รีบวิ่งกรูเข้ามาช่วยกันพยุงร่างของนายหญิงของจวนเอาไว้ ก่อนที่บ่าวรับใช้คนสนิทของหานฮูหยินจะสั่งการให้บ่าวรับใช้ที่เหลือรีบพาฮูหยินกลับไปที่เรือนเพื่อดูแลเป็นการด่วน
ทำให้ตอนนี้ในห้องโถงใหญ่จึงเหลือเพียงแค่คนสามคนเท่านั้น...
เจียงซื่ออิงมองภาพสามีที่กำลังกอดปลอบสตรีอื่นด้วยหัวใจที่ด้านชาไปหมดแล้ว “ท่านพี่...ทำไมท่านถึงได้เปลี่ยนไปถึงเพียงนี้?”
“เพราะข้าได้พบกับรักแท้ของข้าแล้ว” เขาตอบกลับมาอย่างไม่ไยดีทันควัน
“เจ้ากับข้า เราแต่งงานกันก็เพราะความหลงผิดชั่วคราวของข้าเท่านั้น มันไม่ใช่ความรัก”
“ไม่ใช่ความรักเช่นนั้นหรือ?” หญิงสาวหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา
“แล้วคำสัญญาที่ท่านเคยให้ไว้กับข้าเล่า มันไม่มีความหมายอะไรเลยงั้นหรือ”
“เลิกพูดจาเพ้อเจ้อได้แล้ว” หานซวนเฉินกล่าวอย่างรำคาญใจ
“เจ้ารีบตามข้าไปที่ห้องทำงาน ไปลงนามในใบหย่าให้มันจบ ๆ เสียที”
เขากล่าวจบก็หันไปกระชับอ้อมแขนแล้วพาสตรีผู้นั้นเดินจากไป ทิ้งให้เจียงซื่ออิงต้องยืนเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดที่เข้าจู่โจมจิตใจกะทันหันอยู่เพียงผู้เดียว
