บทย่อ
สามีของฉัน ลูกา แกมบีโน เจ้าพ่อมาเฟียแห่งนิวยอร์ก โยนเอกสารยินยอมผ่าตัดปลูกถ่ายไตลงมาตรงหน้าฉันแล้วพูดเพียงสั้น ๆ ว่า “เซ็นซะ” เขาต้องการใช้ร่างกายของฉัน เพื่อชดใช้หนี้บุญคุณที่ติดค้างผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ฉันรับเอกสารที่เขาเรียกว่า “ข้อตกลงชดเชย” ฉบับนั้นมา ในจังหวะนั้นเอง คามิลลาโทรมาพร้อมเสียงสะอื้นไห้ เขาแทบไม่ได้ก้มลงมองให้ดี รีบเซ็นชื่อตัวเองลงบนเอกสาร ก่อนจะหันหลังเดินจากไปอย่างร้อนรน แต่สิ่งที่เขาเซ็นจริง ๆ กลับเป็นใบหย่าที่ถูกซ่อนไว้ใต้สุดของกองเอกสาร คืนนั้นเอง ฉันหายตัวไปท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำในนครนิวยอร์ก ห้าปีต่อมา ในงานเลี้ยงฉลองครบรอบหนึ่งร้อยปีของธนาคารเอกชนแห่งหนึ่งในนครซูริก ฉันได้พบกับลูกา แกมบีโนอีกครั้ง บรรดาตระกูลเก่าแก่ผู้ทรงอิทธิพลของยุโรปกำลังยืนสนทนากันอยู่ไม่ไกล “นั่นใช่แกมบีโนหรือเปล่า? ได้ยินว่าห้าปีมานี้ เขาไม่มีผู้หญิงอยู่ข้างกายเลยสักคน” “แค่นั้นยังไม่ใช่ที่สุด เขาปฏิเสธการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างตระกูลแทบทุกครั้งที่ถูกเสนอมา ว่ากันว่าเจ้าพ่อแกมบีโนคนนี้ยังคงรอให้อดีตภรรยากลับมาอยู่เลย” ลูกา แกมบีโนเดินฝ่าฝูงชนมาหยุดตรงหน้าฉัน เสียงของเขาแหบพร่าจนแทบแตก “เอเลนา... ไม่ได้เจอกันนานเลย” “ไม่ได้เจอกันนานนะคะ คุณแกมบีโน” ฉันพยักหน้าเล็กน้อย น้ำเสียงสุภาพและห่างเหิน ราวกับกำลังต้อนรับลูกค้าคนหนึ่งที่มีมูลค่าทางธุรกิจเท่านั้น กรามของเขาเกร็งแน่น ดวงตาแดงก่ำ ราวกับมีคำพูดนับพันติดอยู่ในลำคอ แต่กลับเปล่งออกมาไม่ได้แม้แต่คำเดียว ผู้ช่วยของฉันเดินเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ก่อนก้มศีรษะเล็กน้อย “คุณคอสตา รถพร้อมแล้วค่ะ คุณฟัลโกถามมาว่าจะให้เขามารับคุณด้วยตัวเองหรือไม่” “ไม่ต้องหรอก” ฉันยิ้มบาง ๆ สายตาไล่ผ่านใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดของลูกา “บอกเขาว่าฉันจะไปเดี๋ยวนี้” ฉันหันหลังเดินไปยังรถยนต์สีดำที่จอดรออยู่ด้านนอก ซึ่งติดป้ายทะเบียนทางการทูตแบบพิเศษ นับตั้งแต่วินาทีที่เขาเซ็นชื่อลงไป เขาก็ถูกขับออกจากโลกของฉันตลอดกาล ……
บทที่ 1
สามีของฉัน ลูกา แกมบีโน เจ้าพ่อมาเฟียแห่งนิวยอร์ก โยนเอกสารยินยอมผ่าตัดปลูกถ่ายไตลงมาตรงหน้าฉันแล้วพูดเพียงสั้น ๆ ว่า “เซ็นซะ”
เขาต้องการใช้ร่างกายของฉัน เพื่อชดใช้หนี้บุญคุณที่ติดค้างผู้หญิงอีกคนหนึ่ง
ฉันรับเอกสารที่เขาเรียกว่า “ข้อตกลงชดเชย” ฉบับนั้นมา
ในจังหวะนั้นเอง คามิลลาโทรมาพร้อมเสียงสะอื้นไห้ เขาแทบไม่ได้ก้มลงมองให้ดี รีบเซ็นชื่อตัวเองลงบนเอกสาร ก่อนจะหันหลังเดินจากไปอย่างร้อนรน
แต่สิ่งที่เขาเซ็นจริง ๆ กลับเป็นใบหย่าที่ถูกซ่อนไว้ใต้สุดของกองเอกสาร
คืนนั้นเอง ฉันหายตัวไปท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำในนครนิวยอร์ก
ห้าปีต่อมา ในงานเลี้ยงฉลองครบรอบหนึ่งร้อยปีของธนาคารเอกชนแห่งหนึ่งในนครซูริก ฉันได้พบกับลูกา แกมบีโนอีกครั้ง
บรรดาตระกูลเก่าแก่ผู้ทรงอิทธิพลของยุโรปกำลังยืนสนทนากันอยู่ไม่ไกล
“นั่นใช่แกมบีโนหรือเปล่า? ได้ยินว่าห้าปีมานี้ เขาไม่มีผู้หญิงอยู่ข้างกายเลยสักคน”
“แค่นั้นยังไม่ใช่ที่สุด เขาปฏิเสธการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างตระกูลแทบทุกครั้งที่ถูกเสนอมา ว่ากันว่าเจ้าพ่อแกมบีโนคนนี้ยังคงรอให้อดีตภรรยากลับมาอยู่เลย”
ลูกา แกมบีโนเดินฝ่าฝูงชนมาหยุดตรงหน้าฉัน เสียงของเขาแหบพร่าจนแทบแตก
“เอเลนา... ไม่ได้เจอกันนานเลย”
“ไม่ได้เจอกันนานนะคะ คุณแกมบีโน”
ฉันพยักหน้าเล็กน้อย น้ำเสียงสุภาพและห่างเหิน ราวกับกำลังต้อนรับลูกค้าคนหนึ่งที่มีมูลค่าทางธุรกิจเท่านั้น
กรามของเขาเกร็งแน่น ดวงตาแดงก่ำ ราวกับมีคำพูดนับพันติดอยู่ในลำคอ แต่กลับเปล่งออกมาไม่ได้แม้แต่คำเดียว
ผู้ช่วยของฉันเดินเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ก่อนก้มศีรษะเล็กน้อย “คุณคอสตา รถพร้อมแล้วค่ะ คุณฟัลโกถามมาว่าจะให้เขามารับคุณด้วยตัวเองหรือไม่”
“ไม่ต้องหรอก” ฉันยิ้มบาง ๆ สายตาไล่ผ่านใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดของลูกา “บอกเขาว่าฉันจะไปเดี๋ยวนี้”
ฉันหันหลังเดินไปยังรถยนต์สีดำที่จอดรออยู่ด้านนอก ซึ่งติดป้ายทะเบียนทางการทูตแบบพิเศษ
นับตั้งแต่วินาทีที่เขาเซ็นชื่อลงไป เขาก็ถูกขับออกจากโลกของฉันตลอดกาล
……
“เซ็นซะ” ลูกาโยนใบยินยอมผ่าตัดปลูกถ่ายไตลงบนโต๊ะหัวเตียง น้ำเสียงเย็นเยียบราวกับคมมีด “ไตของเธอเข้ากันได้กับคามิลลา กำหนดผ่าตัดคือสัปดาห์หน้า”
เอเลนาสะดุ้งตื่นจากการงีบหลับ แสงแดดลอดผ่านใบของต้นเลมอนนอกหน้าต่าง สาดเงาเป็นลวดลายบนใบหน้าของเธอ
นั่นคือต้นไม้ที่เขาปลูกให้เธอด้วยมือตัวเองในปีแรกหลังแต่งงาน
“อะไรนะ?” เธอถามอย่างเหม่อลอย น้ำเสียงยังเต็มไปด้วยความงุนงงของคนเพิ่งตื่น
เพียะ!
เสียงตบดังสนั่น ฝ่ามือของเขาฟาดลงบนใบหน้าของเธออย่างแรง
ศีรษะของเอเลนาสะบัดไปด้านหนึ่ง แก้มร้อนผ่าวจนแสบ เธอค่อย ๆ หันกลับมามองผู้ชายตรงหน้า—เจ้าพ่อมาเฟียที่อายุน้อยที่สุดแห่งนิวยอร์ก—ซึ่งกำลังยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“คามิลลารอไม่ได้แล้ว” ลูกาหยิบปากกาจากกระเป๋าสูท กดปลายปากกาแล้วส่งให้เธอ “เซ็น”
“คุณ... ตบฉันเหรอ?” เธอถามเบา ๆ ราวกับกำลังยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป
“ถ้าเธออยากหาเหตุผลก่อนจะยอมเชื่อฟัง ฉันก็ไม่รังเกียจที่จะตบเธออีกครั้ง”
ลูกาบีบคางของเธอ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้น “ไม่ว่าเธอจะยอมหรือไม่ ไตข้างนี้เธอต้องให้ เอเลนา ฉันไม่ได้มาขอความเห็นจากเธอ ฉันแค่มาแจ้งให้รู้”
เมื่อสองปีก่อน ระหว่างการซื้อขายที่ท่าเรือซึ่งเกิดเหตุไม่คาดฝัน เธอเอาตัวเองไปรับกระสุนแทนเขา ตอนนั้นเขากอดร่างที่อาบไปด้วยเลือดของเธอแน่น มือทั้งสองสั่นไม่หยุด พร้อมตะโกนใส่หมออย่างแทบเสียสติ
วันเกิดของเธอเมื่อปีที่แล้ว เขายกเลิกตารางงานทั้งหมด แล้วใช้เวลาสี่ชั่วโมงอยู่ในครัว พยายามอบเค้กเลมอนแบบซิซิลีให้เธอ แม้สุดท้ายมันจะไหม้จนกินไม่ได้ แต่เขาก็ทำเต็มที่แล้ว
และในค่ำคืนอันยาวนานนับไม่ถ้วน เขาเคยซุกใบหน้าลงที่ซอกคอของเธอ กระซิบว่าเธอคือแสงสว่างของเขา คือมโนธรรมของเขา คือสิ่งบริสุทธิ์เพียงหนึ่งเดียวในโลกอันโสมมของเขา
“ทำไม?” เสียงของเธอแหบพร่าจนแม้แต่ตัวเองยังรู้สึกแปลก “ฉันเป็นภรรยาของคุณนะ”
“ก็เพราะเธอเป็นภรรยาของฉันนี่แหละ”
ลูกาปล่อยมือจากเธอ ถอยหลังหนึ่งก้าว แล้วสวมหน้ากากอันเย็นชาไร้ความปรานีของเจ้าพ่อกลับคืนมาอีกครั้ง “พ่อของคามิลลาเคยเอาตัวเองไปรับกระสุนแทนพ่อของฉันถึงสิบสองนัด ถ้าไม่มีเขา วันนี้ก็คงไม่มีตระกูลแกมบีโน และเธอก็คงไม่มีชีวิตสุขสบายแบบตอนนี้ นี่คือหนี้บุญคุณ เอเลนา ในฐานะภรรยาของฉัน การชดใช้แทนฉันคือหน้าที่ของเธอ”
“หน้าที่?” เอเลนาหัวเราะทั้งน้ำตา “แล้วลูกของเราล่ะ ลูกา? เมื่อสัปดาห์ก่อนฉันเพิ่งแท้งลูก”
ร่างของเขาแข็งค้างไปเพียงเสี้ยววินาที สายตาเลื่อนไปยังหน้าท้องที่ยังแบนราบของเธอ ดวงตาสีเทาอมฟ้าคู่นั้นมีแววเดือดดาลวาบผ่าน แต่สุดท้ายทุกอย่างก็จมลงสู่ความเงียบเย็นยะเยือกยิ่งกว่าเดิม
“หมอบอกแล้วว่าเสียไตไปหนึ่งข้างก็ไม่ได้กระทบการมีลูก” เขาเบือนสายตาหนี น้ำเสียงกลับมาแข็งกระด้างดังเดิม
“พักฟื้นดี ๆ หลังผ่าตัด เราจะมีลูกกันใหม่ได้ คามิลลารอไม่ได้แล้ว ไตของเธอกำลังล้มเหลวลงทุกชั่วโมง”
“ถ้าฉันปฏิเสธล่ะ?”
ลูกามองเธอ ก่อนจะยิ้มขึ้นมา
เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง
“งั้นบริษัทการค้าเล็ก ๆ ที่พ่อของเธอทิ้งไว้ พรุ่งนี้ก็จะถูกยึดในข้อหาลักลอบค้าของต้องห้าม ส่วนเรื่องเรียนของน้องชายเธอที่บอสตัน...” เขาก้มลง ปลายนิ้วลูบแก้มที่บวมแดงของเธออย่างอ่อนโยน ท่าทางละมุนราวกับคนรัก แต่กลับโหดร้ายราวกับคมมีด “ก็คงต้องจบลงแค่นั้น”
“เซ็นเสีย ทุกคนจะปลอดภัย หลังผ่าตัดเธอจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด แต่ถ้าไม่ยอม...”
เขายืนตัวตรงอีกครั้ง
แม้จะไม่ได้พูดต่อ แต่ก็ไม่จำเป็นอีกแล้ว
เอเลนามองผู้ชายตรงหน้า
สามีของเธอ ผู้ชายที่เธอรักมาห้าปี แต่งงานกันมาสามปี
ผู้ชายที่เคยนั่งกุมมือเธอทั้งคืนเมื่อเธอบอกว่ากลัว
ผู้ชายที่เคยสาบานว่าจะปกป้องเธอไปตลอดชีวิต
แต่ตอนนี้ เขากลับกำลังจะผ่าร่างของเธอด้วยมือตัวเอง เพื่อนำอวัยวะชิ้นหนึ่งของเธอไปมอบให้ผู้หญิงอีกคน
ส่วนผู้หญิงที่ชื่อคามิลลาคนนั้น เมื่อปีที่แล้วเคย “เผลอ” ทำกาแฟร้อนจัดหกใส่ข้อมือของเอเลนาจนพุพองเป็นแผลเต็มไปหมด อีกทั้งยัง “บังเอิญ” เป็นลมได้อย่างเหมาะเจาะทุกครั้งที่เอเลนาออกเดตกับลูกา และในงานเลี้ยงของตระกูลครั้งหนึ่ง เธอยังสวมสร้อยมรกตที่เป็นมรดกของแม่ลูกามาอวดโฉม พร้อมมองเอเลนาด้วยสายตาของผู้ชนะ
ทุกคนมองออกว่าคามิลลาคิดอะไร
ยกเว้นลูกา หรือบางที เขาอาจมองออกทุกอย่าง
เพียงแต่สำหรับเขา บุญคุณที่ติดค้างผู้หญิงคนนั้น มีค่ามากกว่าทุกสิ่งที่ภรรยาของเขาจะต้องสูญเสีย
“เอาปากกามา”
เอเลนายื่นมือออกไป น้ำเสียงสงบนิ่งจนน่าหวาดหวั่น
ลูกาวางปากกาลงบนฝ่ามือของเธอ
เธอเปิดเอกสารโดยไม่แม้แต่จะชายตามองเงื่อนไขสักบรรทัด ก่อนเซ็นชื่อลงด้านล่างอย่างเด็ดขาด—เอเลนา แกมบีโน
จากนั้นเธอคว้าหนังสือปกแข็งเล่มหนาที่วางอยู่ข้าง ๆ ซึ่งปกติเธอใช้คั่นใบเลมอนเป็นที่คั่นหนังสือ แล้วรวบรวมแรงทั้งหมดที่มี ฟาดมันใส่ประตูกระจกที่เชื่อมไปยังเรือนกระจกอย่างสุดแรง ต้นเลมอนด้านในนั้นคือสิ่งที่เขาเคยปลูกให้เธอด้วยมือตัวเอง
เพล้ง!
กระจกแตกกระจายทันที ลมเย็นพัดกรูเข้ามาอย่างรุนแรง จนกิ่งก้านของต้นเลมอนสั่นไหวไม่หยุด
ลูกายืนอยู่กับที่ ไม่ขยับแม้แต่น้อย เพียงขมวดคิ้วมองเธอ
เอเลนาลุกขึ้นยืนท่ามกลางเศษกระจกที่แตกเกลื่อน เท้าเปล่าของเธอถูกเศษแก้วบาดจนเลือดซึม ก่อนเดินมาหยุดตรงหน้าเขา
เธอเงยหน้าขึ้น น้ำตาในดวงตาหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ตายด้าน
“ไต... คุณเอาไปได้ ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ลูกา แกมบีโน เราไม่ติดค้างกันอีกแล้ว”
เธอเสียบปากกาคืนลงในกระเป๋าอกเสื้อสูทของเขา แล้วตบเบา ๆ หนึ่งครั้ง
“ตอนนี้ ออกไปจากห้องของฉัน”
เมื่อเห็นแววตาที่ไร้ชีวิตของเธอ จู่ ๆ ความหนาวเย็นก็แล่นวาบขึ้นมาตามสันหลังของลูกาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เขาขยับริมฝีปาก ราวกับอยากพูดอะไรบางอย่าง
แต่เอเลนาหันหลังเดินเข้าห้องน้ำที่เชื่อมกับห้องนอนใหญ่ ก่อนล็อกประตูจากด้านใน
เขายืนอยู่หน้าประตู ได้ยินเสียงอาเจียนอย่างทรมานดังออกมาจากข้างใน ราวกับเธอกำลังจะขย้อนอวัยวะภายในทั้งหมดออกมา กำปั้นของเขากำแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงฝักบัวก็ดังขึ้นจากในห้องน้ำ
ผ่านไปนาน เอเลนาเดินออกมาพร้อมเสื้อคลุมอาบน้ำ ใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ แต่กลับสงบนิ่งอย่างผิดปกติ เธอไม่แม้แต่จะชายตามองเขา เดินตรงไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วเริ่มเป่าผมของตัวเอง
ท้ายที่สุด ลูกาไม่ได้พูดอะไรเลย เขาหยิบเอกสารที่มีลายเซ็นเรียบร้อยแล้ว ก่อนหันหลังเดินออกไป
ทันทีที่ประตูห้องปิดลง เอเลนาก็ปิดไดร์เป่าผม
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวกับสุสาน
มีเพียงสายลมเย็นที่พัดลอดเข้ามาทางประตูกระจกที่แตก พร้อมเสียงใบเลมอนเสียดสีกันแผ่วเบาบนพื้น
เธอเดินไปยืนหน้ากระจก มองผู้หญิงที่ซูบผอมราวกับคนไร้วิญญาณในเงาสะท้อน
จากนั้นก็ใช้แรงทั้งหมดดึงแหวนเพชรสามกะรัตออกจากนิ้วอย่างไม่ปรานี
ก่อนโยนมันลงถังขยะ
ตุบ
เธอเปิดช่องลับที่มีตัวล็อกใต้โต๊ะเครื่องแป้ง แล้วหยิบซองเอกสารกันน้ำที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมา
ข้างในมีหนังสือเดินทางเล่มใหม่ในชื่อ “เอเลนา คอสตา” ตั๋วเครื่องบินชั้นหนึ่งเที่ยวเดียวไปซูริกในเวลา 10 โมงเช้าของวันพรุ่งนี้ ปืนพกสีเงินขนาดกะทัดรัดหนึ่งกระบอก และกระสุนอีกสองกล่อง
เธอหยิบปืนขึ้นมา ความหนักอึ้งและความเย็นเยียบของมันในอุ้งมือชัดเจนเสียจนปฏิเสธไม่ได้
ในกระจก ความอ่อนโยนและความอาลัยอาวรณ์หยดสุดท้ายในดวงตาของผู้หญิงคนนั้นได้หายไปหมดแล้ว เหลือเพียงความเยือกเย็น เด็ดเดี่ยว และอันตรายที่ผ่านการหล่อหลอมมาอย่างถึงที่สุด
ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
เธอจะหนีออกไปจากนรกแห่งนี้ให้ได้

