ตอนที่ 2 ในวันที่หัวใจพ่ายแพ้
ตอนที่ 2
ในวันที่หัวใจพ่ายแพ้
“พลอยขวัญไปเชียงใหม่แทนพี่ได้ไหม”
อารีย์เดินมาขอร้องผู้ช่วยของเขาให้เดินทางไปต่างจังหวัดกับท่านประธานเพราะตัวเธอเองไม่สามารถทิ้งลูกทั้งสองคนไปได้ซึ่งการไปครั้งนี้เป็นเรื่องที่สำคัญของบริษัทมาก
“ได้ค่ะพี่อารีย์ไม่ต้องเกรงใจเลยนะคะ”
“ขอบใจมากนะเธอรู้ใช่ไหมว่าการเดินทางไปครั้งนี้เป็นเรื่องที่สำคัญของบริษัทตั้งแต่พี่อยู่ที่นี่มาเราไม่เคยมีเรื่องผิดพลาดแบบนี้เกิดขึ้น”
อารีย์พูดด้วยสีหน้าเป็นกังวล เธอเริ่มทำงานที่บริษัทนี้ตั้งแต่ที่คิมหันต์ยังเป็นเพียงแค่นักธุรกิจรุ่นใหม่ที่โดนคน รุ่นเก่าสบประมาทว่าเขาคงไม่สามารถทำธุรกิจนี้ได้สำเร็จแต่ในที่สุดตอนนี้เขาก็กลายเป็นนักธุรกิจยักษ์ใหญ่ในวงการอสังหาริมทรัพย์และปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งนี้สร้างความไม่พอใจให้กับท่านประธานเป็นอย่างมากเพราะเขาต้องการได้ที่ดินบริเวณชายเขาที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นที่สร้างโครงการใหม่แต่นายหน้าที่จัดหาที่ดินกับเปลี่ยนใจต้องการจะไปขายให้กับคนอื่น
“คุณรู้ใช่ไหมว่าการไปครั้งนี้มันสำคัญกับบริษัทเราแค่ไหน”
คิมหันต์บอกเล่าเรื่องราวของสิ่งที่เขากำลังจะไปแก้ปัญหาในครั้งนี้ให้ผู้ช่วยเลขาของเขาได้รู้เพราะเขาเองตอนนี้ก็รู้สึกเป็นกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้น
คิมหันต์ไม่เคยไม่ประสบความสำเร็จในการหาทำเลที่จะก่อสร้างโครงการใหม่และครั้งนี้เขาเองก็วาดฝันไว้ว่าจะเป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่เขาเคยทำมาแต่...สุดท้ายเหมือนตอนนี้เขากำลังจะถูกหักหลัง
“ท่านประธานเป็นคนที่เก่งและมีความสามารถมากพลอยเชื่อว่าเรื่องนี้เราจะหาทางออกได้และในที่สุดโครงการใหญ่ของเราก็จะเป็นโครงการที่มีแต่คนชื่นชมค่ะ”
ชายหนุ่มหันมามองสบตาคนพูดแววตาของเขาเหมือนกำลังสงสัยว่าความจริงแล้วพลอยขวัญเป็นคนเช่นไรกันแน่จากสาวน้อยผู้อ่อนต่อโลกวันนี้เธอกลับให้ข้อคิดให้กำลังใจทำให้เขารู้สึกได้ว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยทำอะไรผิดพลาดและครั้งนี้ก็เช่นกันในที่สุดเขาจะต้องหาทางแก้ปัญหาได้
ทั้งคู่เดินทางถึงจังหวัดเชียงใหม่เข้าพักที่โรงแรมได้เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็จะต้องรีบเดินทางเพื่อไปจัดการตกลงเจรจากับนายหน้าขายที่ดินใหม่เพราะทางโน้นไม่ต้องการจะพูดคุยทางโทรศัพท์ต้องการให้ท่านประธานเจ้าของโครงการใหญ่เดินทางมาคุยด้วยตัวเอง
ตลอดการเจรจาทุกอย่างไม่เป็นแบบที่คิมหันต์คิดตัวเขาเองก็ใช้แต่อารมณ์ในการพูดคุย อาจจะเป็นเพราะความกดดันในจิตใจที่เขาไม่ต้องการจะให้นักธุรกิจคนอื่นมาดูถูกว่าเขาเป็นเพียงแค่คนรุ่นใหม่ที่ในที่สุดก็ไม่สามารถทำโครงการใหญ่ได้
“ผมไม่เข้าใจทำไมทางนู้นถึงได้ผิดสัญญากับเรา ที่ผมไม่ได้ให้ทำสัญญาอย่างถูกต้องก็เพราะคิดว่าเดือนหน้าจะเดินทางมาจัดการทุกอย่างแต่สุดท้ายทำไมกลับพลิกลิ้นกันแบบนี้”
ท่านประธานนั่งกินอาหารมื้อเย็นกับผู้ช่วยเลขาของเขาอยู่ที่ร้านอาหารและตอนนี้เขาก็ยกเครื่องดื่มแก้วต่อแก้วเหมือนต้องการจะเยียวยาหัวใจที่ผิดหวังจากการเจรจาใน ทุกเรื่อง
“บางครั้งการเจรจาที่ดีที่สุดก็อาจจะเกิดจากการยอมก็ได้นะคะ บางทีวันนี้ท่านประธานอาจจะเหนื่อยเกินไปก็เลยใช้อารมณ์ ซึ่งทางโน้นเขาเองก็รู้สึกว่าเขาเป็นคนที่ได้เปรียบไม่จำเป็นต้องยอมอ่อนข้อ พรุ่งนี้เราลองคุยกับเขาอีกสักรอบไหมคะ ใช้ความใจเย็นและยอมรับว่าเราเองอยากได้ที่ดินนั้นบางทีเขาอาจจะรู้สึกเห็นใจถ้าเราอ่อนน้อมเข้าไป”
คิมหันต์หันมามองสบตาคนพูดแววตาโมโหเขาไม่คิดเลยว่าสุดท้ายเขาจะต้องมานั่งฟังคำของเด็กที่อายุเพียงแค่ ยี่สิบกว่ามาวิจารณ์การเจรจาของเขาในวันนี้และทุกอย่างที่เธอพูดก็เหมือนจะเป็นเรื่องจริงซึ่งท่านประธานที่เชื่อมั่น ทุกอย่างในตัวเองไม่มีทางที่จะยอมรับ
“กลับกันดีกว่าผมเบื่อแล้ว”
ร้านอาหารที่ทั้งคู่นั่งกินอาหารมื้อเย็นอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมเท่าไหร่จึงใช้เวลาเดินทางแค่ไม่นานก็มาถึงที่พัก พลอยขวัญคิดว่าเธอคงจะแยกจากเจ้านายออกไปพักผ่อนแต่กลายเป็นว่าเขาขอให้เธอเข้ามาที่ห้องนั่งดื่มเป็นเพื่อนพูดคุยกับเขาเพราะพรุ่งนี้จะเป็นการเจรจาครั้งสุดท้าย
“คุณคิดว่าผมเป็นคนทำให้เรื่องนี้ผิดพลาดไหม”
คิมหันต์ถามขึ้นมาตรงๆเพราะจากคำพูดของหญิงสาวที่ร้านอาหารมันทำให้เขาตีความได้ว่าเขาใช้อารมณ์ใน การเจรจามากเกินไปจึงทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้
“ท่านประธานไม่ได้ทำผิดพลาดค่ะเพียงแต่อาจจะใช้อารมณ์มากเกินไปเพราะที่ผ่านมาเรามักเป็นฝ่ายที่เสนอและก็มีผู้คนมาตอบสนองแต่ในการเจรจาเรื่องที่ดินครั้งนี้อีกฝ่ายเป็นฝ่ายได้เปรียบเขาจึงไม่ต้องการเห็นใครหรือลูกค้าคนไหนมาข่มขู่พูดจาไม่ดีหรอกค่ะ”
ชายหนุ่มมองหน้าคนพูดหญิงสาวไม่รู้เลยหรือว่าที่เขาเรียกเธอมานั่งคุยเพราะอยากให้เธอกลับคำและบอกว่าเขาได้เจรจาอย่างดีที่สุดแล้ว
“คุณคิดว่าคุณเป็นใครถึงได้มาแนะนำวิธีการที่ผมควรจะเจรจากับเขา มากล่าวหาว่าผมใช้แต่อารมณ์แบบนี้”
ท่านประธานดูมีความโกรธแต่น้ำเสียงกลับเย็นชาและราบเรียบกว่าเดิมสองสายตามองสบตาคนตรงหน้าเพื่อรอฟังคำตอบ
“พลอยไม่ได้กล่าวหานะคะแล้วก็ไม่ได้มีความรู้อะไรที่จะไปแนะนำท่านประธานด้วยแต่แค่พูดในฐานะที่เราทุกคนต่างก็มีความรู้สึกไม่มีใครหรอกค่ะที่จะชอบให้ใครมาพูดจา ไม่ดีใส่เรา โดยเฉพาะเวลาที่เรารู้สึกว่าเราเหนือกว่า ไม่จำเป็นต้องง้อ ทุกสิ่งที่พลอยพูดมันก็เป็นเพียงแค่สามัญสำนึกของคนทั่วไปไม่ได้มีอะไรซับซ้อนไม่จำเป็นต้องมีความรู้ไม่จำเป็นต้องเรียนสูงไม่จำเป็นต้องประสบความสำเร็จก็สามารถที่จะเข้าใจเรื่องแบบนี้ได้”
พลอยขวัญถึงรู้ว่าคำพูดของเธอจะยิ่งทำให้คนตรงหน้าโมโหไปใหญ่แต่เธอก็เลือกที่จะพูดความจริงวันนี้ตลอดของการเจรจาเธอมองเห็นแต่อารมณ์โมโหความโกรธและข่มขู่ซึ่งถ้าเธอเป็นนายหน้าขายที่ดินก็คงไม่มีทางขายให้กับคิมหันต์เด็ดขาดเพราะเขาไม่ได้มาเพื่อร้องขอหรือ ขอความเห็นใจแต่เขามาเพื่อข่มขู่ซึ่งก็ไม่จำเป็นที่คนพวกนั้นจะต้องรู้สึกกลัว
สาวน้อยที่ยังคงอยู่ในชุดทำงานไม่ทันได้ตั้งตัวเธอก็ถูกอีกฝ่ายลุกขึ้นมาช้อนตัวจนลอยจากพื้นก่อนที่เขาจะวางลงบนเตียงนุ่ม
“ปล่อยพลอยนะคะ คุณเมามากแล้ว”
หญิงสาวพยายามที่จะร้องขอให้อีกฝ่ายตั้งสติแต่จากแววตาของเขาที่มองมาที่เธอมันทำให้พลอยขวัญรู้ว่าสาเหตุที่ทำให้เขาทำกับเธอแบบนี้ไม่ได้เกิดจากความโมโหเพราะดวงตาที่แดงก่ำของเขามันมีความเศร้ามีน้ำตาที่พร้อมจะหยดลงทุกเมื่อ
“คุณรู้ไหมตั้งแต่ผมเริ่มมาทำธุรกิจไม่เคยมีใครบอกว่าผมทำได้มีแต่คนบอกว่าผมไม่มีความสามารถมากเพราะเงินทุนที่มีก็ไม่ได้เหมาะที่จะสร้างธุรกิจใหญ่โตแบบนี้มีคำ ดูถูกมากมายที่ผมต้องเอาชนะและผมก็ชนะมันได้ทุกครั้งแต่ครั้งนี้ทำไมผมกลับต้องล้มเหลวหรือความจริงแล้วผมจะเป็นอย่างที่ทุกคนพูดเป็นเพียงแค่นักธุรกิจรุ่นใหม่ที่คงไปไกลไม่ได้กว่านี้แล้วจริงๆ”
พลอยขวัญไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมจากที่เธอพยายามขัดขืนพอได้ยินถ้อยคำที่แสนเศร้าและเห็นดวงตาที่ตอนนี้มีน้ำใสคลออยู่มันทำให้หัวใจของเธอยินยอมปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขา ภาพความทรงจำเมื่อครั้งที่เธอยังเป็นเพียงแค่นักศึกษาฝึกงานและเขาช่วยเหลือให้เธอมีเงินลงทะเบียนจนเรียนจบพร้อมทั้งรับเธอเข้าทำงานมันทำให้หญิงสาวตกหลุมรักเจ้านายของเธออย่างไม่รู้ตัว วันนี้เขากำลังอ่อนแอคงมีสิ่งเดียวที่เขาต้องการจากเธอตอนนี้ ถึงแม้สุดท้ายจะกลายเป็นคนใจง่ายแต่พลอยขวัญก็ได้แต่บอกกับตัวเองว่า ในเมื่อหัวใจมันรัก เรี่ยวแรงมันก็ไม่มีจะขัดขืน การยอมเป็นคนใจง่ายบางครั้งมันอาจเป็นทางที่เธอเลือกแล้ว
ท่านประธานที่วันนี้หัวใจมีแต่ความพ่ายแพ้โอบกอดลูบไล้สัมผัสเนื้อนุ่มส่งต่อความอบอุ่นและความเข้มแข็งให้กันและกัน
คิมหันต์ไม่รู้เหมือนกันว่าเวลานี้ความรู้สึกของเขาคือแบบไหนแต่เขารู้แค่เพียงว่าผู้ช่วยเลขากำลังทำให้เขารู้สึกมีความสุข เธอทำให้เขารู้สึกว่าแท้ที่จริงชีวิตนี้เขาไม่ได้มีตัวคนเดียวยังมีคนอยู่ข้างๆที่พร้อมจะก้าวข้ามผ่านปัญหานี้ไปด้วยกัน
สองร่างกายรวมกันเป็นหนึ่งภายใต้ความเมาและสติที่อยู่ไม่เต็มร้อยของอีกฝ่ายแต่สำหรับพลอยขวัญมันคือ ความตั้งใจ เธอรักเขาถึงรู้ว่าแม้สุดท้ายเธอเองก็จะเป็นเพียงแค่ความสัมพันธ์ลับ ๆ คงไม่มีนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จร่ำรวยคนไหนมาสนใจเพียงแค่หญิงสาวบ้านนอกจน ๆ แต่วันนี้หัวใจของเธอมันอ่อนไหวเกินจะควบคุมในที่สุดเธอก็ตกเป็นของเขา เรือนร่างบางโอบกอดชายหนุ่มผู้เป็นที่รักเพื่อหวังส่งต่อกำลังใจให้พรุ่งนี้เขาก้าวต่อไปทำทุกอย่างได้สำเร็จเหมือนอย่างทุกเรื่องที่เขาเคยผ่านมา
