ขอบน้ำใจ
“ขอบน้ำใจพวกท่านขอรับ”
เห็นเขาบอกกันว่าในคืนเข้าหอบรรดาสหายญาติมิตรของฝ่ายเจ้าบ่าวมักทำการมอมเหล้าเจ้าบ่าวให้เมามายเพื่อจะได้สามารถร่วมรักกับเจ้าสาวของตนเองได้ล่นไหลมากยิ่งขึ้น
ทว่าเท่าที่เฟยเซียนเห็นโดยการมองผ่านผ้าโปร่งบางบนศีรษะของตนนั้น
เหมือนฝ่ายแขกจะเมาเองเสียมากกว่ากระมัง
เจ้าบ่าวของนางดูยืนมั่นคง ไร้แววคนเมาเลยสักนิด
ปัง
ประตูห้องหอปิดแล้วพร้อมกับความเงียบก่อตัวขึ้นภายในห้อง
เฟยเซียนและท่านพี่จิวฝูนับว่าเป็นคนแปลกหน้ากัน ดังนั้นมิแปลกที่พออยู่กันสองต่อสองในห้อง เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งก้านธูป ไม่มีใครเอ่ยอันใดออกมาเลยสักคน
ฟู่ว เฟยเซียน เพื่อความสัมพันธ์อันดีกับสามี นางสมควรเป็นฝ่ายเอ่ยชวนก่อน
“ท่านพี่เจ้าคะ เราสองสมควรดื่มเหล้ามงคลกะ....”
“ไม่จำเป็น! ข้าเหนื่อยและง่วงนอนยิ่งนัก ต้องการการพักผ่อน เรื่องจำพวกนี้ถือว่าละเว้นก็แล้วกัน”
ละเว้น?
เฟยเซียนที่กำลังเดินเข้าไปหยิบจอกเหล้ารินใส่ถ้วยกระเบื้องลวดลายงดงามชะงักมือทันที
“หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ ตะ แต่ว่า...”
อ๋อ หรือว่าสามีของนางใจร้อนยิ่งนัก คงต้องการข้ามขั้นตอนพวกนี้ไปที่ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือการเข้าหอ
“ข้าก็มิชื่นชอบพิธีกรรมมากขั้นตอนพวกนี้เช่นกันเจ้าค่ะ เหล้ามงคลพวกนี้พวกเราไม่ต้องดื่มก็ได้เจ้าค่ะ เช่นนั้นพวกเราพูดคุยเพื่อทำความรู้จักกันแทนดีหรือไม่เจ้าคะท่านพี่จิวฝู”
“....”
เฟยเซียนเดินเข้าไปจูงมือสามีสด ๆใหม่ของนางให้มานั่งบนเตียงนอนก่อนที่ตัวนางเองจะนั่งทับลงไปบนตักของจิวฝูอีกทีอย่างใจกล้า
การพูดคุยของสามีภรรยาย่อมมิใช่การพูดคุยกันอย่างธรรมดา
เฟยเซียนปลดผ้าบนศีรษะออกเองโดยไม่รอให้สามีจอมยืดยาดของนางเป็นคนปลดออกตามธรรมเนียม
ใบหน้างามแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางหนาเตอะ ริมฝีปากปากแดง ตาปาดสีสันจัดเต็มด้วยฝีมือของคนรับใช้ฝีมือดีของมารดาฝ่ายเจ้าบ่าว ทำให้ใบหน้าที่งามอยู่แล้วของเฟยเซียนยิ่งงามขึ้นไปอีก ทว่าเป็นความงามแบบผู้ใหญ่เกินวัยไปเสียหน่อย
มารดาสามีบอกว่างาม เฟยเซียมองคันฉ่องก็คิดว่าไม่แย่ แต่ไฉลสามีนางจึงมองมาด้วยดวงตาเฉยเมยเช่นนี้เล่า
คนยิ่งไม่เคยแต่งงานใจฟ่อหมด
ใช้มิได้เลยบุรุษยุคสมัยนี้ ชิ!
มือน้อยของเฟยเซียนคล้องคอสามีเพื่อที่จะได้มองสามีรูปหล่อของนางได้ถนัด
แม้ดวงตาของจิวฝูจะดูดุดันและโหดร้ายไปเสียหน่อย
เห็นคนใช้บอกว่าลูกชายบ้านนี้มิค่อยได้มีโอกาสร่วมงานรื่นเริงพบเจอกับสตรี เพราะวัน ๆไปทำแต่สงครามปกป้องบ้านเมือง เป็นบุรุษจำพวกเสือยิ้มยากนั่นเอง
เฟยเซียนมองเขาไปในตาสีดำสนิทของอีกฝ่ายพลางคิดในใจ....นี่ก็ยิ้มยากเกิ๊น
ในเมื่อสามีเป็นบุรุษแข็งกระด้างเช่นนั้นนางเป็นภรรยาควรเป็นฝ่ายเข้าหาและถนุถนอมอีกฝ่ายให้มากล่ะสิ
เพียงแค่คิดก็รู้สึกเหนื่อยใจ ลาก่อนจากการเป็นภรรยาของบุรุษผู้นี้ดีไหมนี่
แต่งงานวันเดียวแล้วหย่า ข่าวนี้คงโด่งดังทั่วเมืองหลวงมิหลอก
เฟยเซียนสลัดความคิดไร้สาระออกจากศีรษะให้สิ้นเพื่อทำการเริ่มภารกิจพิชิตแท่งหยกสามีอย่างตั้งใจ
เฟยเซียนแอบปลดอุปกรณ์ที่ถอดยากทั้งหลายก่อนที่จิวฝูจะเข้ามาดังนั้นเวลานี้นางจึงเพียงทำการปลดสายคาดเอวสองชั้นและถอดชุดตัวนอกสีแดงมงคลออกเผยให้เห็นผิวขาวใสของสตรีวัยแรกแย้ม
แม้อายุเพียงสิบห้า ร่างกายนี้มีข้อดีอย่างหนึ่งคือเต้าอกเต้าใจสองลูกข้างหน้านั้นเติบใหญ่เกินอายุ บัดนี้แม้มันยังคงถูกปิดภายใตชุดชั้นในสุดตัวบางทว่ามันก็โดดเด่นสะดุดตาบุรุษที่สายตาทั้งสองกำลังอยู่ในระดับเดียวกับมันไม่น้อย
แถมสายตาบุรุษกวาดตามองต่อถัดไปบริเวณลาดไหล่มนมีปานแดงรูปคล้ายใบไม้อันเล็กจ้อยยิ่งทำให้ดูผิวขาวบริเวณนั้นยิ่งดูขาวนวลผ่องขึ้นมาอีกมากโข
จิวฝูกลืนน้ำเอื้อกใหญ่ก่อนตัดสินใจผลักสตรีในนามของตนออกจากตักก่อนที่เรื่องราวจะลุกลามเลยเถิดไปมากกว่านี้
ตุ้บ
“ว้าย! ตาเถร”
เฟยเซียนที่เกือบเปลือยเปล่าเหลือเพียงเอี๊ยมตัวในไม่ทันได้ตั้งตัวนางโดนผลักให้ลงไปนอนก้นกระแทกกับพื้นด้านข้างเตียงอย่างแรง อารมณ์เสน่หาในร่างกายสามีของเฟยเซียนจึงมลายหายไปจนสิ้นและผันเปลี่ยนเป็นความมิพอใจ
สายตาคมวาวของสตรีบนพื้นจ้องมองมายังบุรุษที่กำลังยืนมองมาที่นางเช่นเดียวกัน....
ยืนมองเฉย ๆดูจากใบหน้ามิปรากฏแววตาเสียใจที่ทำนางตกลงมาอย่างแรง กลับกันอีกฝ่ายกับมีท่าทีรังเกียจและไม่พอใจกระแสหนึ่งพัดผ่านมาด้วยซ้ำ
“เหอะ เพียงแค่ฝืนใจตบแต่งเจ้าเข้ามาในจวนข้าก็นับว่ามากเกินพอแล้วกระมัง คิดว่าข้ารักสตรีเช่นเจ้าอย่างนั้นรึ ที่ข้าทำทั้งหมดล้วนเป็นเพราะต้องการให้ท่านพ่อท่านแม่สบายใจ มิใช่รักใคร่ในตัวเจ้า! หวังว่าเจ้าจะเข้าใจ”
อึ้งกันไปเลยสิพี่น้อง
เฟยเซียนเบิกตากว้าง และอ้าปากเหวอค้างอยู่นานจนตั้งสติได้ สมองประมวลคำพูดตรงไปตรงมาของอีกฝ่ายอย่างถ้วนถี่
มิได้รัก แต่กลับยอมตกลงแต่งงานกับนางงั้นรึ
“มิอยากแต่งทำไมไม่ปฏิเสธบิดามารดาท่านไปเล่า ข้ามิได้อยากฝืนใจผู้ใดเสียหน่อย”
เฟยเซียนเอ่ยออกไปเสียงห้วน
นางหาใช่สตรีในห้องหอไม่ ถูกกระทำเช่นนี้แม้ชาติกำเนิดต่ำต้อยกว่า แต่มิเคยยอมก้มหัวให้ใครรังแกง่ายดายเช่นกัน!
“มารยาสตรี หากข้าปฏิเสธ เจ้าก็คงหาหนทางทุกวิธีบีบบังคับให้บิดาข้าลำบากใจยิ่ง สตรีเช่นเจ้าข้าเจอมาหมดแล้ว หากเจ้าอยากแต่ง นี่ย่อมสมใจเจ้าแล้ว แต่อย่าคิดว่าข้าจะหัวอ่อนเหมือนท่านพ่อจนรู้สึกเห็นใจและสงสารเจ้า”
“....”
สายตาแข็งกร้าวราวกับพญามัจจุราชทำให้เฟยเซียนเผลอใจสั่นระริกด้วยความกลัวจนทำอันใดไม่ถูกไปชั่วขณะ
บุรุษผู้นี้เนื้อแท้แล้วเป็นเช่นนี้หรือ เฟยเซียนมิเคยเห็นด้านนี้ของเขาเลย
“พรุ่งนี้ข้าจะออกรบ และคาดหวังว่ากลับมาเจ้าจะสงบเสงี่ยมในที่ของเจ้า”
ประโยคสุดท้ายก่อนจิวฝูเดินออกจากห้องหอไปเสมือนคลื่นลูกใหญ่ซัดเข้าฝั่งจนทำให้ปราสาทกองทรายโดนทำลายจนสิ้น
ออกรบ?
เขากล้าหนีหน้านางไปทำสงครามรึ! สามีเฮงซวย!