ตอนที่ 4 กลับบ้าน
เธอนั่งเกวียนมาอีกสักพักก็ถึงร้านผ้าแห่งหนึ่ง ตอนนี้ใกล้มืดแล้วร้านค้าเก็บของกันไปหมด มีเหลือไม่กี่ร้านเท่านั้น เธอได้สังเกตภายในเมืองแต่ก็มองไม่ค่อยเห็นมากนักเพราะแสงไฟในเมืองไม่ค่อยมี เอาไว้คราวหน้าถ้าเข้ามาในเมืองแห่งนี้อีกเธอจะต้องเดินดูสิ่งของภายในตลาดแห่งนี้บ้างแล้ว
“เจ้าเข้าไปเลือกสิ่งของที่เจ้าต้องใช้มาเถอะ ที่บ้านของข้านั้นมีของใช้แค่ชุดเดียวเท่านั้น”
ตัวเธอมาแค่ตัวเปล่าๆ ไม่มีสิ่งของอะไรติดตัวมาด้วย มีแค่เสื้อผ้าชุดเดียวเท่านั้น “ถ้าอย่างนั้น ข้าขอยืมเงินท่านซื้อของพวกนี้ไปก่อน รอข้าหาเงินได้ ข้าจะนำมาคืนท่าน”
“เจ้าคิดว่าข้าหน้าเงินมากหรือไรของพวกนี้ข้าให้เจ้า เพราะเจ้าต้องช่วยงานข้า”
เธอคิดว่ามันสมเหตุผลแล้ว จึงตกลงและเดินเข้าไปเลือกซื้อสินค้าภายในร้านผ้า ร้านผ้าแห่งนี้เป็นร้านผ้าไม่ใหญ่มากนัก และเป็นร้านผ้าร้านเดียวที่ยังเปิดขายอยู่
“ร้านผ้าซิ่วอิง ยินดีต้อนรับ ท่านต้องการซื้อสิ่งใดสอบถามกับข้าได้”
เธอเดินเข้ามาในร้านผ้า ก็พบเข้ากับเจ้าของร้าน เป็นผู้หญิงอายุน่าจะสี่สิบกว่าแล้ว แต่นางยังดูสวยอยู่ แต่งตัวสะอาดหน้าตาดูใจดี
“อยากดูผ้าห่มสำเร็จรูป และเสื้อผ้า”
“ทางร้านเรามีผ้าห่มที่นุ่มเหมาะกับหน้าหนาวที่จะถึงนี้อย่างมาก เสื้อผ้าทางร้านเราก็เพิ่งเข้ามาใหม่”
เธอฟังที่เจ้าของร้านพูดขายสินค้า และเธอก็มองตามสินค้าชิ้นนั้นไปด้วย เป็นผ้าห่มธรรมดาไม่ได้ดีอะไรมากมาย ผ้าห่มที่เธอลองจับของทางร้านว่าดีที่สุดแล้ว ก็ยังเป็นของธรรมดาสำหรับเธออยู่ดี หรือที่แห่งนี้ จะไม่รู้จักผลนุ่นกัน จึงไม่มีผ้าห่มยัดนุ่นเลย “ผ้าห่มผืนนี้ดีที่สุดแล้วใช่หรือไม่”
“ผ้าห่มผืนนี้ดีที่สุดของทางร้านแล้ว”
ที่แห่งนี้คงยังไม่ก้าวหน้าในหลายๆ อย่าง ถ้าเป็นแบบนี้ เธอก็มีหนทางหาเงินแล้วน่ะสิ เธอคิดแล้วก็ดีใจ เธอจะใช้ความรู้ในโลกอนาคต นำมาทำของขายในโลกนี้ เธอจะรวยแล้ว เธอเอาผ้าห่มสีทึบมาสองผืน และหมอนสำเร็จรูปอีกหนึ่งลูก เธอยังดูชุดเอาไปเปลี่ยนอีกสองชุดพร้อมกับผ้าผืนยาวธรรมดาสองผืนแต่คนละสีกัน เสื้อผ้าที่นี่ สีสดจะขายดี สีอ่อนๆ จะขายไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และที่ขายดีสำหรับชาวบ้านที่ยากจน ก็จะเป็นผ้าหยาบสีทึบธรรมดา รูปแบบเสื้อผ้าก็จะเหมือนๆ กัน เหมือนกับชุดที่เธอใส่ไม่มีลวดลายอะไร เธอจึงเลือกเสื้อผ้าสีทึบมาสองตัว เอาไว้เปลี่ยนตอนอยู่ที่บ้าน แต่ผ้าที่เธอเลือกเป็นผ้าฝ้ายเนื้อผ้าจะดีกว่าผ้าหยาบมาก
“ทางร้านเราจัดเตรียมสิ่งของให้ท่านไว้แล้ว ราคารวมทั้งหมด หนึ่งตำลึงเงิน”
เธอเอาเงินจ่ายให้กับเจ้าของร้าน และให้เจ้าของร้านขนของที่เธอซื้อนำไปไว้บนเกวียน
“ขนของไว้ให้บนเกวียนหมดแล้ว ถ้าท่านจะเลือกซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ อย่าลืมมาซื้อเสื้อผ้าที่ร้านผ้าซิ่วอิงของเรานะเจ้าค่ะ”
เธอยิ้มตอบกลับไปแล้วก็ขึ้นมาบนเกวียนวัวที่จอดรออยู่
“เจ้ายังขาดสิ่งของใดอีกบ้าง ถ้าจะซื้อตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว พวกเราจะกลับบ้านมืดเสียก่อน”
“ข้าไม่ต้องการอะไรแล้ว ท่านไม่ซื้อของใช้ของท่านบ้างหรือ”
“ข้าเป็นผู้ชายไม่จำเป็นต้องใช้ของอะไรที่มันมากมายนักหรอก ที่บ้านของข้าก็มีของครบหมดแล้ว”
“แล้วที่บ้านของท่าน ท่านอยู่กับใคร ญาติพี่น้องของท่านมีหรือไม่”
“ข้าอยู่คนเดียวไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน เจ้าสบายใจได้ ถ้าข้าตายไป สมบัติทุกอย่างของข้าจะเป็นของเจ้าอย่างแน่นอน”
“พูดเรื่องตายอะไร ท่านจะรีบตายไปไหน ข้ายังต้องการความช่วยเหลือจากท่านอีกเยอะ”
“ถึงเจ้าอยากให้ข้าตาย ข้าก็ไม่ตายง่ายๆ หรอก” เขาชอบแกล้งนาง เพราะนางชอบทำแก้มป่องเวลาโดนเขาแกล้ง
เธอมองค้อนอี้เฉิงไปหนึ่งรอบ จากการเดินทางกับเขา ทำให้เธอเริ่มมีความสนิทและไว้ใจเขามากขึ้น เธอถามในสิ่งที่เธอไม่รู้กับอี้เฉิงอีกหลายอย่าง รถเกวียนวัวก็ขับมาถึงหน้าบ้านของเขาพอดี
“ถึงแล้วขอรับ” ลุงเจ้าของเกวียนวัวช่วยขนของลงจากรถ และเอาไปวางไว้หน้าบ้านให้พวกเธอ อี้เฉิงจ่ายเงินให้ลุงไปสองตำลึง เธอเห็นสีหน้าของลุงดูดีใจเป็นอย่างมาก และลุงก็ขับเกวียนวัวจากไป
เธอหันกลับมามองบ้านของชายหนุ่ม มันช่างมืดมาก เธอมองไม่เห็นอะไรเลย เธอเลยไม่รู้ว่าบ้านหลังนี้หน้าตาเป็นแบบไหน รู้แค่ว่ากำแพงบ้านสูงและก็แข็งแรงมาก เขาทำไมต้องสร้างกำแพงบ้านที่สูงมากขนาดนี้ด้วย เขาเปิดประตูบ้าน เธอเข้ามาในบริเวณของบ้าน ก็เห็นว่าด้านในกำแพงนั้น มีบ้านอิฐหลังไม่ใหญ่เท่าไหร่ บริเวณโดยรอบเธอมองไม่ค่อยชัดเพราะมันมืดมาก พรุ่งนี้เธอค่อยออกมาสำรวจรอบๆ อีกครั้ง
เธอเดินตามเขาเข้ามาภายในบ้าน ก็เห็นว่าเป็นบ้านอิฐธรรมดาที่สะอาด มีหนึ่งห้องนอน และมีห้องทำกับข้าวเท่านั้น แล้วเขาจะให้เธอนอนที่ไหนกัน
“ท่านจะให้ข้านอนตรงไหน” เพราะเธอเห็นว่ามีห้องนอนแค่ห้องเดียวเท่านั้น
“เจ้าก็นอนภายในห้อง”
เขาให้เธอนอนภายในห้องนอน “แล้วท่านจะนอนที่ไหนกัน
“ข้าก็นอนในห้องเหมือนกัน”
“ท่านจะให้ข้านอนกับท่านหรือ เราตกลงกันไว้ไม่ใช่แบบนี้นี่น่า” เธอเริ่มที่จะกลัวเขาขึ้นมาแล้วสิ
“เจ้าพูดเรื่องนี้ขึ้นมา ข้าก็อยากจะคุยเรื่องที่เราตกลงกันไว้อยู่พอดี”
เธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะให้เธอช่วยทำอะไร “ท่านจะให้ข้าช่วยทำสิ่งใดกัน”
“สิ่งที่ข้าอยากให้เจ้าช่วยไม่ยากหรอก ข้าอยากให้เจ้าแกล้งมาเป็นภรรยาของข้า เจ้าทำได้หรือไม่”
แกล้งเป็นภรรยา ถ้าแค่แสดงเฉยๆ เธอก็พอจะทำได้ “ถ้าแค่แกล้งเฉยๆ ข้าพอช่วยท่านได้ แต่เราต้องตกลงกันก่อน ว่าจะไม่มีการร่วมหลับนอนหรือทำไม่ดีต่อตัวข้า”
“ตกลง ตามที่เจ้าว่า ข้าแค่อยากหาใครสักคนมาเป็นภรรยาก็แค่นั้น” ที่เขาต้องการภรรยา ก็เพราะว่ามีหญิงสาวบางคนที่เคยเห็นหน้าตาของเขาตอนที่เขายังไม่มีหนวดเคราอยู่ และเขาก็เป็นนายพรานที่หาเงินได้เยอะ ชาวบ้านแถวนี้จึงพยายามยัดเยียดลูกหลานตัวเองให้เขา เขารำคาญเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว ที่เขาต้องสร้างกำแพงบ้านสูงก็เพราะมีหญิงสาวบางคนใจกล้าเคยแอบเข้ามานอนในบ้านของเขา ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวผู้หญิงในหมู่บ้านแห่งนี้มาก
“เหตุผลที่ท่านอยากมีภรรยาเพราะเหตุใด ท่านน่าจะหาภรรยาได้ไม่ยาก เพราะท่านหาเงินได้มาก”
“ข้าแค่พอใจเจ้าก็แค่นั้น เจ้ามีหน้าที่กันผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาหาข้า และเจ้าต้องแกล้งทำเป็นภรรยาของข้าให้ดี อย่าให้ผู้อื่นจับได้”
“ข้าตกลง ข้าจะแกล้งเป็นภรรยาให้ท่านเอง แต่ท่านต้องสัญญาว่าจะไม่ห้ามข้า ถ้าข้าต้องการทำสิ่งใดเพื่อหาเงินให้ตัวข้าเอง และข้าจะคอยช่วยท่านดูแลบ้านและทำอาหารให้ท่านเป็นการตอบแทน”
“ได้ข้าตกลง เจ้าเอาผ้าห่มเข้าไปปูบนเตียงในห้องเถิด”
เธอเข้ามาในห้องนอน ก็เห็นว่าเป็นเตียงเตาที่มีขนาดใหญ่สามารถนอนได้สองคน และรอบๆ ห้องก็ไม่มีสิ่งของอะไรอีก พอตกช่วงกลางคืนอากาศก็จะเริ่มหนาวแล้ว เธอที่อยู่เมืองร้อนมาตลอดไม่ค่อยคุ้นชินกับอากาศที่หนาวเท่าไหร่ เขาจะนอนด้านในหรือด้านนอกกันนะ เธอไม่ถือหรอกถ้าจะนอนเตียงเดียวกัน เธอเป็นหญิงยุคใหม่ และยอมรับอะไรได้ง่ายๆ แค่เขาไม่เข้ามาวุ่นวายกับเธอก็พอแล้ว เธอปูผ้าไปก็หาวิธีหาเงินไปด้วย เธอได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาในห้องก็เป็นเขานั้นเอง
“นั่นท่านจะทำอะไร ท่านต้องไปอาบน้ำก่อน ข้าจะไม่ยอมนอนกับคนที่ไม่อาบน้ำ”
“เรื่องของเจ้าแต่ข้าจะนอน ข้าเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” เขากำลังล้มตัวนอน ก็มีแรงดึงมาที่แขน เป็นนางที่พยายามดึงเขา เพื่อให้เขาออกไปอาบน้ำ ที่จริงตัวเขาก็เป็นคนที่รักความสะอาด แต่วันนี้เขาเหนื่อยล้ามาทั้งวันแล้วเขาอยากจะนอน แต่นางก็ดึงแขนเขาไม่หยุด เขาจึงต้องลุกขึ้นไปอาบน้ำ เขาจะได้เริ่มนอนเสียที
เธอดึงแขนเขาจนเมื่อยแขนไปหมด คนอะไรตัวแข็งขนาดนี้กัน จนสุดท้ายเขาก็ยอมลุกขึ้นไปอาบน้ำ เธอเดินตามออกไป เธออยากรู้ว่าเขาเอาน้ำที่ไหนอาบ
“อยากออกมาดูข้าอาบน้ำก็ไม่บอก เจ้ามาอาบน้ำกับข้าก็ได้ ข้าไม่ว่าเจ้าหรอกนะ”
“ใครจะอยากดูท่านอาบน้ำกัน ข้าแค่อยากรู้ว่าท่านเอาน้ำที่ไหนอาบ ข้าจะได้มาอาบน้ำได้ถูก”
“เจ้าไปอาบน้ำด้านในนั่นล่ะ ที่ห้องครัวมีอ่างสำหรับต้มน้ำอยู่ และด้านข้างมีถังใส่น้ำให้เจ้าพออาบน้ำได้ ส่วนข้าจะไปอาบด้านนอกเอง เจ้าอาบเสร็จค่อยมาเปิดประตูให้ข้าก็แล้วกัน ข้างนอกมันหนาวอย่าอาบนานนักเล่า” เขาบอกนางไปครั้งเดียว เขาจะได้รีบนอนเสียที
“ขอบคุณ” เธอรอให้เขาออกไปอาบน้ำ เธอจึงเดินออกมาดูตรงห้องครัว เป็นแบบที่เขาบอกเธอ แต่เธอจุดไฟไม่เป็นพรุ่งนี้ค่อยมาลองทำก็แล้วกัน เธอรีบอาบน้ำโดยที่ไม่ต้มน้ำ น้ำเย็นไม่มากเท่าไหร่แต่ก็เธออาบได้ เธออาบน้ำไม่นานนัก ดีที่เธอซื้อผ้าเอาไว้สำหรับเช็ดตัวและใส่อาบน้ำไว้ด้วย จะให้เธอแก้ผ้าอาบน้ำเธอก็ไม่กล้า เธอซื้อผ้าผืนยาวสีดำที่ใช้คลุมตัว มาทำผ้าถุง และซื้อผ้าอีกผืนเอาไว้สำหรับเช็ดตัว
เธอเข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้อง และเอาชุดชั้นในที่ซักแล้ว เธออยากจะเอาไปตากเสียหน่อย เธอไม่รู้ว่าที่นี่เขาใส่ชุดชั้นในแบบไหนกัน แต่เธอไม่อยากให้เขาเห็น เธอเปิดประตูออกไปก็เห็นว่าเขายืนรออยู่หน้าประตูพอดี
“ท่านอย่าเพิ่งไป ข้าอยากตากผ้าที่ใส่แล้ว” เขาชี้ไปทางด้านข้างบ้านมีไม้ไผ่ยาวๆ ไว้สำหรับตากผ้าอยู่พอดี เธอรีบเดินเอาผ้าพร้อมกับชุดชั้นในไปตากไว้ และตั้งใจว่าพรุ่งนี้เธอจะรีบตื่นขึ้นมาเก็บผ้าที่ตากไว้แต่เช้า หลังจากตากผ้าเสร็จแล้วเธอก็จะเข้าไปนอน เธอเห็นชายหนุ่มนอนหลับไปแล้วด้านนอกของเตียง แสดงว่าเธอต้องนอนด้านในใช่ไหม
เธอขึ้นไปนอนบนเตียงด้านใน และเอาผ้าห่มที่ซื้อมาขึ้นมาห่ม และก็หลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
ทางด้านอี้เฉิงที่เธอคิดว่าหลับไปแล้ว ก็ลืมตาตื่นขึ้นมา เขามองไปทางนางที่นอนอยู่ เขารู้ว่านางไม่ได้ความจำเสื่อมนางอาจมีเหตุผลบางอย่าง แต่นางก็ดูไม่เหมือนคนที่นี่ นางแปลกกว่าทุกคนที่เขาเคยพบ ไม่ว่านางจะมาจากที่ไหน ขอแค่นางไม่เป็นอันตรายต่อเขาก็พอแล้ว
เช้าวันต่อมาอี้เฉิงรู้สึกว่ามีอะไรนุ่มๆ อยู่ตรงแขนของเขา เขาจึงลืมตาดู เห็นหญิงสาวที่นอนอยู่ด้านข้างเขาที่ใช้ทั้งมือและแขนกอดเขาไว้ และที่เขารู้สึกนุ่มๆ ตรงแขนนั้น ก็น่าจะเป็นหน้าอกของนางนั่นเอง เขาก็รู้สึกตัวร้อนขึ้นมา แต่เขาก็ไม่ได้จับแขนและขาของนางออกจากตัวของเขา และเขาก็แกล้งหลับไป
