ตอนที่ 7: จุดนัดพบในความมืด
ตอนที่ 7: จุดนัดพบในความมืด
ความมืดมิดในยามค่ำคืนเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่น่าไว้ใจ เรนะเปลี่ยนชุดกิโมโนหรูหราที่เต็มไปด้วยรายละเอียดมากมายออกอย่างรวดเร็ว แล้วสวมชุดผ้าป่านสีเข้มที่คล่องตัวแทน ตามคำสั่งที่เธอได้รับในม้วนกระดาษเล็กๆ ที่ถูกส่งมาในตอนหัวค่ำ
“เตรียมพร้อมหรือยัง... ท่านหญิง”
เสียงกระซิบที่คุ้นเคยดังขึ้นจากหน้าต่างห้องของเธอ เรนะหันไปมองและเห็นร่างของนินจาคนที่มาส่งสารเมื่อตอนหัวค่ำยืนอยู่ตรงนั้น เขายื่นมือเข้ามาให้เธอ เรนะลังเลเพียงชั่วครู่ ก่อนที่จะตัดสินใจปีนออกไปจากหน้าต่างอย่างเงียบเชียบ เธอรู้ดีว่าหากถูกจับได้ในตอนนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอพยายามรักษาไว้ก็จะพังทลายลงในพริบตา
พวกเขาเคลื่อนไหวไปในเงามืดของปราสาทอย่างคล่องแคล่วราวกับเป็นเงาที่แท้จริง เรนะตามร่างของนินจาไปอย่างใกล้ชิด หลบหลีกสายตาของเหล่าองครักษ์ที่กำลังลาดตระเวนไปตามจุดต่างๆ ของปราสาท มันเป็นการกระทำที่อันตรายและเสี่ยงตาย แต่เรนะกลับรู้สึกเหมือนมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง นี่อาจเป็นครั้งแรกที่เธอได้ตัดสินใจด้วยตัวเองหลังจากที่ถูกจับให้มาอยู่ในปราสาทแห่งนี้
กลิ่นหอมของดอกราตรีที่เบ่งบานในสวนยามค่ำคืนลอยมาปะปนกับกลิ่นดินและอากาศเย็นชื้นที่สัมผัสผิวกายของเธอ ร่างของนินจาที่อยู่ข้างหน้าดูราวกับเป็นผู้นำทางที่คุ้นเคยกับทุกซอกทุกมุมของอาณาจักรแห่งเงามืดอย่างแท้จริง ก่อนที่เขาจะพาเธอไปหยุดยังจุดที่เงียบสงบที่สุดของปราสาท นั่นคือใต้ต้นสนดำขนาดใหญ่ที่ยืนต้นอยู่ริมกำแพง
ทันทีที่พวกเขามาถึง เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากความมืด มันเป็นร่างสูงใหญ่ที่คุ้นตาของใครบางคนที่เรนะไม่อยากจะเจอหน้าที่สุดในเวลานี้... ไดจิ ราชามืดในชุดคลุมสีดำสนิทยืนรอเธออยู่ตรงนั้น และเขากำลังหันหลังให้กับเธอ
"ในที่สุดเจ้าก็มา... ภรรยาของข้า" เสียงของ ไดจิ ทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นเมื่อเขาหันมาเผชิญหน้ากับเรนะ ดวงตาของเขาทอประกายลึกล้ำในความมืด ทำให้เรนะรู้สึกราวกับถูกมองทะลุปรุโปร่งไปถึงจิตวิญญาณ เขาไม่รอให้เธอตอบ แต่กลับเดินนำหน้าไปยังกำแพงที่อยู่ถัดจากต้นสนดำ
ไดจิยกมือขึ้นไปแตะที่กำแพงหิน ทันใดนั้นเอง สัญลักษณ์โบราณก็เรืองแสงขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ ก่อนที่กำแพงหินจะเปิดออก เผยให้เห็นทางเดินลับที่ทอดยาวลงสู่ใต้ดิน ไดจิไม่ลังเลที่จะก้าวลงไปในความมืดนั้น เรนะยืนนิ่งอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่จะตัดสินใจเดินตามเขาลงไปอย่างช้าๆ
ทันทีที่เธอเข้ามาในโลกใบใหม่นี้ เรนะรู้สึกราวกับก้าวเข้าไปในดินแดนแห่งเวทมนตร์และไสยศาสตร์ อากาศที่อบอุ่นและชื้นแฉะของปราสาทถูกแทนที่ด้วยอากาศที่เย็นเยียบและเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพรและควันธูป รอบตัวเธอคือทางเดินหินที่ประดับด้วยคบเพลิงและสัญลักษณ์แปลกๆ ที่ไม่คุ้นตา ผู้คนในองค์กรลับของไดจิทำงานกันอย่างเงียบเชียบและว่องไว ไม่ใช่ซามูไรในชุดเกราะ แต่เป็นชายหญิงในชุดสีเข้มที่คล่องตัว แต่ละคนดูเหมือนจะเชี่ยวชาญในศาสตร์ลึกลับบางอย่าง มีทั้งองเมียวจิที่กำลังทำพิธีกับลูกแก้ววิญญาณ นินจาที่กำลังลับคมดาบ และนักรบผู้ใช้ธาตุที่กำลังฝึกฝนการควบคุมพลัง
ทุกอย่างดูวุ่นวายและไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ที่แน่นอน แต่กลับมีความเป็นระเบียบในตัวของมันเอง ราวกับว่ากฎเกณฑ์เพียงอย่างเดียวที่ใช้ในที่แห่งนี้คือ พลัง และ อำนาจ
“เจ้าเห็นแล้วใช่ไหม... โลกของข้า” ไดจิหยุดเดิน แล้วหันมาพูดกับเธอ “ที่นี่ไม่มีกฎเกณฑ์ที่น่าเบื่อ ที่นี่ไม่มีขุนนางที่คอยจับจ้องเจ้าทุกฝีก้าว ที่นี่ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน... คือการทำลายความว่างเปล่าของโลกที่ถูกสร้างโดยพวกที่คิดว่าตนเองเป็นเทพเจ้า”
เรนะมองไปรอบๆ ด้วยสายตาที่ผสมปนเปกันระหว่างความกลัวและความลุ่มหลงในพลังลึกลับที่อยู่รอบกายของเธอ มันเป็นสถานที่ที่อันตราย แต่ก็น่าตื่นเต้นอย่างประหลาด มันคือโลกที่อยู่เบื้องหลังความรุ่งเรืองของปราสาทที่เธอเคยอยู่ และตอนนี้เธอก็กำลังเป็นส่วนหนึ่งของมันอย่างเต็มตัว
บทเรียนแห่งเงามืด
ท่ามกลางความวุ่นวายที่เงียบเชียบของโลกใบใหม่ เรนะยืนนิ่งอยู่ด้วยความสับสน ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกของ ไดจิ ตรงกันข้ามกับสิ่งที่เธอเคยถูกสอนมาโดยสิ้นเชิง แต่ในความแตกต่างนั้นก็มีความลึกลับที่น่าค้นหาอย่างประหลาด
"เจ้าคงคิดว่าโลกนี้โหดร้าย" ไดจิพูดขึ้นอีกครั้ง เขาก้าวเข้ามาหาเธออย่างช้าๆ ดวงตาของเขาจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ "โลกของโชกุนอาจดูสวยงามและมีกฎเกณฑ์ แต่ในความเป็นจริงมันเป็นเพียงกรงทองที่ปิดกั้นทุกสิ่งเอาไว้... รวมถึงพลังของเจ้าเอง"
เขาไม่ได้พูดถึงเรื่องความรักหรือความสัมพันธ์ใดๆ เลย แต่กลับยื่นมือออกมาแล้วแตะไปที่ข้อมือของเธออย่างแผ่วเบา สัญลักษณ์ที่ถูกสลักไว้บนกำไลทองแดงเรืองแสงขึ้นมาจางๆ ราวกับมีชีวิต "พลังของเจ้าถูกปิดกั้นไว้ตั้งแต่เกิด เพราะพวกเขาหวาดกลัวมัน... แต่ข้าจะปลดปล่อยมันให้เป็นอิสระ"
เรนะสัมผัสได้ถึงกระแสพลังงานบางอย่างที่แล่นไปทั่วร่าง มันเป็นความรู้สึกที่ทั้งน่ากลัวและน่าตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน ไดจิพาเธอไปยังแท่นหินที่ตั้งอยู่กลางถ้ำ เขาไม่ได้สอนเธอเรื่องพิธีกรรมหรือบทสวด แต่กลับสอนให้เธอรู้จักกับพลังงานด้านมืด... พลังงานที่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากแสงสว่าง แต่มาจากความมืดมิดในจิตใจ
"จงรับรู้ถึงพลังงานที่อยู่รอบตัวเจ้า... และในตัวของเจ้าเอง มันคือ โยวคิ (พลังแห่งภูต) มันจะหล่อเลี้ยงเจ้า และจะทำลายทุกสิ่งหากเจ้าควบคุมมันไม่ได้" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นแต่กลับแฝงไว้ด้วยความร้อนแรง
เรนะจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่เข้าใจ ไดจิไม่ได้ต้องการความรัก... แต่เขาต้องการ พลัง ของเธอ และต้องการที่จะสอนให้เธอใช้มันเพื่อเอาชีวิตรอดในโลกที่ไร้กฎเกณฑ์แห่งนี้
“เริ่มต้นซะ... ภรรยาของข้า" ไดจิเอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งไม้เท้าที่ทำจากไม้สนสีดำมาให้เธอ "การเอาชีวิตรอด... คือบทเรียนแรกที่เจ้าต้องเรียนรู้ในโลกของข้า"
