บทที่ 3
เอเลนาวางรายการฉบับนั้นลงบนโต๊ะทำงานของลูกา
“นี่อะไร?” ลูกากวาดตามองรายการอสังหาริมทรัพย์ จำนวนเงินสด และไร่องุ่นที่ระบุอยู่ด้านบนอย่างคร่าว ๆ ก่อนหัวเราะเย็นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “ลงมือเร็วดีนี่ คุณเตรียมของพวกนี้ไว้ตั้งนานแล้ว ใช่ไหม?”
“คุณต้องการไตของฉัน ส่วนฉันต้องการหลักประกัน เป็นการแลกเปลี่ยนที่ยุติธรรม” น้ำเสียงของเอเลนาราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์
“การแลกเปลี่ยนที่ยุติธรรม?”
ลูกาหัวเราะหยัน ก่อนโยนข้อตกลงกลับลงบนโต๊ะ “ผมประเมินคุณต่ำเกินไปจริง ๆ คุณไม่รู้สึกสงสารคามิลลาเลยแม้แต่นิดเดียวหรือไง? ที่แท้ตัวคุณเองก็มีราคาที่ต่อรองได้เหมือนกัน ถึงกับฉวยโอกาสตอนที่เธอใกล้ตายมาโก่งราคา”
เอเลนามองเขาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “สงสารอย่างนั้นหรือ? ตั้งแต่วินาทีที่คุณตัดสินใจใช้ร่างกายของฉันไปชดใช้หนี้ที่ตัวเองก่อ ระหว่างเราก็ไม่เหลืออะไรนอกจากผลประโยชน์แลกเปลี่ยนอีกแล้ว ฉันเพียงแค่ทำให้มันกลายเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น” สายตาของเธอเลื่อนไปยังเอกสารฉบับนั้น “เซ็น แล้วฉันจะขึ้นโต๊ะผ่าตัด ถ้าไม่เซ็น คุณก็ไปหาผู้บริจาคคนใหม่ที่ ‘เต็มใจเสียสละ’ เอาเอง”
ลูกาลุกพรวดขึ้น สองมือยันโต๊ะไว้ ก่อนโน้มตัวเข้ามากดดันเธอ “เอเลนา! อย่าบีบกันให้มากเกินไป! คามิลลาไม่มีเวลาเหลือแล้ว! คุณกำลังใช้ชีวิตของเธอมาข่มขู่ผม!”
“ส่วนคุณก็กำลังใช้สุขภาพของฉันข่มขู่อนาคตทั้งชีวิตของฉัน” เอเลนายกมือขึ้น ชี้ไปยังเอกสารฉบับนั้น “จะเซ็นหรือไม่เซ็น คนที่มีสิทธิ์เลือกคือคุณ เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา ทุกอย่างล้วนเป็นการเลือกของคุณ เลือกว่าจะเชื่อใคร และเลือกว่าจะเสียสละใคร”
บรรยากาศรอบตัวแข็งค้างลงในทันที
ลูกาจ้องเธอเขม็ง หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง
จากนั้นเขาก็ยกมือขยี้ผมอย่างหงุดหงิด ก่อนทิ้งตัวกลับลงบนเก้าอี้แล้วหยิบข้อตกลงฉบับนั้นขึ้นมาอีกครั้ง
เขาหัวเราะเย็นโดยไร้รอยยิ้ม “ผมนึกว่าคุณกลายเป็นคนแบบพวกเราไปตั้งนานแล้วเสียอีก ตอนนี้กลับคิดจะขีดเส้นแบ่งให้ชัดเจนกับผมงั้นหรือ?”
เอเลนาไม่พูดอะไร
เธอมองดูเขาพลิกกระดาษไปทีละหน้า ขณะที่หัวใจในอกเต้นหนักอึ้งทุกจังหวะ
ใต้ข้อตกลงฉบับนั้นยังมีเอกสารอีกชุดหนึ่งซ่อนอยู่
ข้อตกลงการหย่าร้างและการแบ่งทรัพย์สิน
เธอกำลังเดิมพัน เดิมพันว่าเขาจะไม่อ่านอย่างละเอียด
เดิมพันว่าความสนใจของเขาจะถูกช่วงชิงไปอีกครั้งในเสี้ยววินาที
ลูกากวาดตาอ่านเงื่อนไขทางกฎหมายเหล่านั้น คิ้วขมวดแน่น เสียงกระดาษที่ถูกพลิกไปมาเบาจนทำให้หัวใจของคนฟังตึงเครียดตามไปด้วย
ในจังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ของเขาก็สั่นขึ้น
เป็นคามิลลา
ชื่อของเธอกะพริบอยู่บนหน้าจอ พร้อมเสียงเรียกเข้าพิเศษที่ตั้งไว้สำหรับเธอเพียงคนเดียว
ลูกาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาทันที ความหงุดหงิดบนใบหน้าหายวับไปในพริบตา แทนที่ด้วยความตื่นตระหนก “คามิลลา? เกิดอะไรขึ้น? อย่าร้องไห้... ได้ ผมจะไปเดี๋ยวนี้!”
เขาวางสาย ก่อนลุกพรวดขึ้นคว้าเสื้อโค้ต “อาการของคามิลลาแย่มาก ผมต้องไปโรงพยาบาล ส่วนข้อตกลงฉบับนี้...”
เขาเหลือบมองเอกสารบนโต๊ะ ก่อนคว้าปากกาขึ้นมาแล้วรีบเซ็นชื่อลงตรงช่องท้ายสุดของข้อตกลงค่าชดเชย—ลูกา แกมบีโน
“จัดการตามที่คุณต้องการ! วินเซนต์กับทนายจะรับช่วงต่อเอง!”
เขาเหวี่ยงปากกาลงบนโต๊ะอย่างแรง ก่อนพุ่งออกไปจากห้องราวกับลมพายุ
ห้องทำงานกลับคืนสู่ความเงียบงันอีกครั้ง
เหลือเพียงเอเลนาคนเดียว
กับข้อตกลงที่หมึกจากลายเซ็นยังไม่ทันแห้ง
เธอค่อย ๆ เดินไปที่โต๊ะ มองลายเซ็นของเขา
จากนั้นจึงเปิดเอกสารฉบับบนสุดขึ้น
กระดาษที่ถูกกดทับอยู่ด้านล่างเผยออกมาตรงหน้าในทันที
ข้อตกลงการหย่าร้างและการแบ่งทรัพย์สิน
ตรงช่องลายเซ็นของฝ่ายชาย มีชื่อของลูกาปรากฏอยู่อย่างชัดเจน
เพราะเขากดปากกาแรงเกินไป หมึกจากลายเซ็นด้านบนจึงซึมทะลุลงมายังหน้านี้จาง ๆ
เขาไม่ได้แม้แต่จะชายตามองจริง ๆ
เอเลนาหยิบเอกสารหย่าขึ้นมา มองลายเซ็นนั้นนิ่ง ๆ
จากนั้นเธอก็หัวเราะออกมา
ตอนแรกเป็นเพียงเสียงหัวเราะเบา ๆ คล้ายเสียงสะอื้น
ต่อมากลับยิ่งหัวเราะหนักขึ้นเรื่อย ๆ
หัวเราะจนหยาดน้ำตาไหลทะลักออกมา ปล่อยให้มันไหลอาบแก้มอย่างไร้การควบคุม
โอกาสครั้งสุดท้ายแล้วนะ ลูกา
ฉันให้โอกาสคุณหนึ่งครั้ง และให้โอกาสตัวเองอีกหนึ่งครั้งเช่นกัน
แต่คุณกลับไม่คว้ามันไว้
คามิลลาแค่โทรมาเพียงสายเดียว คุณก็พร้อมทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง คุณถึงกับขี้เกียจดูด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังเซ็นอะไรอยู่
นี่คือการเลือกของคุณ
เหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา
ชัดเจน เด็ดขาด และไร้เยื่อใย
เธอยกมือเช็ดน้ำตาบนใบหน้า ดวงตากลับมาเย็นเยียบราวน้ำแข็งอีกครั้ง
เธอพับเอกสารหย่าอย่างเรียบร้อย แล้วเก็บมันไว้ในกระเป๋าด้านในที่แนบติดกับตัวอย่างระมัดระวัง
ส่วนข้อตกลงค่าชดเชยปลอมที่เขาคิดว่าตัวเองเซ็นลงไปนั้น เธอโยนกลับลงบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ
จากนั้นจึงหันหลังเดินออกจากห้องทำงาน
เมื่อกลับถึงห้องนอนใหญ่ เธอล็อกประตูจากด้านใน ก่อนลากกระเป๋าเดินทางที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมาจากข้างเตาผิง
กรอบรูปคู่ของพวกเขา
ต้นขั้วตั๋วภาพยนตร์
เครื่องประดับอัญมณีที่เธอไม่เคยชอบ
ถ้วยรางวัลจากการฝึกฝนที่เขาเคยทิ้งไว้
รวมถึงชุดราตรีหรูหราเหล่านั้น
เธอโยนสิ่งของเหล่านี้เข้าไปในเตาผิงอันเย็นเฉียบทีละชิ้น
ชิ้นสุดท้ายคือแหวนหมั้นไพลินวงนั้น
เธอคลายนิ้วออก ปล่อยให้มันร่วงหล่นลงไป
จากนั้นเธอขีดไม้ขีดไฟหนึ่งก้าน ก่อนโยนเข้าไปในเตาผิง
เปลวไฟลุกพรึ่บขึ้นในพริบตา กลืนกินทุกสิ่งจนหมดสิ้น แสงเพลิงสะท้อนใบหน้าของเธอเป็นสีแดงฉาน และเผาความอาลัยอาวรณ์เสี้ยวสุดท้ายในหัวใจให้กลายเป็นเถ้าถ่านอย่างสมบูรณ์
เมื่อเปลวไฟค่อย ๆ อ่อนแสงลง เอเลนาก็ปิดกระเป๋าเดินทางดังปัง
เธอเปลี่ยนเป็นชุดกีฬาสีดำ มัดผมไว้ด้านหลัง สวมหมวกและหน้ากากปิดบังใบหน้า
จากนั้นจึงผลักประตูลับออก แล้วหายเข้าไปในทางเดินของคนรับใช้ที่มืดสนิทราวกับเงาดำ หลบทั้งบอดี้การ์ด หลบทั้งกล้องวงจรปิด และวิ่งตรงไปสู่อิสรภาพ
เธอออกมาทางประตูด้านข้าง ก่อนกลืนหายเข้าไปในราตรีของนิวยอร์กอย่างสมบูรณ์
เสียงระฆังโบสถ์ดังแว่วมาจากที่ไกล ๆ
เธอหยิบโทรศัพท์เข้ารหัสออกมา เปิดเครื่อง แล้วโทรไปยังหมายเลขเดียวที่มีความสำคัญ
“ฉันเอง มารับฉันได้แล้ว”
“รับทราบ ยินดีต้อนรับกลับมาค่ะ คุณคอสตา จูโนกำลังรออยู่”
รถยนต์สีดำคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดริมทางตรงหน้าเธออย่างเงียบเชียบ
เธอเปิดประตูขึ้นรถ รถพุ่งทะยานออกไปทันที
ในกระจกมองหลัง คฤหาสน์ของตระกูลแกมบีโนเล็กลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งหายลับไปจากสายตาอย่างสมบูรณ์
เธอถอดหมวกและหน้ากากออก มองแสงไฟนับหมื่นดวงของนครนิวยอร์กที่ทอดยาวอยู่นอกหน้าต่าง
แสงนีออนของเมืองสะท้อนอยู่ในดวงตาสีเขียวเข้มคู่นั้น ราวกับเปลวเพลิงเย็นเยียบสองดวงกำลังค่อย ๆ ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอย่างเงียบงัน
เอเลนาคนเดิมได้มอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว
ส่วนผู้ที่กำลังถือกำเนิดขึ้นใหม่จากกองเถ้าถ่าน จะเป็นผู้กุมอำนาจแห่งการพิพากษา
