สามีเรียกข้าว่านางมารร้าย

47.0K · จบแล้ว
น้องเหม่ยเหมย
30
บท
1.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ท่านพี่ไยตบแต่งข้าแล้วไม่สนใจไยดีกัน! ดูถูกสตรีผู้ถูกเรียกว่า‘นางมารร้าย’กันเกินไป ไม่ว่าจะตบผู้หญิง ต่อยกับผู้ชาย ข้าล้วนทำมาหมดแล้ว..กะอีแค่ตามสามีผู้หนีไปทำสงครามกลับบ้านมาผลิตลูกไยข้าจะทำมิได้!!

นิยายรักโรแมนติกนิยายทหารนิยายจีนโบราณแม่ทัพเทพสงครามพลิกชีวิตจีนโบราณ

บทนำ

พึ่บ พึ่บ พึ่บ

มือขาวนวลเรียวกำลังเปิดหน้าหนังสือที่บนกระดาษแต่ละหน้านั้นเต็มไปด้วยภาพวาดชายหญิงกำลังผสานร่างแนบชิดกันด้วยท่วงท่าต่าง ๆ

ยกตัวอย่างภาพวาดบนหน้าปัจจุบันที่นางกำลังนั่งกวาดตามองอย่างตั้งใจ

ภาพวาดสตรีในภาพนอนโก่งโค้ง ข้อศอกสองข้างค้ำยันบนเตียงนอน ส่วนหัวเข่าสองข้างรับน้ำหนักตัวเองโดยการยันไปบนเตียงเช่นกัน ใบหน้าไร้เครื่องหน้าเพราะจิตกรมิได้วาดลงไป นางกำลังเงยหน้าขึ้นราวกับว่ากำลังกรีดร้องครางเสียงหวานออกมาจนสุดเสียง

ส่วนภาพวาดฝ่ายบุรุษร่างกายใหญ่กว่าฝ่ายหญิงอย่างชัดเจน ชายหนุ่มกึ่งยืนกึ่งนั่งโดยหัวเข่าทั้งสองข้างยันรับน้ำหนักตัวเองไว้บนเตียงนอนและหันหน้าเข้ามาร่างของฝ่ายหญิงที่นางกำลังนอนหันหลังอยู่ ส่วนที่เป็นเครื่องประจำกายของบุรุษเพศกำลังตอกเข้าไปในช่องบุปผาของฝ่ายสตรี

หากมีใครเข้ามาเวลาคงมิแคล้วหน้าแดงกันเป็นแถบ ๆ แน่

“จิ๊ ๆ”

หนังสือโป๊หรือหนังสือภาพวสันต์ของคนโบราณนี่วาดได้สวยงามมิหยอกเชียว หากเทียบกับสื่อลามกของยุคนาง ‘เฟยเซียน’ สาวน้อยผู้ภายนอกเป็นสตรีเพิ่งผ่านวัยปักปิ่น 15 หนาวมาหยก ๆ ทว่าภายในนางคือสตรียุค2000 อายุย่างสี่สิบที่ยังโสดสนิทแต่แซ่บมาก

ไม่รู้นอนหลับอีท่าไหน ตื่นมาอีกทีก็มาอยู่ในร่างของดรุณีน้อยวัย 5 หนาว

ใช่แล้ว

นางมาอยู่ในร่างนี้ตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อนด้วยสาเหตุอันใดมิอาจทราบได้

นางมิได้สะดุดก้อนหิน หรือ ตกท่อจนตายเหมือนในหนังสือนิยายหลายเล่มที่เคยอ่านหรอก

แต่นางเพียงแค่นอนพักผ่อนหลังจากเพิ่งเสร็จกิจออกกำลังกายบนเตียงกับหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่นางสอยมาจากผับที่ไปเที่ยวเมื่อคืนมาก็เท่านั้น

ตื่นมาอีกทีก็มาอยู่ในเมืองโบราณเช่นนี้

ใช้เวลาอยู่หลายเดือนกว่าจะสามารถทำใจให้สงบได้ ก่อนจะปลงกับโชคชะตา และตัดสินใจดำเนินชีวิตใหม่อีกครั้งในฐานะบุตรีคนเดียวของตระกูลเฟย ตระกูลขนาดเล็กที่มีสมาชิกเพียงสองคน

คือนางกับบิดานามเฟยอวี่ ผู้ประกอบอาชีพเป็นทหารรับใช้คนสนิทของแม่ทัพใหญ่จิ้นอัน

หลายคนคิดนางมีชีวิตที่น่าสงสารยิ่งนัก

มารดาสิ้นใจตั้งแต่นางเกิด ส่วนบิดาเป็นทหาร อาชีพที่ต้องเดินทางไปร่วมรบ ร่วมกองทัพคราวหนึ่งใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งปี

คำถามคือ แล้วบุตรีเล่าจะอาศัยอยู่อย่างไร ในเมื่อตระกูลก็มิได้มีเงินมากมายขนาดซื้อบ่าวมารับใช้สักคน ญาติมิตรสักคนก็ไม่มี

คำตอบคือ เฟยเซียนมาอาศัยอยู่ที่จวนใหญ่โตของหัวหน้างานของท่านพ่อ หรือท่านแม่ทัพใหญ่ จิ้นอันนั่นเอง

และนั่นก็จุดเริ่มต้นของงานแต่งงานในวันนี้

เฟยเซียนในตอนนี้กำลังนั่งเหงาอยู่อย่างโดดเดี่ยวในห้องหอเพื่อรอเจ้าบ่าวร่ำสุรากับแขกที่มางานแต่งตามธรรมเนียมประเพณีของคนยุคนี้

ปกติแล้วเจ้าสาวในชุดแดงจะต้องนั่งสงบเสงี่ยมอยู่บนเตียง มีผ้าแดงสีมงคลคลุมหน้าใช่หรือไม่ ทว่าในห้องหอแห่งช่างแตกต่างยิ่งนัก....

เฟยเซียนล้วงเอาหนังสือภาพวสันต์ออกมาจากอกเสื้อ เพื่อเอามากางอ่านคั่นเวลา

เฟยเซียนหวังใจไว้แล้วว่าวันนี้จะต้องเสียตัว มอบความบริสุทธิ์ในชาติที่สองให้กับสามีของนางในคืนเข้าหอวันนี้ให้ได้ และเพื่อมิให้สามีเกิดความเบื่อหน่ายจนต้องออกไปหากินนอกบ้าน เฟยเซียนจึงต้องศึกษาเรื่องราวเหล่านี้ให้กระจ่าง

แม้ชาติที่แล้วจะมีประสบการณ์เรื่องนี้มาไม่น้อย แต่นางก็ไม่เคยมีสามีเป็นตัวเป็นตนมาก่อน แถมตั้งแต่ตายแล้วมาเกิดใหม่ที่นี่นางก็นับว่าห่างหายจากเรื่องอย่างว่ามาโดยตลอด

กี่ปีนะ....มาเกิดตอนห้าหนาว ยามนี้สิบห้าหนาว

สิบปีที่ไม่ได้ข้องเกี่ยวหรือมีเรื่องเหล่านี้อยู่ในหัวสมองเลยสักนิด

แต่จะให้สามีเป็นฝ่ายนำเพียงผู้เดียวได้อย่างไร

ในชาติที่แล้วแม้โสดทว่ามิใช่ไม่เคย เรื่องความต้องการทางเพศนับเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ดังนั้นนางจึงมักซื้อกินเพื่อผ่อนคลายร่างกายจากงานประจำอันหนักหน่วงมาตลอดทั้งวัน

หรือสวรรค์จะสงสารที่ชาติก่อนนางขึ้นคานเพราะทำแต่งาน ในชาตินี้จึงให้นางได้แต่งงานตั้งแต่วัยเพียงสิบห้าหนาว

เร็วยิ่งนัก

หากว่าคนที่นางแต่งด้วยมิใช่บุรุษผู้นั้น นามจิ้นฝู นางคงไม่ยอมแต่งหรอก

จิ้นฝู เป็นบุตรชายคนรองของท่านแม่ทัพใหญ่ จิ้งอัน อายุยามนี้ยี่สิบหนาวทว่าติดตามบิดาไปรบตั้งแต่วัยเยาว์ ด้วยฝีมือและความสามารถเป็นที่ประจักษ์จึงได้รับความไว้ใจจากฮ่องเต้ให้ดำรงตำแหน่งเป็นรองแม่ทัพไปออกรบกับบิดาหลายสนามรบ

ไม่ว่าสนามไหน นอกจากจะรบชนะขาดลอย ยังสามารถย่นระยะเวลาทำศึกทำให้ประหยัดทั้งเวลาและเสบียงไปได้เกือบสองเท่า

หากบอกว่าเป็นเพราะท่านแม่ทัพใหญ่คนพ่อผู้เดียวคงใจร้ายเกินไปกระมัง

ดังนั้นการงานของชายหนุ่มจึงเติบโตอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดดนั่นเอง

แถมหลายปีผ่านไปตระกูลจิ้นเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในด้านทรัพย์สิน เงินทองและด้านการงาน เป็นที่ไว้ใจของฮ่องเต้ยิ่งนัก

ในมุมมองของผู้อื่นอาจคิดว่าเฟยเซียนนั้นเป็นสตรีที่โชคดี ตระกูลไม่สูงแต่ได้ตบแต่งเป็นฮูหยินให้ตระกูลยิ่งใหญ่ขนาดนี้ แต่สำหรับนางเอกกลับรู้สึกเสียใจ ใช้เวลาหลายวันกว่าจะทำใจได้

เพราะอันใดน่ะหรือ...

โชคในครั้งนี้แลกมาด้วยการจากไปตลอดกาลของบิดา ครอบครัวหนึ่งเดียวของนางในชาตินี้

บิดานางตายในหน้าที่ ขณะทำการปกป้องหัวหน้าอย่างท่านแม่ทัพใหญ่ ดังนั้นท่านแม่ทัพใหญ่จึงตอบแทนโดยการให้นางแต่งงานเข้ามาในจวนกับจิ้นฝูนั่นเอง

จิ้นฝู บุรุษผู้นี้ เฟยเซียนเคยเห็นหน้าค่าตาตั้งเด็กเวลามาเล่นที่จวนท่านแม่ทัพใหญ่บ่อย ๆ

เขารูปงาม รูปร่างแข็งแกร่งสมบูรณ์แบบ เป็นที่หมายตาต้องใจของสตรีในเมืองหลวงยิ่งนัก

แต่หากเป็นนิสัย ส่วนนี้นางมิอาจทราบได้เพราะในยุคนี้ ชายหญิงไม่นิยมพูดคุยกันส่วนตัวมากนัก

เฟยเซียน มักเห็นเขาเพียงจากที่ไกล ๆไม่กี่ครั้ง แต่นั่นก็สามารถทำให้สตรียุคปัจจุบันอย่างนางเก็บเขามาเป็นสเปคเอาเลือกบุรุษในอนาคตของตนเองได้แล้ว

ไม่คิดว่าบุรุษที่ตนเองเพียงตั้งว่าเป็นสเปคจะได้มาเป็นสามีกันจริง ๆเช่นนี้

ไหน ๆสวรรค์ก็ดลบรรดาเช่นนี้แล้ว เฟยเซียนจึงทั้งตื่นเต้นและเตรียมความพร้อมตนเองมาเป็นอย่างดี

แอ๊ด

เสียงเปิดประตู ตามมาด้วยเสียงพูดคุยจ๊อกแจ๊กจอแจเสียงดังทำให้เฟยเซียนไหวตัวทัน นางเก็บหนังสือในมือซ่อนไว้ใต้เตียง ก่อนทำการปิดผ้าคลุมหน้าสีแดงลงมาดังเดิม และยืดตัวนั่งหลังตรง มือทั้งสองทับกันไว้บนหน้าตักราวกับสตรีเรียบร้อยอยู่ในโอวาทยิ่ง

“เจ้าบ่าวเข้าห้องหอ ถึงเวลาของเจ้าสาวแล้ว พวกเราออกไปข้างนอกห้องเถิด อย่ามัวเสียเวลาเลย ไป ไป....ฮะ ฮะ”

“ขอบน้ำใจพวกท่านขอรับ”