ตอนที่ 1 ใกล้ชิด
ตอนที่ 1
ใกล้ชิด
“เอกสารทั้งหมดผมได้เขียนรายละเอียดไว้แล้วขอให้ไปปรับแก้ไขภายในวันนี้นะครับ”
คิมหันต์ยื่นเอกสารที่มีด้วยกันหลายแฟ้มส่งคืนให้กับอารีย์ซึ่งเป็นเลขาเพราะพรุ่งนี้เขาต้องใช้เอกสารทั้งหมดในการประชุม
“ฉันจะรีบทำให้เร็วที่สุดนะคะแต่ช่วงเย็นต้องไปรับลูกถ้างานไม่เสร็จยังไงจะให้พลอยขวัญรับช่วงทำต่อค่ะ”
ท่านประธานได้รับตำแหน่งผู้ช่วยเลขาเพื่อมาช่วยงานอารีย์ได้เกือบ 2 ปีแล้วและพลอยขวัญก็ทำหน้าที่ของเธอได้ดีมาก
“เดือนหน้าเปิดรับสมัครตำแหน่งผู้ช่วยเลขาได้เลยนะ”
ชายหนุ่มหันไปบอกหญิงสาวที่กำลังเตรียมตัวขนแฟ้มออกจากห้องเพราะพลอยขวัญเขียนใบลาออกไว้ล่วงหน้า 3 เดือนว่าเธอมีเหตุจำเป็นต้องเดินทางกลับไปทำงานใกล้บ้านเพื่อดูแลบุพการี
คิมหันต์อดเสียดายไม่ได้เพราะเขาตั้งใจจะให้ พลอยขวัญขึ้นมารับตำแหน่งแทนอารีย์เพราะตอนนี้เลขาของเขาต้องดูแลลูกสาวทั้งสองคนจึงทำให้ไม่สามารถที่จะทำงานนอกเวลาหรือไปนอกสถานที่กับเขาได้เหมือนเดิมแต่ผู้ช่วยเลขาที่ทำงานเก่งก็กลับมาเขียนใบลาออก
“ท่านประธานคะมีเอกสารจะสอบถามค่ะ”
เสียงของพลอยขวัญดังมาพร้อมกับเสียงเคาะประตูทำให้ท่านประธานที่กำลังยุ่งกับงานในหน้าจอคอมพิวเตอร์ต้องละสายตา
“เข้ามาได้เลย”
“พลอยไม่เข้าใจเอกสารตรงนี้ค่ะว่าจะต้องปรับแก้ในรูปแบบไหน”
เอกสารที่อยู่ในมือหญิงสาวปกติเป็นหน้าที่ของอารีย์ที่ต้องทำเมื่อเธอมารับงานต่อจึงไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ตามแบบที่เจ้านายต้องการจึงเลือกที่จะมาสอบถามท่านประธานโดยตรง
คิมหันต์มองสบตาสาวน้อยตรงหน้าอย่างเอ็นดูเพราะเขารู้จักพลอยขวัญตั้งแต่เธอมาฝึกงานที่นี่ด้วยความเก่งและฉลาดในเรื่องงานทำให้เขาตัดสินใจรับเธอเข้าทำงานที่บริษัทแต่มีอย่างเดียวที่เขารู้สึกว่าเธอไม่สมกับเป็นผู้ช่วยเลขาคือความอ่อนต่อโลกและดูเป็นคนขี้กลัวโดยเฉพาะเวลาที่อยู่กับเขาสองคนพลอยขวัญมักจะมีอาการเหมือนคนที่ไม่มั่นใจ ในตัวเอง
“เดี๋ยวผมจะอธิบายให้คุณฟังแต่...ก่อนที่เราจะคุยเรื่องงานกันผมดูจากกล้องวงจรปิดตอนนี้แทบไม่เหลือพนักงานในบริษัท คุณช่วยสั่งอาหารมื้อเย็นสำหรับเราสองคนด้วยนะ”
ท่านประธานตั้งใจที่จะกินอาหารมื้อเย็นกับผู้ช่วยเลขาเขาอยากสนิทสนมกับเธอให้มากกว่านี้เพราะอีกไม่กี่เดือนเธอกับเขาก็จะไม่ได้เจอกันแล้วในฐานะเจ้านายที่แอบเอ็นดูลูกน้อง คิมหันต์จึงอยากจะรู้จักเธอให้มากกว่านี้ก่อนที่เธอจะลาออก
พลอยขวัญเมื่อเข้าใจถึงเอกสารที่ต้องแก้ไขจึงออกไปทำงานที่โต๊ะที่อยู่ด้านหน้าของห้องพร้อมกับสั่งอาหารมื้อเย็นตามแบบที่เจ้านายต้องการโดยที่หญิงสาวคิดว่าเขากับเธอคงจะแยกกันกินข้าวเพราะยังมีงานที่ต้องสะสางอีกมากและคงเป็นการไม่เหมาะถ้าเธอจะต้องไปนั่งกินอาหารอยู่ในห้องของท่านประธานแต่สุดท้ายทุกอย่างก็ไม่เป็นอย่างที่เธอคิดเมื่อสุดท้ายชายหนุ่มสั่งให้เธอนั่งกินอาหารเย็นเป็นเพื่อนเขา
“ท่าทางการกินของคุณเหมือนกับว่าอาหารที่เราสั่งมาไม่อร่อยอย่างนั้นหรือว่าจริงๆแล้วคุณกำลังเขินผมที่ต้องนั่งกินข้าวกับคนหล่อๆ”
คิมหันต์พยายามพูดให้อีกฝ่ายรู้สึกผ่อนคลายแต่พลอยขวัญกลับไม่กล้าแม้แต่จะยิ้มหรือหัวเราะถึงแม้จะทำงานที่นี่มาถึง 2 ปีแต่ก็ไม่เคยมีโอกาสได้ใกล้ชิดสนิทกับท่านประธานแบบนี้
“เปล่านะคะอาหารอร่อยมากแต่พลอยยังไม่ค่อยหิว”
สาวน้อยที่ตอนแรกก็อายจนไม่กล้าจะสบตา ท่านประธานอยู่แล้วพอเจอคำพูดแบบนี้เข้าไปมือไม้สั่นไปหมด
“อีก 2 เดือนคุณก็จะออกจากที่นี่แล้ว มีงานที่ต่างจังหวัดหรือยังหรือจะกลับไปทำอะไรที่บ้าน”
คิมหันต์เปลี่ยนเรื่องคุยเพราะดูแล้วถ้าเขายังพยายามคุยเรื่องตลกสนุกสนานมีแต่จะทำให้หญิงสาวตรงหน้ารู้สึกประหม่าขึ้นไปกว่าเดิม
“ยังไม่มีงานทำเลยค่ะแต่ช่วงแรกก็คงกลับไปช่วยพ่อกับแม่ปลูกผักแล้วค่อยหางานทำที่สามารถไปกลับบ้านได้”
“ปลูกผัก ปลูกอะไรหรือและปลูกกี่ไร่”
ท่านประธานทำท่าทางสนใจเพราะเขาไม่คิดว่าสาวน้อยที่เพิ่งเรียนจบมาเพียงแค่ไม่กี่ปีท่าทางดูอ่อนแอน่าทะนุถนอมจะสามารถที่จะกลับไปปลูกผักใช้ชีวิตต่างจังหวัดได้
“ปลูกหลายอย่างเลยค่ะเปลี่ยนไปเรื่อยแล้วแต่ว่าตอนนั้นตลาดต้องการอะไร ตอนนี้ก็ปลูกแค่ 2 ไร่ค่ะเพราะ บ้านเรามีที่ดินแค่นั้นจะเช่าเขาก็กลัวจะไม่คุ้มกับราคาผักเวลาที่มันตกต่ำแต่ถ้าช่วงไหนผักแพงก็พอจะมีเงินใช้จ่ายได้อย่างสบายมากขึ้น”
พลอยขวัญจากสาวน้อยที่นั่งเกร็งไม่กล้าสบตา ท่านประธานเมื่อเธอต้องเล่าถึงเรื่องราวของที่บ้านมันทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายกลายเป็นสาวน้อยพูดเก่งมากขึ้น ยิ่งสร้างรอยยิ้มให้กับชายหนุ่มที่กำลังว่างฟังเธอเล่าทุกอย่างมันทำให้เขารู้สึกถึงความบริสุทธิ์ของคนที่ไม่ได้มีอะไรเคลือบแคลง ชีวิตของเขาเจอแต่คนใส่หน้ากากโดยเฉพาะนักธุรกิจด้วยกันแทบจะหาความจริงใจไม่ได้เลย
ทั้งสองคนใช้เวลาจัดการงานอยู่จนเกือบห้าทุ่มซึ่งดึกมากจึงทำให้ท่านประธานตัดสินใจไปส่งผู้ช่วยเลขาของเขาที่ห้องของเธอ
“เราให้เงินเดือนพนักงานน้อยไปหรือเปล่า”
ท่านประธานได้แต่พูดกับตัวเองเมื่อเห็นสภาพห้องเช่าที่พลอยขวัญเช่าอยู่เพราะมันดูไม่มีความปลอดภัย สภาพที่เก่ายิ่งทำให้เขารู้สึกใจหายเหมือนว่าเขาเองดูแลพนักงานไม่ดีและอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้พลอยขวัญอยากกลับไปอยู่บ้านก็เป็นได้
