ตอนที่ 5 ของขวัญชิ้นสุดท้าย
เหมยฮวารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เธอฝันว่าตัวเองนอนกอดหมอนข้าง ทำให้ตัวเธอหลับสบายเป็นอย่างมาก เธอใช้มือลูบๆ คลำๆ หมอนข้างที่เธอใช้กอดประจำ แต่วันนี้หมอนข้างของเธอนั้นแข็งมาก เธอเอามือลูบตั้งแต่บนจนถึงด้านล่าง ทำไมหมอนข้างลูกนี้ถึงนิ่มแค่จุดเดียวล่ะ เธอลูบๆ คลำๆ ตรงจุดนั้นซ้ำๆ เธอก็นึกได้ว่าตัวเองทะลุเวลามาแล้ว ไม่ได้นอนอยู่บนเตียงของเธออีกต่อไป
อี้เฉิงที่นอนอยู่ดีๆ ก็ถูกหญิงสาวลูบตั้งแต่ด้านบน วนลงมาตรงของรักของเขา ทำให้เขารู้สึกแข็งตัวขึ้นมาทันที เขาตื่นขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำและรู้สึกร้อนไปทั้งร่างกาย
เหมยฮวาลืมตาตื่นขึ้นมาทันที พร้อมกับมองไปที่มือของตัวเองที่กำลังจับอยู่ เป็นบางสิ่งที่อยู่กึ่งกลางของชายหนุ่มหน้าโหดที่นอนอยู่ข้างเธอ เธอรีบเอามือออกจากจุดนั้นทันที “ข้าขอโทษ” เธอถอยหลังจนติดกับผนังของห้องนอนด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ พร้อมกับความอับอายที่เธอได้ทำลงไป ทั้งๆ ที่เธอห้ามเขาอยู่ตลอด แต่เป็นเธอที่ลวนลามเขาก่อน
“แค่เจ้ารู้สึกดีข้าก็ยินดี แต่คราวหน้าเจ้าไม่ต้องทำตอนข้าหลับก็ได้ ข้ายินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าเสมอ” เขาพูดแกล้งนางออกไป ใบหน้านั้นที่แดงเหมือนผลท้อ มันช่างดูน่ารักยิ่งนัก
หลังจากได้ยินคำพูดของอี้เฉิง เหมยฮวาก็ก้มหน้าลงมากกว่าเดิม และเธอคิดว่าจะหาทางออกไปจากห้องนี้ได้อย่างไร “นี่ก็เช้ามากแล้วข้าจะออกไปเตรียมอาหารให้ท่านทาน” เธอไม่รอคำตอบของเขา และก็รีบวิ่งลงจากเตียงออกไปด้านนอกของห้องนอนทันที เธอก้มมองไปที่ตัวเอง บ้าจริงชุดชั้นในของเธอก็ไม่ได้ใส่ เธอมั่นใจว่าเมื่อคืนเธอเอาผ้าพันไว้ที่ตัวอย่างแน่นหนาแล้ว ผ้าผืนนั้นไม่รู้หลุดออกจากตัวเธอไปตอนไหน เธอรีบออกไปนอกบ้านและเก็บชุดชั้นในที่ตากอยู่ด้านนอก ดีที่อากาศหนาวและมีลมพัดแรงตลอดทั้งคืนทำให้เสื้อผ้าของเธอแห้งเร็ว เธอมองหาห้องน้ำและเอาชุดชั้นในเข้าไปใส่ให้เรียบร้อย เธอก็เดินกลับเข้ามาในห้องครัว
“ท่านทำอะไรอยู่” เธอเจออี้เฉิงนั่งทำอะไรบางอย่างอยู่หน้าเตา
“ข้ากลัวว่าเจ้าจะจุดไฟไม่เป็นเลยเข้ามาจุดไฟไว้ให้ เมื่อคืนเจ้าก็ทนอาบน้ำเย็น เจ้าอย่าอาบน้ำเย็นบ่อยนัก เจ้าอาจจะป่วยไข้ได้” เขาพูดแค่เรื่องจุดไฟโดยข้ามเรื่องที่นางทำเมื่อเช้าไป เขากลัวว่านางจะอายจนทำให้นางไม่กล้าสู้หน้าเขาได้
“ขอบคุณ ครั้งหน้าข้าจะต้มน้ำอาบก่อน ท่านไปทำธุระของท่านเถิด อาหารข้าจะเป็นคนทำเอง” เธอบอกกับเขาและเขาก็เดินออกไปด้านนอกบ้าน
เธอรีบทำอาหารที่พอทำได้ ดีที่ห้องครัวนี้มีสองเตา เธอจึงใช้หนึ่งเตาหุงข้าวขาวที่มีอยู่เต็มถัง ตอนเด็กเธอเคยอยู่กับยาย ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตเธอก็เคยหุงข้าวบนเตาถ่านแบบนี้อยู่บ้างไม่ใช่เรื่องยากอะไร แถมน้ำข้าวที่ได้ ก็มีประโยชน์อีกด้วย ตอนเช้าเธอหุงข้าว และทำกับข้าวสองอย่าง เธอจุดไฟอีกเตา เธอใช้กระทะแบบมีหูจับสองข้าง เธอหันไปเห็นผักกาดดอง และมีไข่อยู่พอดี เครื่องปรุงของที่นี่ก็ไม่มีอะไรมากนอกจากเกลือและน้ำตาล มีน้ำมันอยู่เต็มถัง เขาเป็นนายพรานสิ่งที่ไม่ขาดแคลนก็คือเนื้อ เธอยังเห็นเนื้อตากแห้ง เธอจึงเริ่มทำผัดผักกาด เธอเอาน้ำมันเทไปบนกระทะ และผัดไข่กับผักกาดปรุงรสแบบง่ายๆ เสร็จแล้วก็ยกลงจากเตา อย่างที่สองเธอนำไข่ที่ตีจนเข้ากันแล้ว นำไปทอดในกระทะให้มีสีเหลืองกรอบดูน่ากินและตักออก เธอยกกระทะลง เธอเอาหม้อที่มีอยู่ในบ้านต้มน้ำใส่เกลือนิดหน่อยปรุงรส เธอใส่เนื้อตากแห้งเคี่ยวจนได้ที่แล้ว ก็เอาไข่ที่ทอดไว้มาหั่นเป็นสี่เหลี่ยม ใส่ลงไปในหม้อ ปิดฝาหม้อและก็เบาไฟลง พร้อมกับข้าวที่สุกพร้อมทานพอดี เธอมองทุกอย่างที่พร้อมแล้ว เธอก็เข้าไปล้างหน้าและเรียกอี้เฉิงให้มากินข้าวพร้อมกัน แต่ที่แห่งนี้ไม่มีแปรงสีฟัน เธอคิดถึงของที่อยู่ในโลกของเธอจัง ถ้าเอาของพวกนั้นมาใช้ที่นี่ได้ก็คงจะดี เธอคิดถึงครีมอาบน้ำ กลิ่นหอมๆ และน้ำหอมที่เธอไปทำงาน
อี้เฉินเดินเข้ามาในบ้าน เขามองไปที่กับข้าวที่ดูน่าทานและแปลกใหม่ เขาไม่คิดว่าเธอจะทำอาหารเป็น เขาคิดว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงที่ทำอะไรไม่เป็น เขาต้องมองเธอใหม่เสียแล้ว เขานั่งลงที่โต๊ะกินข้าวและตักกับข้าวขึ้นมาลองชิม อร่อยมาก เธอปรุงอาหารที่มีอยู่ให้อร่อยเช่นนี้ได้อย่างไรกัน
“อร่อยใช่ไหมล่ะ อาหารก็เป็นสิ่งเดียวที่ข้าคิดว่าตัวเองทำอร่อย”
“ก็พอกินได้”
อร่อยก็บอกว่าอร่อยสิ ทำไมต้องทำท่ามากด้วย ชิ คนที่เก๊ก หลังจากที่เธอและเขากินข้าวเสร็จแล้ว เธอก็เข้าไปในครัวยกแก้วที่มีน้ำข้าวร้อนๆ เอาเข้ามาส่งให้อี้เฉิงกิน
“สิ่งนี้คืออะไร กินได้ใช่หรือไม่”
“สิ่งนี้คือน้ำข้าว ที่ได้จากการหุงข้าว กินได้และมีประโยชน์เป็นยาเย็น ช่วยในการย่อยอาหาร ดับร้อน และดีกับผู้ที่เพิ่งฟื้นจากไข้ได้อีกด้วย นี่ไงข้าก็กินเหมือนกัน” เธอกินน้ำข้าวในแก้วของตัวเอง
อี้เฉิงเห็นว่านางกินลงไปแล้ว เขาก็ดมกลิ่นเป็นกลิ่นข้าว เขาลองกินเข้าไปก็รู้สึกถึงความมัน มีความหวานเล็กน้อย และมีความเค็มผสมกันอยู่ สิ่งนี้ก็อร่อยดีเหมือนกัน “ข้าไม่เคยรู้ว่าสิ่งนี้กินได้ คนที่นี่ไม่มีใครกินกัน”
ก็ไม่แปลกหรอกที่เขาจะไม่รู้ เพราะที่โลกของเธอก็ยังมีคนอีกหลายคนที่ยังไม่รู้เหมือนกัน โดยเฉพาะคนสมัยใหม่ที่หุงข้าวด้วยหม้อไฟฟ้า จะไม่มีน้ำข้าวให้กินหรอก แถมข้าวที่หุงกับเตาถ่านยังมีความหอมทำให้อยากกินข้าวมากขึ้นไปอีก
“ท่านกินอิ่มหรือไม่ ตอนนี้ยังเช้าอยู่มาก เรากินอะไรเบาๆ ท้องกันก่อน ตอนเที่ยงข้าจะเพิ่มอาหารจานเนื้อให้ท่านทาน”
เขามองไปที่เหมยฮวา นางยิ้มอย่างมีความสุขทุกครั้งเมื่อพูดถึงอาหาร “แล้วแต่เจ้า ของที่มีอยู่เจ้าทำได้ตามสบาย”
“วันนี้เราจะออกไปไหนกันไหม หรือเราจะอยู่แต่ในบ้าน”
“ข้าต้องพาเจ้าไปแจ้งกับผู้ใหญ่บ้านเสียก่อน เพื่อให้เจ้าเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านของข้า”
“ได้ ถ้าตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอไปดูรอบๆ บ้านของท่านได้หรือไม่”
“เจ้าอยากทำอะไรก็ทำ แต่อย่าออกไปนอกกำแพงบ้านโดยที่ไม่มีข้าอยู่ หลังบ้านมีบ่อน้ำ ข้าจะไปตักน้ำมาเติมใส่ถังให้เต็ม”
เธออยากไปดูบ่อน้ำ แต่ที่เธอรับไม่ได้เลยก็คือห้องน้ำ เธอรับไม่ได้จริงๆ เธออยากให้เขาเปลี่ยนห้องน้ำเป็นแบบในโลกปัจจุบันของเธอ ไม่รู้คนที่นี่จะทำได้หรือเปล่า แต่ต้องเป็นแบบนั่งด้วย เธอนั่งยองๆ ไม่ถนัดเลยจริงๆ ห้องน้ำถ้าเข้าแล้วมันต้องมีความสุขที่ได้นั่งสิ เธอต้องหาเวลาคุยกับเขา แต่เธอจะหาเงินมาสร้างเอง
เธอสำรวจรอบๆ บ้านของอี้เฉิง บริเวณบ้านกว้างมาก ประมาณสามไร่ แต่เขาไม่ได้ปลูกอะไรไว้เลย มีแค่พื้นที่กว้างๆ และต้นผลไม้ไม่กี่ต้นเท่านั้น ส่วนด้านหน้าบ้านนั้น มีโต๊ะไว้นั่งเล่นอยู่หน้าบ้านใต้ต้นท้อ และห่างออกมาจากบ้านประมาณสามร้อยเมตร ก็จะเป็นห้องน้ำ ที่สร้างอยู่ไกล เพราะกลิ่นของห้องน้ำแรงมาก ส่วนบ่อน้ำที่เขาบอกกับเธอ อยู่ด้านหลังของบ้าน ห่างออกไปประมาณห้าร้อยเมตร อยู่ตรงกลางของพื้นที่ว่างๆ นั้นพอดี ถ้าเขาไม่ทำอะไร เธอจะเป็นคนปลูกเอง เธอจะลองให้เขาพาเข้าไปในตลาดและเข้าไปดูของในป่าอีกสักรอบ เธอเห็นในป่ามีทั้งผลไม้และผักที่เธอเคยกิน ไม่รู้ว่าภูเขาแถวนี้จะมีของที่เธออยากได้บ้างหรือเปล่า
เธอเดินสำรวจไปเรื่อยๆ เธอเพิ่งนึกได้ ว่าตัวเธอมีปานแดงตรงข้อมือข้างขวาเป็นรูปแปลกๆ อันเล็ก เธอเพิ่งจะมีก็ตอนที่เธอทะลุเวลาเข้ามาในที่แห่งนี้ ปานแดงนี้ถ้ามองดีๆ หน้าตาของมันคล้ายกับโทรศัพท์ในโลกที่เธอจากมา หรือจะเป็นโทรศัพท์เครื่องนั้น ที่เธอได้ฝันถึงพ่อและแม่ก่อนที่จะทะลุเวลามาในที่แห่งนี้ หรือพ่อกับแม่จะมอบโทรศัพท์เอาไว้คอยช่วยเหลือเธอกัน
เธอลองเอามือไปลูบที่ปานแดงตรงข้อมือด้านขวา และตั้งจิตถึงพ่อกับแม่ว่า ถ้านี่เป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายที่ท่านทิ้งไว้ให้เธอ ขอให้มีอะไรออกมาด้วยเถิด สิ่งที่ออกมาหลังจากที่เธอพูดจบเป็นโทรศัพท์รุ่นใหม่ที่เธออยากได้ และพ่อกับแม่ให้เป็นของขวัญเธอในความฝันตอนนั้น พ่อกับแม่ไม่เคยทิ้งเธอเลย ท่านยังคอยช่วยเหลือเธอเสมอแก้มหอมจะใช้สิ่งนี้เพื่อเอาตัวรอดในโลกใบนี้อย่างที่พ่อกับแม่อยากให้เธอเป็น เธอเช็ดน้ำตา เธอบอกกับตัวเองว่าเธอต้องเข้มแข็งได้แล้ว
เธอหันไปมองทางบ้านของอี้เฉิง และหามุมที่ลับสายตา เธออยากสำรวจว่าโทรศัพท์เครื่องนี้มันทำอะไรได้บ้าง เธอแอบนั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่อยู่เกือบท้ายไร่ เธอยกโทรศัพท์ขึ้นมาดู และลองเปิดเครื่องและตั้งรหัสผ่าน เธอเข้าไปในหน้าจอ ทุกอย่างเหมือนกับโทรศัพท์ปกติของโลกเดิมที่เธอจากมา มีหน้าดาวน์โหลด ให้โหลดเกม และยังมีเว็บสำหรับค้นหาสิ่งต่างๆ ทั่วโลกได้อีกด้วย นี่มันอะไรกัน แต่ที่เธอทำไม่ได้ก็คือ เธอไม่สามารถพิมพ์โต้ตอบกับคนอื่น ไม่สามารถโทรหาใครได้เธอสามารถดูชีวิตของคนอื่นได้ แค่ดูได้อย่างเดียว ทุกอย่างใช้งานได้ทุกแอปที่มีในโทรศัพท์ บัญชีบนโทรศัพท์ที่ใช้โหลดแอปของเธอขึ้นว่าผู้เล่นไร้ตัวตน
เธอสำรวจโทรศัพท์อยู่ ก็มีแอปหนึ่งเด้งขึ้นมาบนหน้าจอของเธอ ชื่อแอปช็อปสินค้า เธอเปิดเข้าไปที่แอปนั้น ก็เป็นสินค้าต่างๆ ทั่วโลก เธอเห็นแบบนั้นก็ดีใจ เธอจะได้ซื้อของที่เธออยากได้ แต่สิ่งที่ใช้แทนเงินในการซื้อสินค้าในแอปนั้นก็คือแต้ม เธออ่านวิธีได้แต้ม แต้มที่ใช้ซื้อสินค้าได้จากไหน และต้องทำอย่างไรถึงจะได้แต้มมา
กอด = 30
จูบ = 200
นอนกอดกัน = 50
มีอะไรกับคนรัก = 500
มีลูก = 10000
เสน่หาแบบอื่นๆ นอกเหนือจากที่กล่าวมา จะได้แค่ 10 คะแนนเท่านั้น แต่ถ้าเป็นการสัมผัสทางกายภายนอกจะได้ 1- 100 แล้วแต่ความพอใจของคู่ของคุณ หรือคนที่เขามีใจให้คุณ
หลังจากที่เธออ่านข้อความเสร็จ เธอแทบล้มทั้งยืน แต้มนี้คือแต้มเสน่หา เธอจะได้แต้มจากคนที่มาชอบหรือมีใจให้เธอและแต้มจะขึ้นจากความพึงพอใจเหล่านั้น
‘นี่มันแต้มอะไรกัน!!!!!!!!!!’
