บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 8: กำแพงที่มองไม่เห็น

ตอนที่ 8: กำแพงที่มองไม่เห็น

แสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดส่องลงมายังลานสวนในปราสาทอย่างนุ่มนวล เรนะกำลังนั่งอยู่ข้างบ่อน้ำพลางพับกระดาษเป็นรูปนกกระเรียนอย่างเชื่องช้า มันเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ต้องทำในฐานะ "เจ้าหญิง" เพื่อฆ่าเวลาที่น่าเบื่อหน่ายในแต่ละวัน ความเงียบสงบที่น่าอึดอัดปกคลุมไปทั่วสวน มีเพียงเสียงน้ำที่ไหลรินเบาๆ เท่านั้น

แต่ในความเงียบนั้นเอง ความคิดของเธอกลับวุ่นวาย เธอยังคงจดจำเรื่องราวในคืนที่ผ่านมาได้ราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน ความจริงที่ว่าเธอต้องใช้ชีวิตในสองโลกที่แตกต่างกันนั้นน่ากลัวจนเกินกว่าที่เธอจะยอมรับได้ และยิ่งกว่านั้น... เธอก็ไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่ที่ ไดจิ จะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง

สายตาของเธอเหลือบไปเห็น ดอกคามิเลียสีแดง ดอกหนึ่งที่กำลังเบ่งบานอย่างโดดเดี่ยวอยู่ข้างบ่อน้ำ ความรู้สึกบางอย่างที่คุ้นเคยแล่นเข้ามาในหัวใจของเธอ มันเป็นกลิ่นหอมจางๆ ที่เธอเคยได้กลิ่นในคืนที่ไดจิปรากฏตัวขึ้นในห้องหอของเธอ และมันก็คือกลิ่นเดียวกับที่ติดตัวนินจาที่มาส่งสารเมื่อคืนก่อน

ความจริงบางอย่างเริ่มผุดขึ้นในใจของเรนะ

เธอเงยหน้าขึ้นมองไปที่ศาลเจ้าที่ตั้งอยู่บนเนินเขาที่มองเห็นได้จากในสวน ศาลเจ้าแห่งนั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าแห่งสงคราม... นั่นคือเทพเจ้าของ อิทสึกิ เธอรู้ดีว่าในห้องส่วนตัวของโชกุน มีภาพวาดขนาดใหญ่ที่แสดงถึงการบูชาเทพองค์นี้อยู่

เรนะมองดอกคามิเลียในสวนอีกครั้ง ก่อนจะเหลือบไปเห็นเงาของทหารยามที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นอยู่ไม่ไกลจากเธอ มันเป็นความรู้สึกที่ทั้งน่ากลัวและน่าตกใจในเวลาเดียวกัน เธอรู้สึกได้ว่าในขณะที่ อิทสึกิ คอยจับตามองทุกการกระทำของเธอจากในปราสาทที่สง่างามนี้ ไดจิ ก็กำลังทำแบบเดียวกันกับเธอจากในเงามืดที่ซ่อนอยู่

และในวินาทีนั้นเอง... เรนะก็ตระหนักได้ว่ากำแพงที่แยกโลกทั้งสองออกจากกันไม่ได้หนาแน่นอย่างที่เธอคิดไว้เลย... แท้จริงแล้ว สามีทั้งสองคนของเธออยู่ใกล้ตัวเธอจนน่าขนลุก... ใกล้เสียจนเธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่เย็นชาของพวกเขาอยู่ข้างๆ เสมอ

กาลเวลาในปราสาทดำเนินไปอย่างเชื่องช้า แต่สำหรับเรนะ... ทุกวันคือการต่อสู้ที่ต้องเอาชีวิตรอด

อิทสึกิ นั่งมองเรนะที่กำลังจัดดอกไม้อยู่ในเรือนกระจกของปราสาทอย่างเงียบๆ ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขาเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวเธออย่างชัดเจน เธอไม่ได้เป็นเพียงตุ๊กตาที่ไร้ชีวิตชีวาเหมือนในวันแรกที่เข้าพิธีอีกต่อไปแล้ว ท่าทางของเธอดูสง่างามและมั่นคงขึ้น การเคลื่อนไหวทุกอย่างดูเฉียบขาดและแม่นยำ ทุกคำพูดที่เธอเอ่ยออกมาแม้จะน้อยนิด แต่ก็เต็มไปด้วยไหวพริบและเฉลียวฉลาดที่ทำให้เหล่าขุนนางต้องหันมาให้ความสนใจ

นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการจากภรรยาของโชกุน แต่สิ่งที่เขาไม่เข้าใจคือ... ยิ่งเธอสมบูรณ์แบบมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งดูห่างไกลจากเขามากขึ้นเท่านั้น

ดวงตาของเธอไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป แต่กลับเต็มไปด้วยกำแพงที่มองไม่เห็น มันเป็นกำแพงที่กั้นระหว่างเขากับเธออย่างสมบูรณ์แบบ ราวกับเธอได้สร้างโลกส่วนตัวที่ไม่มีใครสามารถเข้าไปแตะต้องได้ อิทสึกิรู้สึกราวกับเขาได้ครอบครองรูปปั้นที่งดงามที่สุดในโลก แต่กลับสัมผัสได้เพียงความเย็นชาที่ไร้ชีวิตชีวาที่แฝงอยู่ภายใน

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง...

ในห้องโถงลับของอาณาจักรแห่งเงามืด ไดจิ กำลังยืนจ้องมองเรนะที่กำลังฝึกการใช้พลัง โยวคิ อยู่ เธออยู่ในสภาพที่อ่อนล้าและมีเหงื่อซึมไปทั่วทั้งตัว แต่ดวงตาของเธอยังคงเต็มไปด้วยประกายของความมุ่งมั่น ไดจิกำลังสอนให้เธอเรียนรู้การใช้พลังแห่งภูตเพื่อป้องกันตัวจากภัยคุกคาม ซึ่งเป็นภัยที่เขาเองอาจจะเป็นผู้สร้างขึ้นมาก็ได้

“เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะใช้พลังนี้... เพื่อปกป้องตัวเอง” เสียงของไดจิดังขึ้นอย่างเย็นชา “เพราะในโลกของแสง... ไม่มีใครเชื่อใจได้”

เขาเดินไปรอบๆ ตัวเธอ แล้วใช้พลังของเขาเองสร้างเงาขึ้นมาเป็นรูปสัตว์ร้ายที่น่ากลัว มันค่อยๆ คลืบคลานเข้ามาหาเธออย่างช้าๆ เรนะตกใจและพยายามใช้พลังโยวคิเพื่อสร้างกำแพงป้องกัน แต่ทุกครั้งที่เธอทำ กำแพงนั้นก็กลับพังทลายลงในพริบตา ไดจิไม่ได้ช่วยเธอ แต่กลับยืนมองอย่างเยือกเย็น ราวกับต้องการจะให้เธอต้องเรียนรู้บทเรียนนี้ด้วยตัวเอง

“ข้าจะทำให้เจ้าแข็งแกร่ง... แข็งแกร่งจนสามารถต่อสู้กับศัตรูที่มองไม่เห็น” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความนัย “ศัตรูที่อาจจะเดินผ่านเจ้าในชุดที่งดงาม... หรืออาจจะอยู่ใกล้ตัวเจ้าจนเจ้าสัมผัสได้ถึงลมหายใจ”

คำพูดของเขาเป็นเหมือนปริศนาที่กำลังบอกเธอว่าศัตรูของเธอไม่ได้มีแค่คนของแสง... แต่เป็นคนของเงามืดเองด้วย ซึ่งมันก็รวมถึงตัวเขาเองด้วยเช่นกัน

"เจ้าต้องแข็งแกร่ง... เจ้าต้องเอาชีวิตรอด" เสียงของไดจิยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเรนะ ในขณะที่เธอกำลังใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อป้องกันตัวเองจากเงาที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ ทุกครั้งที่พลังของเธออ่อนลง เงาเหล่านั้นก็จะกัดกินเธอจนเธอแทบจะล้มลงไปกับพื้น

"ข้า...ทำไม่ได้!" เธอร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด

“ไม่ได้หรือ?” ไดจิพูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น “งั้นก็ให้ความตายของเจ้าเป็นบทเรียนสำหรับโชกุนคนนั้นซะ” เขาพูดจบก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งให้เรนะอยู่กับความหวาดกลัวที่กำลังจะกลืนกินเธอ

ทันใดนั้นเอง... ไดจิก็หันกลับมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจเป็นครั้งแรก ก่อนที่เขาจะรีบวิ่งเข้ามาหาเธอแล้วยื่นมือออกมาจับที่ข้อมือของเธออย่างแรง

“ต้องรีบไป... อิทสึกิ กำลังมา” เขาพูดเสียงเข้มราวกับเร่งรีบ “ระบบมายาเริ่มมีปัญหา”

เรนะยังไม่ทันได้ทำความเข้าใจอะไร ร่างกายของเธอก็รู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปในกระแสลมที่หมุนวนอย่างรวดเร็ว โลกที่เต็มไปด้วยควันธูปและเงาของไดจิเริ่มพร่ามัวลง ก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนกลับมาเป็นห้องนอนของเธอในปราสาทอย่างฉับพลัน เรนะทรุดตัวลงบนพื้นอย่างหมดแรง เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นเยือกของผ้าไหมที่อยู่รอบตัว และกลิ่นหอมเย็นของดอกกุหลาบที่กลับมาอีกครั้ง

ในขณะที่เธอกำลังเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง เสียงของบานประตูก็ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ อิทสึกิ ยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของเขาดูไร้อารมณ์เหมือนเช่นเคย แต่สายตาของเขาจับจ้องมาที่เธอที่กำลังนั่งอยู่บนพื้นอย่างไม่เข้าใจ

แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือในมือของเขา... มีดอกคามิเลียสีแดงดอกหนึ่ง ที่ร่วงลงมาจากแขนเสื้อของเธอในระหว่างที่เธอถูกดึงตัวกลับมา และในวินาทีนั้นเอง... เขาก็หันไปสั่งองครักษ์ด้วยเสียงที่เย็นชาว่า “เตรียมกำลังพล... ข้าจะไปที่ศาลเจ้าคะมิกะเนะ คืนนี้!”

 

 
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel