บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 ล่าสัตว์

เธอไม่เคยเจอใครที่ทำตัวหยาบคายแบบนี้เลย ทำไม่ผู้ชายคนนี้ถึงปากจัดมากกว่าผู้หญิงเสียอีก “ก็ตอนนี้ฉันเห็นนายแค่คนเดียว ฉันไม่รู้จักใครที่นี่ด้วย และฉันก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน นายจะทิ้งผู้หญิงตัวเล็กแบบฉันให้อยู่คนเดียวในป่า นายไม่ส่งสารผู้หญิงตัวเล็กน่ารักบ้างหรือไง” เธอแกล้งบีบน้ำตา เพื่อให้ดูน่าสงสารที่สุด เธอไม่รู้จริงๆ ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน และทำไมเธอถึงพูดภาษาจีนได้ ทั้งๆ ที่เธอเป็นคนไทย

อี้เฉิงมองไปที่หญิงสาวแปลกหน้า ที่แกล้งทำตัวน่าสงสาร หรือนางจะหลงทางมาจริงๆ เป็นคนจากเมืองอื่นหรือเปล่า “ถ้าเจ้าไม่กลัวข้า เจ้าอยากตามข้ามาก็ได้ แต่ข้ายังไม่ออกจากป่านี้ง่ายๆ เพราะข้าต้องล่าสัตว์เพื่อเอาไปขาย”

“ขอฉันตามนายไปด้วยก็ได้ ฉันจะเป็นเด็กดีไม่ดื้อและไม่ซน ฉันจะไม่กวนนายเลย” เธอวิ่งตามหลังชายคนนั้นไป เขาเดินเร็วมากเธอต้องคอยวิ่งตามให้ทัน เธอวิ่งตามหลังชายหนุ่มไป เธอทั้งเหนื่อยและก็หิวด้วย ไม่รู้ผู้ชายคนนี้จะรีบเดินไปไหน เธอสังเกตด้านหลังของผู้ชายที่เธอตามอยู่ เป็นผู้ชายสูงประมาณหนึ่งร้อยเก้าสิบ เป็นผู้ชายผิวขาวและสูงเพรียว ถ้าไม่นับหน้าตาแค่มองด้านหลังก็คงเป็นผู้ชายที่ใช้ได้คนหนึ่งเลย แต่หน้าตาของชายคนนี้ดูจะโหดไปสักหน่อย

เธอกำลังคิดอะไรไปเรื่อย อยู่ดีๆ ผู้ชายที่อยู่ด้านหน้าเธอก็หยุดเดินกะทันหัน ทำให้เธอเดินชนไปที่หลังของเขาอย่างจัง จนตัวเธอล้มลง “นายจะหยุดทำไมไม่บอกฉันก่อนล่ะ” เธอลุกขึ้นและเอามือจับก้นตัวเองที่รู้สึกเจ็บนิดหน่อย

“แล้วเจ้าเดินในป่ามัวคิดอะไรอยู่ ในป่ามีแต่สัตว์ร้ายเต็มไปหมด ถ้าเจ้ามัวแต่ใจลอยแบบนี้ไม่น่าจะรอดออกไปได้หรอก”

“ทำไมนายต้องว่าฉันด้วย ฉันก็แค่ไม่เคยเดินป่า นายพูดดีๆ กับฉันก็ได้ ปากแบบนี้น่าจะหาเมียไม่ได้หรอก” เธอพูดออกไปด้วยความโมโห

อี้เฉิงรู้สึกอยากแกล้งหญิงสาวคนนี้ขึ้นมา “ก็ไม่นะ ตอนนี้ก็มีหญิงสาวตามผู้ชายที่ไม่รู้จักเข้ามาในป่าอยู่หนึ่งคนไม่ใช่หรือ” เขาพูดพร้อมกับทำสายตาแทะโลมไปที่หญิงสาว

เธอเอามือปิดหน้าอกตัวเอง “นี่นายหมายถึงใครกัน คิดว่าฉันอยากตามนายมาหรือไง ถ้าฉันมีทางเลือกอื่น”

“ก็ไม่รู้สิ เจ้าอาจจะอยากเป็นเมียข้าก็ได้ใครจะรู้”

“นาย หยุดพูดไปเลย” เธอไม่อยากจะเถียงกับผู้ชายคนนี้อีก ก็เลยเลือกที่จะเงียบไป

“หึ นึกว่าจะแน่”

เธอมองไปที่ชายคนนั้นด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง คอยดูนะถ้าฉันออกจากป่านี้ไปได้ฉันจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันผู้ชายนิสัยแย่ๆ แบบนี้อีก

เธอเดินตามหลังชายหนุ่มไปเรื่อยๆ เธอได้ยินเสียงเขาบอกให้เธอหยุดเดิน “มีอะไร ทำไมนายไม่เดินต่อ”

“ด้านหน้าน่าจะมีสัตว์ดุร้ายอยู่ เจ้าปีนต้นไม้เป็นหรือไม่”

“มีสัตว์ดุร้าย เป็นสัตว์ชนิดไหน ฉันเคยปีนต้นไม้มาก่อน” เธอไม่รอให้ชายหนุ่มพูดต่อ เธอก็รีบปีนขึ้นบนต้นไม้ทันที

“ปีนเก่งเหมือนกัน” เขามองไปที่หญิงสาวที่ดูเป็นงานเป็นการ ยังมีความพูดง่ายอยู่บ้าง

“ทำไม นายโกหกให้ฉันปีนต้นไม้หรือไง”

“มีสัตว์ร้ายจริง ข้าก็แค่คิดว่าเจ้าก็พูดง่ายดีก็เท่านั้น”

“ฉันก็กลัวตายเหมือนกัน นายจะทำยังไงกับสัตว์ด้านหน้า แล้วนายรู้หรือว่าเป็นสัตว์ชนิดไหน”

“ข้าเข้ามาในป่าเพื่อล่าสัตว์ ก็ต้องฆ่ามันอยู่แล้ว จากที่ข้าสังเกตจากรอยเท้าน่าจะเป็นหมี”

“เป็นหมี! ” เธอเผลอพูดเสียงดังและรีบเอามืออุดปากตัวเองทันทีโดยที่ไม่ต้องให้ชายหนุ่มบอกเธอเลย เธอปีนขึ้นต้นไม้สูงขึ้นไปอีก หมีต้องตัวใหญ่แน่ๆ เธอไม่เคยเห็นหมีมาก่อน

“นายจะฆ่าหมีก็รีบฆ่า แต่ฉันไม่สามารถช่วยนายได้หรอกนะ แค่ตัวฉันเองก็ไม่ไหวแล้ว” เธอรีบบอกไว้ก่อน ให้เธอไปสู้กับหมี ให้เธอตายยังง่ายกว่าเลย

“ข้าคงไม่หวังให้เจ้าช่วยข้าหรอก แค่เจ้าอยู่เงียบๆ และรักษาชีวิตของตัวเจ้าเองให้ดีก็พอแล้ว” หลังจากที่เขาพูดกับหญิงสาวจบ เขาก็ปีนขึ้นไปบนต้นไม้อีกต้นที่อยู่ห่างจากต้นที่หญิงสาวอยู่ เขามองเห็นหมีตัวใหญ่ น่าจะเป็นหมีที่เพิ่งคลอดลูกได้ไม่นาน เพราะตามตัวของมันยังไม่ค่อยมีแรงเดินเท่าไหร่ หรือไม่ก็ก่อนหน้าที่เขาจะเจอหมีตัวนี้ มันอาจโดนคนอื่นทำร้ายมาก่อนแล้วก็ได้ เขาเอาธนูเหล็กที่เขาได้ทำเองเพื่อเอาไว้ใช้ล่าสัตว์ใหญ่โดยเฉพาะ เขาเล็งไปที่หัวของหมี เขาอยากให้มันตายในครั้งเดียว เพราะถ้าเกิดการต่อสู้อาจทำให้หมีราคาตกได้ เขาจึงเลือกใช้ธนู เขาจะฆ่ามันภายในการยิงครั้งเดียว

แก้มหอมมองไปที่ชายหนุ่มที่กำลังเตรียมยิงธนูใส่หมีตัวนั้น เธอจับต้นไม้แน่นขึ้นและภาวนาให้ชายหนุ่มทำสำเร็จ ถ้าชายหนุ่มทำไม่สำเร็จนั่นอาจหมายถึงชีวิตเธอน่าจะจบลงภายใต้เท้าหมีตัวนั้น เธอลุ้นไปพร้อมกับชายหนุ่ม

อี้เฉิงใส่พลังไปที่ธนู เขาเล็งไปที่หัวและยิงออกไป เขามองลูกธนูที่ยิงออกไปเพื่อดูว่ามันจะโดนในจุดที่เขาตั้งใจให้โดนไหม ลูกธนูดอกนั้นพุ่งตรงไปที่หัวของหมีอย่างเร็วจนลูกธนูทะลุหัวของหมีออกไปอีกฝั่ง หมีตัวนั้นที่มันเดินอยู่ดีๆ ก็โดนลูกธนูที่ไหนไม่รู้ยิงเข้าใส่ทำให้ตัวมันตายคาที่ทันที

แก้มหอมที่เห็นว่าหมีตัวนั้นล้มลงพร้อมกับหมดลมหายใจไปแล้ว เธอก็โล่งอกในที่สุดความหวาดกลัวที่เธอมีก็จบลงเสียที “แล้วนายจะพาหมีตัวนี้กลับไปอย่างไร”

“ข้ามีวิธีก็แล้วกัน แต่เจ้าอาจจะต้องเข้าเมืองไปขายหมีตัวนี้กับข้าก่อน เพราะข้าอยากขายหมีตัวนี้ออกไปทั้งตัว ข้าไม่อยากเสียเวลาแยกชิ้นส่วนของมัน ถึงมันจะได้ราคาที่ดีกว่าก็ตาม แต่ท่าขายทั้งตัวก็จะได้ราคาดีเหมือนกัน แต่คนซื้อก็อาจต้องแย่งชิงหมีตัวนี้ เขาจะขายให้กับคนที่ให้ราคาดีที่สุดเท่านั้น

“ฉันไปขายเจ้าหมีตัวนี้กับนายก็ได้ แต่นายต้องสัญญาว่าจะไม่ทิ้งฉันไว้คนเดียว นายสัญญากับฉันก่อนสิ”

“ทำไมต้องสัญญา ในเมื่อข้าช่วยเจ้าออกไปจากป่าแล้ว เราก็ควรแยกทางกันไม่ใช่หรือไง เจ้ายังจะตามข้าอีกทำไม”

เธอก็ไม่รู้ว่าที่นี่มันที่ไหน และอีกอย่างจากที่เดินทางกับชายคนนี้ ก็ไม่ได้ดูเลวร้ายอะไร นอกจากปากเสีย อย่างอื่นก็พอพึ่งพาได้ เขาเป็นคนเดียวที่เธอรู้จักบนโลกใบนี้ จะให้เธอไปอยู่ที่ไหน ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนตัวเธอเองยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ “ฉันบอกนายตามตรง ฉันสูญเสียความทรงจำ ฉันไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหนเลยด้วยซ้ำ แล้วนายจะทิ้งฉันไว้ในที่ ที่ฉันไม่รู้จัก ฉันขออยู่กับนายจนกว่าฉันจะรู้ว่าที่นี่คือที่ไหน และฉันเอาตัวรอดได้ ฉันก็จะไปจากนายทันทีเลย ฉันสัญญาฉันจะไม่ทำอันตรายนายอย่างแน่นอน”

“ข้านี่นะจะกลัวเจ้าทำร้าย เจ้ามาอยู่กับข้า เจ้าไม่กลัวข้าหรือไง ใครๆ เขาก็กลัวข้ากันทั้งนั้น แต่ถ้าเจ้าจะอยู่กับข้าก็ต้องเปลี่ยนแปลงคำพูดที่เจ้าใช้พูด และชุดที่เจ้าใส่มันแปลกเกินไป เจ้ามีชุดอื่นเปลี่ยนอีกหรือไม่”

“ข้าไม่มีอะไรติดตัวมาเลย ข้าจะหาชุดมาจากไหน เงินข้าก็ไม่มีสักหยวน เราอยู่ด้วยกันแค่เป็นเพื่อนกันเท่านั้น นายห้ามคิดไม่ดีกับฉันเด็ดขาด แต่ฉันสามารถช่วยนายทำงานบ้านและทำกับข้าวให้นายกินได้ นายคิดว่าดีหรือเปล่า หรือนายมีภรรยาอยู่ที่บ้านแล้ว”

“ข้าเป็นชายโสด ข้าไม่รู้ว่าจะเผลอล่วงเกินเจ้าหรือไม่ ก็เจ้าทั้งขาวและน่ารักแบบนี้” เขาแกล้งมองไปที่หญิงสาวด้วยสายตาหื่นกระหาย

“นายไม่ทำฉันหรอก ใช่ไหม” เธอทำใจกล้าถามออกไป

“ไม่รู้สิ ต้องดูก่อนว่าเจ้าทำตัวดีแค่ไหน ข้าอาจจะส่งสารเจ้าบ้างก็ได้”

“แสดงว่านายให้ฉันอยู่ด้วยได้ใช่ไหม” ผู้ชายคนนี้ก็แค่ปากร้ายแต่จิตใจยังดีอยู่ และเขาเป็นตัวเลือกสุดท้ายของเธอแล้วจริงๆ

“ข้าไม่ได้จะให้เจ้าอยู่ด้วยเฉยๆ หรอก ถ้าเจ้าจะอยู่กับข้า เจ้าก็ต้องช่วยอะไรข้าบางอย่าง เจ้าจะช่วยข้าได้หรือเปล่า”

“นายจะให้ฉันช่วยอะไรนาย ฉันบอกไว้ก่อนเลยนะ ถ้านายให้ฉันช่วยในสิ่งที่ฉันทำไม่ได้ ฉันจะไม่อยู่กับนายเหมือนกัน”

“ที่ข้าจะให้เจ้าช่วย ไม่ได้ยากอะไร เอาไว้ถ้าถึงที่หมู่บ้านของข้า ข้าก็จะบอกกับเจ้าเอง ตอนนี้ข้าต้องรีบนำหมีไปขายในเมืองก่อน”

หวังว่าสิ่งที่ผู้ชายคนนี้ขอให้เธอช่วยจะไม่ร้ายแรงเกินไปก็พอ “ว่าแต่นายชื่ออะไร”

“เจ้าต้องเริ่มหัดพูดภาษาของที่นี่ได้แล้ว ข้าชื่ออี้เฉิง”

“ก็ได้ข้าจะพยายามก็แล้วกัน ส่วนข้าชื่อเหมยฮวา มีแค่ชื่อของข้าเท่านั้นที่ข้าจำได้” เธอตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีพูดของตัวเอง และเปลี่ยนชื่อเธอจากแก้มหอม เป็นเหมยฮวา ถ้าบอกชื่อไทยไปมันก็ดูแปลก เพราะเธอมาอยู่ในยุคจีนที่เธอไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง เอาไว้ถ้าทุกอย่างเข้าที่แล้ว เธอจะต้องศึกษาประวัติของที่นี่บ้างแล้ว

อี้เฉิงทำที่ลากหมีที่ดูแข็งแรง เขาใช้เชือกที่พกมาด้วยมัดเข้ากับไม้ไผ่ ตัดปลายไม้ไผ่ให้เรียวขึ้นแล้วเขาก็ลากหมีตัวใหญ่มาไว้บนไม้ไผ่ที่เขาได้ทำไว้ เท่านี้ก็เสร็จแล้ว เขาลากหมีไปตามเส้นทางที่คุ้นเคย โดยมีผู้ร่วมทางคนใหม่เป็นหญิงสาวหนึ่งคน เขาลากหมีออกมาจากป่าใหญ่ ก็เจอเข้ากับถนน ที่มีเกวียนรับจ้างขี่ผ่านไปบ้าง เขายืนรอข้างทางเพื่อรอรถเกวียนวัว ที่มักจะขี่ผ่านเพื่อรับจ้างขนสัตว์หรือสมุนไพรที่นายพรานได้เข้าป่าไปล่าหรือหาได้ เพื่อนำไปขายในตลาดภายในเมือง เพราะได้ราคาที่แพงกว่า

“พวกเรายืนรอตรงนี้หรือ ข้าต้องรออะไร เจ้ามีเสื้อผ้าอีกหรือเปล่า ข้าว่าตัวข้าแต่งตัวแปลกจริงๆ ” เธอรู้แล้วว่าเธอแต่งตัวแปลกยังไง เธอมองชาวบ้านหลายคนที่เดินผ่านไปมา มองกลับมาที่เธอด้วยสายตาแปลกๆ เธอก็สังเกตผู้คนที่เดินผ่านไปมา ไม่มีใครที่แต่งชุดสั้นๆ แบบเธอเลย แต่ละคนแต่งชุดด้วยผ้าหยาบตัวยาว และทำผมทรงแปลกตา เสื้อที่ใส่ก็ผ้าหยาบแขนยาวแบบจีนสมัยก่อน เธอก้มมองตัวเองที่ใส่เสื้อแขนสั้นกับกระโปรงสั้น ที่จริงมันก็ปกติในโลกของเธอ ที่จริงเธอใส่กระโปรงยาวกว่าเพื่อนในห้องเรียนเดียวกันด้วยซ้ำ

“พวกเราต้องรออีกนานแค่ไหน ตอนนี้ก็เกือบเย็นแล้วยังจะมีร้านค้าเปิดรับซื้ออยู่หรือไง”

“มีสิ ข้าเข้าไปขายในเมืองแห่งนี้บ่อยๆ ”

เธอไม่ได้ถามอะไรเขาอีก เธอเข้าไปนั่งไม่ไกลจากหมีที่ตายมากนัก เขาไม่ได้เอาหมีออกไป เพราะหมีตัวใหญ่และอาจทำให้เกิดอันตรายกับพวกเราได้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel