บท
ตั้งค่า

บทที่ 2

“กลับไปกันเถอะ กลับไปกันให้หมด ลิ้นกับฟันอยู่ใกล้กันยังมีวันที่กระทบกระทั่งกันได้ พี่น้องสองคนนี้ทะเลาะกัน กลับทำให้พวกเจ้าต้องมาเห็นเรื่องน่าหัวร่อแล้ว”

ตาเฒ่าไป๋กล่าวพลางแย้มยิ้มและตะโกนบอกชาวบ้าน “ฟ้าจะมืดแล้ว ต่างคนต่างกลับบ้านใครบ้านมัน จูงลูกจูงหลานของตนกลับไปเสีย”

“ตาเฒ่าไป๋ แล้วเหตุใดพี่น้องสองคนนั่นจึงทะเลาะกันเล่า”

“อะแฮ่ม มีคำกล่าวว่าไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า” ตาเฒ่าไป๋กล่าวอย่างมีสติทั้งที่กำลังโกรธอยู่ “ดังนั้น มิอาจบอกได้”

ทุกคนรู้สึกขบขัน แต่ก็ไม่กล้าที่จะเซ้าซี้ถามนั่นถามนี่อีกต่อไป

ในเมื่อถูกไล่แล้วก็ได้แต่ต้องออกจากลานบ้านโทรมๆ ของเจ้าสามไป๋ไป

ตอนที่ไป๋ซู่ซู่กับน้องสาวคนรองกลับมาถึงบ้านโกโรโกโส ก็พบว่าในบ้านมีคนเพิ่มขึ้นมาเจ็ดแปดคน

ท่านปู่ท่านย่าที่ไม่ค่อยจะปรากฏตัวก็อยู่ด้วย ท่านลุงใหญ่ท่านป้าใหญ่ และท่านอาเล็กที่ยังไม่ออกเรือน รวมทั้งพี่หญิงใหญ่ร่วมแซ่ไป๋ซู่อิงก็ล้วนมากันพร้อมหน้า

นี่ล้วนเป็น “แขกที่หาได้ยาก” ทั้งสิ้น!

เดิมทียายเฒ่าไป๋คิดจะให้บุตรชายคนที่สามแต่งงานกับหลานสาวฝั่งแม่ของตน แต่บุตรชายคนที่สามผู้ซื่อตรงนี้กลับไปที่อำเภอเพียงครั้งเดียว ก็ไปเก็บหญิงใบ้คนหนึ่งกลับมา ทั้งยังรบเร้าเอาเป็นเอาตายว่าจะแต่งกับนางให้ได้ ไม่ถึงแปดเดือนนางก็คลอดไป๋ซู่ซู่ออกมาก่อนกำหนด หลังจากนั้นก็ให้กำเนิดบุตรสาวติดต่อกันอีกสองคน จึงเป็นที่รังเกียจของยายเฒ่าไป๋ยิ่งนัก

เมื่อถูกยุยงจากสะใภ้ใหญ่สวี่ซื่อ จึงได้แยกบ้านกันในที่สุด

สวี่ซื่อเป็นหลานสาวจากเรือนใหญ่ของยายเฒ่าไป๋ เมื่อตระกูลไป๋แยกบ้านกัน ผู้เฒ่าทั้งสองและอาหญิงเล็กจึงติดตามไปอยู่กับเรือนใหญ่ มีทั้งเงินเก็บและทรัพย์สมบัติ ทุกมื้อจึงได้กินอิ่มท้อง

ป้าสะใภ้รองก็พาลูกพี่ลูกน้องชายสองคนและลูกพี่ลูกน้องหญิงอีกหนึ่งคนปิดประตูใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุข

มีเพียงบ้านเจ้าสามที่หลังจากแยกบ้านไปแล้วก็ย้ายไปอยู่ที่ท้ายหมู่บ้านฝั่งตะวันตก พวกเขาไม่เคยสนใจไยดีครอบครัวนี้เลย แต่วันนี้กลับมากันพร้อมหน้าพร้อมตา เรื่องผิดปกติเช่นนี้ย่อมต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล

“ซิงเอ๋อร์ ไปปิดประตูใหญ่เสีย”

ตาเฒ่าไป๋ออกคำสั่ง อาหญิงเล็กวัยสิบหกปีจึงเดินไปปิดประตู

ไป๋ซู่ซู่มีความรู้สึกเหมือนกำลังจะปิดประตูตีสุนัข

ที่นี่ยังเป็นอาณาเขตของท่านปู่อยู่อีกหรือ?

“พี่หญิง?”

น้องสามไป๋ซู่เย่ยืนอยู่ตรงหน้าไป๋ซู่ซู่อย่างขลาดกลัว อ้ำๆ อึ้งๆ อยากจะพูดแต่ก็ไม่พูด

“ไปเถอะ น้องรองน้องสาม พวกเราไปทำกับข้าวกัน”

ไป๋ซู่ซู่ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่ในใจกลับสังหรณ์ได้ว่าไม่ใช่เรื่องดีกับบ้านสามเป็นแน่ มิฉะนั้นจะยั่วยุจนเจ้าสามไป๋ผู้ซื่อสัตย์เกิดโมโหขึ้นมาได้อย่างไร

ไป๋ซู่เย่ดึงนางเข้าไปในห้องครัว

“เกิดเรื่องอะไรขึ้น”

“แม่สื่อหลิ่วมาที่บ้านเพื่อสู่ขอพี่หญิงเจ้าค่ะ บอกว่าเป็นคุณชายสามของบ้านนายท่านผู้เฒ่าหนิงจากในเมือง” ไป๋ซู่เย่ตัวเล็กแต่พูดจาได้ฉะฉาน “ผลคือพอท่านป้าใหญ่ได้ยินเรื่องเข้าก็ยุยงให้พี่ซู่อิงสลับตัวกับท่าน”

“สลับตัว?”

“ก็คือให้ท่านแต่งกับตระกูลจูที่เขาหลินหยา แล้วให้พี่ซู่อิงแต่งกับคุณชายสามตระกูลหนิงแทน”

ไป๋ซู่ซู่ทำหน้างุนงง

“ท่านแม่พูดไม่ได้ ท่านพ่อไม่เห็นด้วย ก็เลยไปถามเหตุผลกับท่านลุงใหญ่ ท่านลุงใหญ่บอกว่าท่านพ่ออกตัญญูไม่เชื่อฟังท่านย่า แล้วก็ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงตีกันขึ้นมา”

“ดีเลย ดีเลย พี่หญิงแต่งกับพี่ใหญ่จู นี่ดีออก”

ไป๋ซู่จือส่งเสียงเชียร์เบาๆ จากข้างๆ

น้องสาวโง่คนนี้ อยากจะให้นางแต่งงานกับนายพรานเพื่อแลกกับเนื้อหมูป่าจริงๆ สินะ

เรื่องนี้เกี่ยวพันกับความสุขชั่วชีวิตของนางเอง ไป๋ซู่ซู่รู้สึกว่าตนต้องพูดอะไรบ้าง

นางให้น้องรองและน้องสามล้างหม้อทำอาหาร ส่วนตนเองก็ไปร่วมฟังการตัดสินชี้ชะตา

“เจ้าสาม เจ้าเป็นอะไรไปหา” ตาเฒ่าไป๋ใช้กล้องยาสูบเคาะโต๊ะหนักๆ สองสามครั้ง “ปีกกล้าขาแข็งแล้ว ถึงกับกล้าตีพี่ใหญ่ของเจ้าเลยรึ ตระกูลไป๋ของข้าไร้การอบรมสั่งสอนเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด”

ไป๋ซู่ซู่มองไปยังท่านพ่อของนาง เห็นเพียงลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลง อ้ำๆ อึ้งๆ แต่ก็พูดไม่ออก ร้อนใจจนหน้าแดงก่ำเหงื่อท่วมหัว

“ท่านพ่อ ท่านไม่สบายตรงไหนหรือเจ้าคะ”

ไป๋ซู่ซู่เดินเข้าไปจับข้อมือของเขาแล้วจับชีพจรให้ตามสัญชาตญาณ ชีพจรค่อนข้างอ่อน แต่โชคดีที่ไม่มีปัญหาร้ายแรงอะไร

“ไม่เป็นไร” เจ้าสามไป๋โบกมือ มองไปยังตาเฒ่าไป๋ที่อยู่ด้านบนแล้วเอ่ยขึ้นด้วยความยากลำบาก “ท่านพ่อ ซู่ซู่ก็เป็นหลานสาวของท่านนะขอรับ!”

“เจ้าสาม เจ้าจะไปรู้อะไร ข้าทำเพื่อซู่ซู่ต่างหาก” ยายเฒ่าไป๋รีบเอ่ยขึ้น “ซู่ซู่ร่างกายอ่อนแอ แต่งเข้าบ้านนายพรานจะได้กินเนื้อบ่อยๆ”

ไป๋ซู่ซู่ได้แต่หัวเราะเหอะๆ ในใจ ตระกูลหนิงที่ใครๆ ก็เรียกว่านายท่านผู้เฒ่าและคุณชาย จะเป็นตระกูลที่ขาดแคลนเนื้อกินได้อย่างไรเล่า

“เจ้าสามเอ๊ย ข้าได้ยินคนบอกว่าคุณชายสามหนิงร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เล็ก ไปพักรักษาตัวอยู่ข้างนอก เพิ่งจะกลับตระกูลหนิงเมื่อเดือนที่แล้ว เจ้าลองคิดดูสิ ซู่ซู่ก็ป่วย คุณชายสามหนิงก็ร่างกายอ่อนแอ สองคนนี้มาอยู่ด้วยกันจะเรียกว่าดีได้หรือ ซู่อิงสุขภาพแข็งแรงมาตั้งแต่เล็ก แต่งเข้าตระกูลหนิงไปก็ยังพอจะดูแลคนได้บ้าง เช่นนี้ตระกูลหนิงถึงจะไม่รู้สึกว่าได้คู่ครองที่ไม่ดีมา การแต่งงานคือการเกี่ยวดองให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น จะเปลี่ยนให้กลายเป็นศัตรูกันไม่ได้”

อยากจะสลับตัวก็สลับไปเถิด ยังจะมาอ้างว่าทำเพื่อนางอีก

ไป๋ซู่ซู่เกลียดคนประเภทนี้ที่สุดในชีวิต เป็นโสเภณีแต่กลับอยากจะสร้างซุ้มประตูสดุดีพรหมจรรย์

“ไม่ได้ขอรับ ท่านพ่อ ท่านแม่ แม่สื่อมาที่บ้านเพื่อสู่ขอซู่ซู่นะขอรับ”

เจ้าสามไป๋ยังคงยืนกรานไม่ยอมถอย

ไป๋ซู่ซู่มองไปที่มารดาแท้ๆ ที่นั่งอยู่ข้างๆ เป็นใบ้นี่ดีจริงๆ ไม่ต้องพูดอะไรเลย

ดูจากสีหน้าของนางแล้ว ไป๋ซู่ซู่มีความรู้สึกเหมือนตนเองเป็นของแถม

จริงๆ นะ มารดาแท้ๆ ไม่มีสีหน้าใดๆ เลยแม้แต่น้อย ท่าทางเฉยเมยไม่ร้อนใจไม่โกรธา ปล่อยให้ท่านพ่อร้อนรนอยู่คนเดียว

จะว่าไปแล้ว พอได้สังเกตดูดีๆ ถึงได้พบว่ามารดาแท้ๆ ผู้นี้งดงามจริงๆ

หากนางเป็นลูกแท้ๆ ใบหน้านี้จะเหมือนกันหรือไม่หนอ

เมื่อคิดถึงตรงนี้ไป๋ซู่ซู่ก็ลูบคางของตนเอง รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ส่องดูหน้าตาของตนเองดีๆ ตอนที่อยู่ริมลำธาร

“บ้านนี้ยังไม่ถึงตาเจ้ามาเป็นคนตัดสินใจ เรื่องทางฝั่งแม่สื่อข้าจัดการเรียบร้อยแล้ว สรุปว่าจะเป็นซู่อิง ดวงชะตาและวันเดือนปีเกิดก็แลกเปลี่ยนกันเสร็จแล้วด้วย”

“ท่านย่าคิดจะให้สตรีคนเดียวแต่งงานสองครั้งหรือเจ้าคะ” ไป๋ซู่ซู่แค่นเสียงเย็นชาในใจ เลียนแบบท่าทางเฉยเมยของมารดาแล้วเอ่ยถาม “แล้วพี่ซู่อิงก็ยินดีด้วยหรือเจ้าคะ”

“ข้าคิดว่าข้าร่างกายแข็งแรงดี น่าจะดูแลคุณชายสามได้ดี ดังนั้น ข้ายินดี” ไป๋ซู่อิงหน้าแดงพลางเหลือบมองไป๋ซู่ซู่ “ตระกูลจูเป็นนายพราน พี่ใหญ่จูจะต้องแข็งแรงมากแน่ๆ เขาดูแลเจ้าได้ดีแน่นอน ฉะนั้นซู่ซู่ เจ้าแต่งให้พี่ใหญ่จูไม่ผิดหวังหรอก”

เหอะๆ ที่แท้ก็เป็นคนจำพวกเดียวกันทั้งตระกูล

“ท่านอยากจะแต่งกับคุณชายหนิงข้าไม่มีความเห็น” ไป๋ซู่ซู่กล่าว “แต่การแต่งงานของข้า ข้าจะเป็นผู้ตัดสินใจเอง ข้าจะไม่แต่งเข้าตระกูลจู”

พวกนางเป็นตัวอะไร!

คิดจะมาจัดการชีวิตของนางตามอำเภอใจเช่นนี้ก็ได้หรือ?

“บังอาจ เจ้าสาม เจ้าดูสิว่าเจ้าสั่งสอนตัวอะไรออกมา” ยายเฒ่าไป๋โกรธจนชี้นิ้วไปที่ไป๋ซู่ซู่

“คำสั่งของบิดามารดา วาจาของแม่สื่อ เมื่อไหร่กันที่ถึงตาเจ้ามาเป็นผู้ตัดสินใจ”

“เจ้าสาม เรื่องนี้ไม่มีอะไรต้องพูดแล้ว” ตาเฒ่าไป๋เคาะกล้องยาสูบอีกสองสามครั้ง “ในเทศกาลตวนอู่เราจะจัดงานแต่งของซิงเอ๋อร์ก่อน จากนั้นให้ซู่อิงแต่งออกไปในเดือนหก แล้วค่อยตามด้วยซู่ซู่ เมียของเจ้าเป็นใบ้ เรื่องการแต่งงานกับตระกูลจูแม่ของเจ้าจะช่วยจัดการให้”

“ท่านพ่อ...” เจ้าสามไป๋ร้อนใจขึ้นมาอีกครั้ง

“หากเจ้ายังเรียกข้าว่าพ่อ ก็ต้องเชื่อฟังข้า”

ตาเฒ่าไป๋ลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก ยายเฒ่าไป๋และคนอื่นๆ อีกหลายคนก็เดินตามไปติดๆ “เว้นแต่ว่าเจ้าจะไม่ใช้แซ่ไป๋”

“ข้า...” ไป๋ซู่ซู่คิดจะพูดว่าไม่แต่ง แต่แล้วก็รู้สึกว่าตอนนี้พูดอะไรไปก็เปล่าประโยชน์ สู้รอดูสถานการณ์ไปเงียบๆ ก่อนดีกว่า

“ซู่ซู่ ตระกูลหนิงไม่ดีหรอกนะ” ไป๋ซิงเอ๋อร์เดินรั้งอยู่ท้ายสุด นางเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าไป๋ซู่ซู่แล้วใช้เสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคนกล่าวขึ้น

ไม่รอให้ไป๋ซู่ซู่ได้สติ ไป๋ซิงเอ๋อร์ก็เร่งฝีเท้าเดินตามออกไปแล้ว

“ซู่ซู่ เป็นเพราะพ่อมันไร้ความสามารถเอง”

เจ้าสามไป๋ใช้สองมือกุมศีรษะแล้วนั่งยองๆ ลงที่มุมกำแพงอย่างหมดแรง

“ท่านพ่อ ท่านอย่าเสียใจไปเลยเจ้าค่ะ”

พลางนึกถึงคำพูดของอาหญิงเล็กเมื่อครู่ มีส่วนที่เป็นการหลอกลวงนางอยู่เท่าใดกัน

“ท่านพ่อ ข้าไม่โทษท่านหรอก โทษก็เพียงแต่ตัวเองที่ไม่มีวาสนาจะได้เป็นฮูหยินน้อย”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel