Chapter 3
เพียงไม่นานประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นชายหนุ่มตัวสูงที่ยืนขมวดคิ้วอย่างหัวเสีย สายตาเย็นยะเยือกจ้องมองบอดี้การ์ดด้านนอกอย่างหงุดหงิดแสดงถึงความไม่พอใจ
"ผมทำตามหน้าที่ครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยละล่ำละลักรู้สึกเสียวสันหลังวาบไปทั้งตัว ภาคิน มองไปยังบอดี้การ์ดอีกสองคนด้านหลัง 'โอ๊ย!กูอยากจะบ้าตาย' ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาพร้อมสบถคำหยาบ มือสองข้างยกขึ้นมาจับที่หัวด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว คนตัวสูงเดินผ่านร่างบอดี้การ์ดโดยทิ้งเกวลินไว้ด้านหลังและไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง
……
คฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เมื่อเดินเข้ามาก็พบหญิงวัยกลางคนนั่งรอที่โซฟากลางห้องรับแขก สายตาจับจ้องลูกชายตัวดีอย่างเอาเรื่อง ภาคินเพียงเห็นสายตาพิฆาตของมารดาอยู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนตนอยู่ขั้วโลกเหนือ อากาศเย็นแปลก ๆ แฮะเปิดแอร์เบอร์อะไรวะเนี่ย! เอาวะ ฮึบ...แม่ยังไงก็คือแม่
"คุณพรพิมล...คิดถึงผมใช่ไหมครับ ไม่เห็นต้องให้บอดี้การ์ดไปรับกลับมาเลย" เสียงออเซาะเอ่ยหยอกเย้าท่าทางออดอ้อน แต่ดูเหมือนครั้งนี้จะไม่ง่าย เธอสะบัดแขนตัวเองออกจากลูกชายจนเขาแทบหงายหลังพร้อมดีดตัวลุกขึ้นจ้องมองภาคินด้วยสายตาเอาเรื่อง อึก!สายตาแบบนี้ ชายหนุ่มกลืนน้ำลายด้วยความฝืด พรพิมลเท้าสะเอวกะจะคุยกับลูกชายให้รู้เรื่องไปเลย
"จะเอายังไง? จะใช้ชีวิตห่วยแตกเสเพลแบบนี้จริง ๆ ใช่ไหม?" ลูกชายที่เห็นท่าทีและคำถามของผู้เป็นแม่เขาทำได้แค่หดตัวส่งสายตาดังลูกหมาตัวน้อย
"แกไม่ต้องมาทำหน้าตาแบบนั้นใส่ฉัน แกคิดว่าตัวเองอายุเท่าไหร่ 20หรือไง!?"
"อายุผมก็ประมาณนั้นนะครับ" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเบา ๆ
"เพื่อนเล่นรึไง! แกจะ30แล้วนะคิน"
"โธ่แม่...28เองนะ"
"ภาคิน! ฉันจะต้องทำยังไงกับแกดีเนี่ยห๊ะ! งานก็ไม่ทำไม่เอาอะไรสักอย่าง เมื่อไหร่จะแต่งงานมีลูกมีหลานให้ฉันสักที"
"ยังไม่เจอคนที่ใช่น่ะครับแม่" ใบหน้าระรื่นของภาคินทำให้พรพิมลถึงกับกุมขมับ 'เฮ้อ' เธอพ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ ปล่อยกายนั่งลงที่โซฟา เพียงเห็นท่าทีของแม่ชายหนุ่มก็เร่งรีบขยับตัวเข้ามาประชิดเพื่ออ้อนให้แม่หายโกรธ "อย่า! ถอยไปไกล ๆ เลย" ชายหนุ่มหยุดชะงักไม่ทันจะได้พูดเอาใจก็ถูกแม่ดักไว้แล้ว "ฉันจะคุยกับอาเกียรติให้ เรื่องงานหมั้นของแกกับหนูมีนา"
"จริงเหรอครับแม่" เสียงดีใจเอ่ยถาม ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มขึ้นอย่างพอใจ เขาคิดถึงผู้หญิงที่ชื่อมีนามาตลอด มีนาอายุน้อยกว่าเขา 1 ปีฐานะทางบ้านเพียบพร้อมทุกอย่างและเธอยังสวยเซ็กซี่ เธอเป็นคู่หมั้นของภาคินตั้งแต่เด็กและที่เธอไปเรียนต่อต่างประเทศเพราะนิสัยของภาคินที่ไม่เอาไหน
"โอ๊ยไอลูกบ้านี่! แกนี่มันจริง ๆ เลย ฉันคุยกับอาเกียรติไว้แล้วอาเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร หนูมีนาเองก็ยังโสด บอกว่ารอแกปรับปรุงสันดาน"
"มีนาพูดแบบนี้เหรอครับ?" ภาคินเอียงศีรษะเอ่ยถามด้วยใบหน้าใสซื่อ
"ฉันนี่แหละพูด...เฮ้อ~~ภาคินวันนี้แม่ถอนหายใจเป็นล้านรอบเลยนะ ถ้าแกยังทำนิสัยแบบนี้อยู่อีก หนูมีนาคงไม่เอาแกแน่คนอะไรติดผู้หญิงติดเรื่องอย่างว่าจริง ๆ ป้องกันบ้างหรือเปล่า พรุ่งนี้ไปตรวจเลย"
"แม่...ผมป้องกันทุกคน ป้องกันตลอดไม่เคยพลาดเลยสักคน" ชายหนุ่มอธิบายด้วยใบหน้าจริงจัง "แม่...ผมสัญญาถ้าแม่ยืนยันว่ามีนาจะยอมเป็นเมียผม ผมจะเลิกกับผู้หญิงทุกคน" เสียงหนักแน่นเอ่ยอย่างจริงจัง พลางยกยิ้มดีใจคงไม่มีอะไรดีไปมากกว่านี้แล้วละ
"วันนี้แม่ไปเจอลูกหนี้มา เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งถูกชะตาแม่มาก อยากได้มาอยู่ในบ้าน"
"แม่จะเอาเด็กที่ขี้เหร่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าเข้ามาอยู่ในบ้านไม่ได้นะครับ"
"ฉันอยากได้มาเป็นคนดูแลแก" ขวับ! "ดูแลผม!" ชายหนุ่มดูตกใจใบหน้ายุ่งเหยิงมองผู้เป็นแม่ด้วยความสงสัย
"ใช่...ระหว่างที่หนูมีนาไปเรียนต่อ แกก็ทบทวนให้ดีว่าจะยังชอบหนูมีนาอยู่หรือเปล่า ระหว่างนี้ก็ดัดนิสัยของตัวเองด้วยล่ะ"
"ทำไมต้องเอาคนมาเพิ่มด้วยล่ะครับ หลินก็ดูแลผมได้"
"หลินคนเดียวจะไปพออะไร แถมแกก็ไม่ให้ยัยหลินเข้าใกล้อีก แม่อยากได้อีกสักคนป้าจันทร์แกก็แก่มากแล้ว"
"คุณนายว่าใครแก่คะ?" เฮ้อ...หูดีชะมัด พรพิมลหันหน้าส่งยิ้มเจื่อน ๆ ให้กับแม่บ้านอาวุโสก่อนจะนึกขึ้นมาได้เรื่องที่ป้าจันทร์เคยพูดค้างไว้ หญิงสาวใช้บอกเรื่องที่ตนอยากให้หลานสาวเข้ามาเป็นแม่บ้านอีกคน "เธอเป็นเด็กแถวบ้านค่ะแต่ป้าเอ็นดูเหมือนหลานคนหนึ่ง เธอน่ารักค่ะนิสัยก็ดี อายุ 22 ปีไม่มีพ่อแม่แถมยังขยันอีกด้วย เรื่องเรียนก็จบแค่ ม.6 ที่บ้านจนมาก เลยอยากให้มาทำงานด้วยค่ะ แต่ว่า...เด็กคนนั้นก็คือหลานของอรวีลูกหนี้ของคุณนายนั่นแหละค่ะ" ป้าจันทร์เอ่ยขึ้นแอบกังวลอยู่เล็กน้อย หากคุณนายไม่รับไอรินเข้าทำงาน เธอก็ไม่คิดโกรธเลย พรพิมลเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มร่าใบหน้าดูตื่นเต้น
"ป้าจันทร์หมายถึง หลานสาวของอรวีที่ชื่อไอรินหรือเปล่า?"
"ชะใช่ค่ะคุณนายรู้จักด้วยเหรอคะ?" คนทั้งสองสนทนากันด้วยท่าทางตื่นเต้นต่างจากภาคินที่ทำหน้าเบื่อหน่ายไม่ว่าป้าจันทร์จะพาหลานสาวมาก็ไม่เกี่ยวข้องกับเขา ชายหนุ่มได้โอกาสที่แม่เผลอแอบย่องเดินออกจากห้องแต่ยังไม่ทันจะพ้นประตู "หยุด!" เสียงแหลมของมารดาตวาดขึ้นเสียงดังและก็เริ่มบ่นแบบชุดใหญ่สั่งสอนลูกชายตัวดีของเธอไปด้วย
ปึก! คนตัวสูงเดินโซเซไม่ได้เมาเหล้าแต่เมาที่แม่บ่น แม่นี่บ่นเก่งชะมัด ผมยอมแค่แม่คนเดียวนะ
เช้าต่อมา
หญิงสาวใบหน้าสวยหวาน บางมุมก็ดูจิ้มลิ้มน่ารักไปหมด ผิวพรรณที่เห็นตอนนั้นว่าดีแล้วพอได้มาเห็นใกล้ ๆ ดันดีกว่าซะอีก ท่าทางดูเรียบร้อยแต่ก็ต้องขมวดคิ้วเพราะเธอดูอ่อนปวกเปียกเกินไป คงรับมือกับลูกชายตัวดีของเธอไม่ได้แน่ จู่ ๆ ใบหน้าของพรพิมลก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นอย่างมีเลศนัย
ทางด้านภาคินก็เกิดคึกขยันขึ้นมาซะงั้น หลังจากที่ได้คุยกับมีนาคู่หมั้น เธอบอกให้เขาปรับปรุงตัวและจะกลับมาหลังจากที่เธอเรียนจบปริญญาโทที่อังกฤษ ชายหนุ่มคลุกตัวอยู่แต่ในห้องทำงาน จริง ๆ แล้วภาคินมีความรู้ความสามารถที่บรรยายมาก็คงไม่หมด แต่เพราะขี้เกียจและอยากใช้ชีวิตให้สนุกกับเพื่อน ๆ และหลังจากนั้นเขาก็ห่างหายไป จนทำให้ชิน ดิเรกและธาราเกิดเป็นห่วงรีบโทรหาเพื่อนในทันที จึงได้รู้ความเป็นมา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ สองสามที บอกให้คนด้านในรับรู้ หญิงสาวสวมชุดยูนิฟอร์มของสาวใช้รองเท้าลำลองสำหรับใส่ในบ้าน เธอเดินถือแก้วกาแฟเข้ามาด้านใน เห็นเพียงใบหน้าของเจ้านายที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานไม่สนใจสิ่งใด ไอรินจึงได้ปลีกตัวเดินออกมาด้วยความเงียบ
"ริน"
"คะ...อ่าวป้าจันทร์" หญิงสาวหันขวับ ก็ได้เห็นป้าจันทร์คนที่ฝากงานให้เธอ รอยยิ้มหวานส่งให้กับคนตรงหน้า "ป้าจันทร์มีอะไรหรือเปล่าคะ?"
"ไม่มีอะไร ป้าแค่จะถามว่าทำงานเป็นยังไงบ้าง?"
"อ๋อ...ก็ดีนะคะ หนูต้องขอบคุณป้ามาก ๆ เลยนะที่ฝากงานให้"
"เอ่อนา...ไม่เป็นไรหรอก ป้าก็เห็นเรามาตั้งแต่เล็ก ขยันขนาดนี้ถือว่าช่วยกันเถอะนะ" เธอพูดด้วยท่าทางที่เอ็นดู
"ยังไงก็ต้องขอบคุณอยู่ดีนี่คะ" หญิงสาวยิ้มขึ้น
"เอ่อนี่ริน!..." ป้าจันทร์เรียกชื่อเธอเหมือนมีบางอย่างที่นึกขึ้นได้และอยากจะถามให้รู้แล้วรู้รอด
"คะป้า?"
