ตอนที่ 1 ทะลุเวลา
แก้มหอมสาวน้อยอายุสิบแปดปี เธอเป็นเด็กสาวกำพร้า ไม่มีพ่อแม่และญาติพี่น้องที่ไหน ก่อนที่พ่อและแม่ของเธอจะเสียชีวิต ท่านได้ทิ้งเงินไว้ให้เธอหนึ่งก้อนจากประกันที่ท่านได้ทำไว้ให้เธอ และยังทิ้งบ้านหนึ่งหลังที่ไม่ใหญ่มาก แต่เธอก็ไม่ต้องเช่าบ้านให้เสียเงิน เธอได้ออกมาทำงานและส่งตัวเองเรียน จึงทำให้เธอมีจิตใจที่เข้มแข็งกว่าเด็กวัยเดียวกันมาก เธอเป็นเด็กสาวที่มีนิสัยร่าเริงและขี้เล่น เธอเป็นที่รักของเพื่อนๆ ในชั้นเรียน แต่ก็มีหลายคนที่ไม่ชอบเธอเช่นกัน ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ หลังเลิกเรียนเธอจะต้องออกไปทำงานที่ร้านสะดวกซื้อจนถึงเที่ยงคืน และวันเสาร์อาทิตย์ เธอทำงานในร้านขายเครื่องหอม เธอไม่มีเวลาให้เที่ยวเล่นแบบเพื่อนในวัยเดียวกัน แต่เธอมีหน้าตาที่น่ารักจึงมักมีหนุ่มเข้ามาวนเวียนรอบๆ ตัวเธออยู่เสมอ
จึงมีเพื่อนหลายคนที่ไม่ชอบที่เธอหน้าตาดี และจะคอยหาเรื่องแกล้งเธอ แต่ก็ไม่ได้แกล้งแบบรุนแรงมากนัก เธอจึงไม่ได้เอาเรื่องไปฟ้องกับอาจารย์ เพราะเธอคิดว่าอีกไม่กี่เดือนเธอก็จะเรียนจบแล้ว เธอเองก็มีความฝันเหมือนกัน เธออยากเปิดร้านค้าเป็นของตัวเองสักหนึ่งร้าน เธอชอบน้ำหอมและเครื่องหอมที่เธอได้ทำงานอยู่เธออยากมีร้านค้าแบบนี้บ้าง ช่วงเวลาว่างเธอก็จะทดลองหรือคิดค้นน้ำหอมกลิ่นใหม่ๆ อยู่ตลอด
แต่ก็มีบางวันที่เธอรู้สึกท้ออยู่เหมือนกัน อย่างเช่นวันนี้ที่เธอถูกเพื่อนสนิทกล่าวหาว่าเธอแย่งผู้ชายที่เพื่อนสนิทชอบไปทั้งๆ ที่เธอไม่เคยรู้จักกับผู้ชายคนนั้นเลยด้วยซ้ำ เธอพูดไปเยอะแค่ไหน อธิบายไปมากเท่าไหร่ เพื่อนเธอก็ไม่เชื่อเธอเลย เธอจึงเลือกที่จะเงียบ และให้เธอเป็นคนผิดเอง ที่เธอยอมก็เพราะเธอใกล้ที่จะเรียนจบแล้ว เธอจึงไม่อยากให้มีปัญหาก็แค่นั้น
เธอเดินเข้ามาในบ้านที่เคยอบอุ่น เคยมีพ่อและแม่รอเธอกลับมาที่บ้านอยู่เสมอ แต่ตอนนี้บ้านหลังน้อยมันช่างดูกว้างและเงียบเหงามากเหลือเกิน เธอมองไปที่รูปถ่ายของครอบครัว “ตอนนี้แก้มหอมใกล้ที่จะเรียนจบแล้ว แก้มหอมเก่งใช่ไหมค่ะ พ่อและแม่ไม่ต้องเป็นห่วงแก้มหอมแล้ว ตอนนี้แก้มหอมดูแลตัวเองได้แล้วนะคะ” น้อยครั้งที่เธอจะร้องไห้ออกมา เพราะเธอพยายามทำตัวให้เข้มแข็งอยู่เสมอ แต่วันนี้เธอทำไม่ไหวแล้วจริงๆ ทุกครั้งที่เธอเหนื่อยล้าหรือรู้สึกอ่อนแอ เธอก็จะมาระบายความในใจให้กับรูปของพ่อและแม่ฟัง อย่างน้อยก็ยังมีรูปท่านที่คอยรับฟังเธอ ถึงท่านทั้งสองคนจะไม่อยู่กับเธอแล้วก็ตาม
‘เอาน่าต้นหอมเธอมันเข้มแข็งอยู่แล้ว หยุดร้องได้แล้วอีกแค่เดือนเดียวเราก็จะเรียนจบแล้ว สู้ๆ’ เธอให้กำลังใจกับตัวเองและเลิกร้องให้ เธอเป็นคนที่ให้กำลังใจตัวเองเก่งมาก ทุกครั้งที่เธอเศร้า ก็จะไม่เสียใจนานนัก
และวันนี้ก็มาถึงวันที่เธอจบการศึกษา เธอมาเรียนวันสุดท้ายเข้ารับใบเรียนจบพร้อมกับเพื่อนๆ วันนี้เธอไม่ได้ไปทำงาน เธอขอลาหยุดเพื่อที่จะได้ฉลองเรียนจบกับเพื่อนๆ ด้วยเช่นกัน
“นี่ยัยนา เธอไม่ชวนเพื่อนรักเธอไปฉลองเรียนจบด้วยหรือไง เห็นว่าสนิทกัน”
“ใครบอกแกว่าฉันสนิทกับยัยแก้มหอมกัน ฉันก็แค่เป็นเพื่อนด้วยเพราะเห็นว่าน่าสงสารหรอก และนางก็หน้าตาดีผู้ชายมองเยอะ ฉันก็เลยลองคบหาดูก็แค่นั้น”
“อ๋อเหรอ ฉันเห็นแกทะเลาะกันเรื่องผู้ชายอยู่ไม่ใช่หรือไง”
นาได้ฟังที่เพื่อนเธอพูด เธอรู้สึกโกรธมาก ที่เธอเป็นเพื่อนกับแก้มหอม ตลอดเวลาเธอก็มีความอิจฉาที่แก้มหอมได้ดีกว่าเธอในหลายอย่าง เธอมองไปที่แก้มหอมและคิดแผนการร้ายๆ บางอย่าง
แก้มหอมเธอตั้งใจหยุดงานในวันนี้ เพราะเธออยากที่จะคืนดีกับเพื่อนสาวของเธอ เธอเห็นนาเพื่อนเธอหันมาพอดี เธอจึงหันไปยิ้มให้ แต่เพื่อนเธอกลับทำเป็นมองไม่เห็น ทำให้เธอรู้สึกหน้าเสียอยู่บ้าง เธอรอจนกิจกรรมจบก็ไม่มีเพื่อนคนไหนเข้ามาชวนเธอไปฉลองเลยสักคน มีแค่เพื่อนผู้ชายที่เดินเข้ามาพูดคุยและชวนเธอไปฉลองด้วยกัน แต่เธอก็ไม่ได้ไปด้วย
ตอนนี้เป็นเวลา หกโมงเย็นแล้ว เธอเดินมาที่ป้ายรถเมล์ เพื่อรอรถกลับบ้าน สุดท้ายเธอก็ยังคงอยู่คนเดียวเหมือนเดิม เธอได้ยินเสียงฟ้าร้อง และฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก ดีที่ตัวเธอเองพกร่มไว้ตลอด เพราะช่วงนี้เป็นหน้าฝน
นาที่เดินตามหลังแก้มหอมออกมาโดยที่ไม่ให้แก้มหอมรู้ตัว ที่จริงเธออยากจะให้ผู้ชายมาฉุดยัยแก้มหอมไปสะ ตอนนี้จิตใจของเธอมีแต่ความอิจฉา และหงุดหงิดทุกครั้งที่มองเพื่อนคนนี้ เธอเดินมาอยู่ด้านหลังแก้มหอมที่กำลังยืนรอรถเมล์อยู่พอดี เธอเห็นว่ามีรถที่กำลังวิ่งมาด้วยความเร็ว โดยที่เธอไม่ทันคิด เธอได้ยื่นมือผลักไปที่หลังของแก้มหอม ทำให้เธอล้มลงไปบนถนน แล้วตัวเธอก็รีบวิ่งหนีไปทันทีโดยที่ไม่ได้หันกลับมามองตรงที่แก้มหอมล้มลงไปอีก
แก้มหอมที่ยืนรอรถเมล์อยู่คนเดียวตรงป้ายรอรถ เธอรู้สึกว่ามีคนผลักเธอจากด้านหลัง ทำให้เธอล้มลงไปบนถนน เธอหันไปมองคนที่ผลักเธอล้มลง ก็เห็นหลังของคนนั้น เธอก็รู้แล้วว่าใครที่เป็นคนทำร้ายเธอ คนที่เธอคิดว่าเป็นเพื่อน คนที่เธอไว้ใจ เธอได้ยินเสียงเบรกของรถและแสงไฟของหน้ารถที่พุ่งเข้ามาชนไปที่ตัวเธอ สิ่งนั้นคือความจำครั้งสุดท้ายที่เธอจำได้
“แก้มหอม ตื่นได้แล้วลูก”
“แม่ แม่เหรอคะ” เธอได้ยินเสียงปลุกที่คุ้นเคยที่เคยปลุกเธอทุกครั้ง
“ใช่แล้วนี่แม่เอง ลูกรีบตื่นได้แล้ว แม่และพ่อดีใจกับลูกด้วยที่ลูกเรียนจบแล้ว วันนี้เราจะมาฉลองกัน”
แก้มหอมขยี้ไปที่ตา เพื่อเช็คว่าเธอไม่ได้ตาฝาดไป เป็นพ่อและแม่ของเธอจริงๆ เธอรีบวิ่งเข้าไปกอดท่านทั้งสองด้วยความคิดถึง “หนูคิดถึงพ่อกับแม่นะคะ พ่อกับแม่กลับมาอยู่กับแก้มหอมแล้วใช่ไหม เราจะอยู่ด้วยกัน เราจะไม่จากกันอีกใช่หรือเปล่าคะ”
“นี่พ่อกับแม่เอง พ่อกับแม่อยู่กับลูกเสมอนะพวกเราคอยมองลูกอยู่ตลอดเวลา”
แก้มหอมดีใจมากจนลืมฟังสิ่งที่พ่อและแม่เธอพูด “แล้ววันนี้เราจะทำอะไรกินกันดีค่ะ เราฉลองวันที่หนูเรียนจบใช่ไหม”
“ใช่แล้ว วันนี้พ่อและแม่เตรียมของกินและของขวัญไว้ให้ลูกสาวของแม่ด้วย มีแต่ของที่ลูกชอบทั้งนั้นเลย รีบลุกขึ้นมากินข้าวได้แล้ว ถ้าไม่อย่างนั้นแม่จะเสียใจเอานะ”
แก้มหอมรีบลุกขึ้นมาจากที่นอน เธอวิ่งเข้าไปอาบน้ำและลงไปกินข้าวพร้อมกับครอบครัว
“นี่ของขวัญวันเรียนจบของลูก พ่อกับแม่ตั้งใจเลือกมาเป็นพิเศษเพื่อลูกเลย”
เธอยื่นมือไปรับของขวัญที่ห่อด้วยกระดาษลายสวยงามสีชมพู “หนูเปิดเลยนะคะ” เธออดใจรอที่จะเปิดของขวัญชิ้นนี้ดูไม่ไหว เธอเปิดออกมาเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นที่เธออยากได้มานาน
“พ่อกับแม่ให้โทรศัพท์กับแก้มหอมจริงๆ หรอค่ะ โทรศัพท์เครื่องนี้มันแพงมากเลย”
“ถึงจะแพงแค่ไหน พ่อและแม่ก็สามารถซื้อให้ลูกสาวคนเดียวของแม่ได้ ลูกอยากได้โทรศัพท์เครื่องนี้มานานแล้วไม่ใช่เหรอ ลูกดีใจหรือเปล่า”
“หนูดีใจมากเลยค่ะ ตั้งแต่เกิดมาหนูไม่เคยได้ของขวัญที่ดีขนาดนี้มาก่อนเลย ขอบคุณมากนะคะ” เธอกอดพ่อและแม่พร้อมกัน
“พ่อก็รักลูก ลูกเป็นเด็กดีมาก เหนื่อยมากเลยใช่ไหมลูกทำได้ดีมาก”
เธอได้ฟังที่พ่อเธอถามมันทำให้เธอน้ำตาไหลออกมา “หนูไม่เหนื่อยเลยค่ะ หนูแค่เหงามาก แต่ตอนนี้พ่อกับแม่มาอยู่กับแก้มหอมแล้ว แก้มหอมก็จะมีความสุขทุกวันเลยค่ะ ต่อให้ทำงานหนักแค่ไหนแก้มหอมทนได้เสมอ”
“เด็กดีของแม่ เข้มแข็งเหมือนแม่เลย”
วันนี้เธอมีความสุขมาก เธอได้ของขวัญเป็นโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ที่เธออยากได้มานาน เธอเป็นเด็กสาวที่ชอบของพวกนี้อยู่เหมือนกัน แต่เพราะเงินเธอไม่ได้มีเยอะ และเธอต้องเตรียมเงินไว้เรียนต่อมหาลัยอีกด้วย เธอจึงตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป
“พ่อกับแม่รู้ได้ยังไงค่ะ ว่าแก้มหอมอยากได้โทรศัพท์เครื่องนี้อยู่พอดี”
“อะไรที่ลูกอยากได้ ทำไมพ่อคนนี้ถึงจะไม่รู้ล่ะ พ่อกับแม่คอยเฝ้าดูลูกอยู่เสมอเลย รีบนอนได้แล้ว”
“วันนี้พ่อกับแม่จะนอนกับแก้มหอมใช่ไหมค่ะ ถ้าแก้มหอมตื่นขึ้นมาพ่อกับแม่ก็จะยังคงอยู่กับแก้มหอมใช่ไหม”
“พ่อกับแม่อยู่กับลูกเสมอ อยู่ในนี้ไง” แม่เธอเอามือมาทาปไว้ที่หัวใจ
แก้มหอมน้ำตาไหล เธอนึกออกแล้ว พ่อกับแม่จากเธอไปตั้งนานแล้วตอนนี้ท่านไม่ได้อยู่กับเธออีกแล้ว “ถ้าแก้มหอมนอน และตื่นขึ้นมา แก้มหอมจะไม่เจอพ่อกับแม่แล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา
“แม่ขอโทษ พวกเราไม่สามารถอยู่กับลูกได้อีกแล้ว แต่ลูกจะเจอคนที่รักลูกอย่างแน่นอน ดูแลตัวเองดีๆ ลูกสาวคนสวยของแม่เก่งอยู่แล้ว แม่รักลูกมากนะ”
“พ่อก็รักลูกเหมือนกัน พ่อจะคอยดูลูกอยู่ตลอดเวลา นางฟ้าตัวน้อยของพ่อ” หลังจากคำพูดที่พ่อเธอพูดจบไป หนังตาของเธอก็รู้สึกหนักขึ้นมา และเธอก็หลับไปในที่สุด
เธอตื่นมาในช่วงสายของอีกวันใต้ต้นเหมยฮวา เธอกะพริบตาเพื่อปรับภาพให้มองชัดขึ้น สิ่งที่เธอเห็นนั้นก็คือทุ่งดอกไม้ และเธอก็นอนอยู่ใต้ต้นไม้ เธอมองดูชุดที่ใส่ก็เป็นชุดวันที่เธอเรียนจบ ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนกัน เธอจำได้ว่าตัวเองถูกรถชนหลังจากที่เธอถูกเพื่อนผลักล้มลงบนถนน ในขณะที่เธอกำลังมึนงง อยู่นั้นก็ได้มองเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่หน้าตาน่ากลัวมาก มีหนวดเคราเต็มไปทั่วใบหน้ากำลังมองมาที่เธอ เธอจะต้องทำยังไงในตอนนี้ ในหัวเธอสับสนไปหมดแล้ว
อี้เฉิงมองไปทางหญิงสาวที่ใส่ชุดไม่เหมือนกับคนอื่น ชุดแบบนี้เขาเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก เพราะที่แห่งนี้ผู้หญิงจะไม่แต่งตัวที่เปิดให้เห็นมากนัก เขามองจากด้านล่างขึ้นมาด้านบน และมาหยุดมองใบหน้าที่ใบหน้าน่ารัก เธอเป็นผู้หญิงที่งดงามมาก เธออาจจะหนีออกมาจากหอนางโลมหรือเปล่า
แก้มหอมมองตามสายตาของชายที่อยู่ตรงหน้าเธอ เขามองอะไร เธอนั่งลงเพื่อปิดบังขาของเธอ เพราะชุดที่เธอใส่อยู่นั้น เป็นชุดกระโปรงนักเรียนในวันที่เธอเรียนจบ
“นายมองอะไรไม่ทราบ” เธอตกใจตัวเองเพราะคำพูดที่เธอได้พูดออกไปเป็นภาษาจีนเธอไม่เคยเรียนภาษาจีนมาก่อนเลยด้วยซ้ำทำไมเธอถึงพูดมันได้
“ก็ไม่ได้อยากมองนักหรอก ก็แค่เห็นว่าแต่งตัวแปลกดีตามันเลยมองไปก็แค่นั้น” เขาตอบไปตามความรู้สึกที่เขาเห็น และเขาก็เดินออกมาจากที่ตรงนั้น ไม่อยากคุยกับผู้หญิงที่แปลกประหลาดคนนี้เท่าไหร่นัก
“นี่นายจะรีบไปไหน รอฉันก่อนสิ ฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหม” เธอวิ่งตามชายที่เธอไม่รู้จัก และดูน่ากลัวคนนั้น เธอไม่รู้จักใครและไม่รู้ว่าที่นี่มันคือที่ไหน ดูแล้วชายคนนี้น่าจะไม่ได้สนใจเธอเท่าไหร่ด้วย อาจจะแค่เป็นคนที่หน้าตาน่ากลัวแต่จิตใจดีก็ได้
“เจ้าจะตามข้ามาทำไม ข้าไม่ได้รู้จักกับเจ้าสักหน่อย ถ้าอยากรู้อะไรก็ไปถามคนอื่นเถอะ” เขาตอบหญิงสาวออกไป คำพูดของหญิงสาวที่พูดกับเขานั้น พูดไม่เหมือนที่ชาวบ้านที่นี่พูดกันเลย หรือเธอจะหนีมาจากเมืองอื่น
