ตอนที่ 6: ชีวิตที่ถูกควบคุม
ตอนที่ 6: ชีวิตที่ถูกควบคุม
เสียงของกิโมโนที่เสียดสีกันเป็นเสียงเดียวที่ดังขึ้นในความเงียบงันของห้องโถงใหญ่ เรนะเดินตามนางกำนัลสองคนที่เดินนำหน้าอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวของเธอถูกจับตามองโดยเหล่าองครักษ์และขุนนางที่ประจำอยู่ตามจุดต่างๆ ของปราสาท มันเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและไม่ไว้วางใจ ราวกับกำลังมองดูสิ่งของมีค่าที่อาจจะหลุดมือไปได้ทุกเมื่อ
เธอไม่ได้ถูกกักขัง แต่ก็ไม่ต่างจากถูกขังในกรงทองแห่งนี้ เรนะรู้ดีว่าทุกการกระทำของเธอถูกรายงานไปยังโชกุน อิทสึกิ ตลอดเวลา แม้แต่การไปเดินเล่นในสวนก็มีเหล่าองครักษ์เดินตามห่างๆ ราวกับเธอยังคงเป็นนักโทษอยู่ เธอต้องไตร่ตรองทุกคำพูดและทุกการกระทำอย่างถี่ถ้วน เพื่อไม่ให้เกิดข้อสงสัยใดๆ กับสถานะของเธอในฐานะ "เจ้าหญิง"
ความอึดอัดนี้ทำให้เธอแทบจะหายใจไม่ออก แต่เรนะก็ต้องทน เพราะนี่คือครึ่งหนึ่งของชีวิตที่เธอต้องใช้ในฐานะภรรยาของโชกุน
เมื่อเธอเดินไปถึงประตูห้องพักส่วนตัว นางกำนัลสองคนก็โค้งคำนับแล้วเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ เรนะเปิดประตูเข้าไปในห้องที่กว้างขวางและงดงามราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ เธอเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่และมองออกไปยังสวนที่เต็มไปด้วยดอกซากุระที่กำลังเบ่งบานอย่างงดงาม ความรู้สึกโหยหาอิสระถาโถมเข้ามาในใจของเธอ เธออยากจะวิ่งออกไปจากปราสาทแห่งนี้ให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้
ทันใดนั้นเอง... เสียงของกระเบื้องหลังคาที่ขยับก็ดังขึ้นแผ่วเบา เรนะหันขวับไปมองอย่างรวดเร็ว เธอเห็นเงาดำร่างหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวอย่างว่องไวอยู่บนหลังคา ก่อนที่ร่างนั้นจะกระโดดลงมาที่ระเบียงห้องของเธออย่างเงียบเชียบราวกับผีร้าย
ชายในชุดนินจาสีดำสนิทเดินเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ เขาก้มตัวลงกระซิบข้างหูของเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เย็นยะเยือก
“นายท่านฝากสารมาให้เจ้า...” เสียงกระซิบของนินจาดังแผ่วเบา ก่อนที่เขาจะยื่นม้วนกระดาษเล็กๆ ให้เรนะอย่างรวดเร็ว เธอรับมันมาอย่างสั่นเทา ก่อนที่ชายผู้นั้นจะหายไปในความมืดอย่างรวดเร็วราวกับเขาไม่เคยอยู่ตรงนี้มาก่อน เรนะรีบเปิดม้วนกระดาษออกอ่าน และพบว่าเป็นข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยตัวอักษรโบราณว่า “คืนนี้... ใต้ต้นสนดำ”
ความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความกลัวและความตื่นเต้นแล่นไปทั่วร่าง เธอรีบซ่อนม้วนกระดาษไว้ในแขนเสื้อ ก่อนจะกลับมาอยู่ในท่าทางสง่างามเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นในห้องแห่งนี้ การใช้ชีวิตในปราสาทของโชกุน อิทสึกิ นั้นเต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดและน่าอึดอัด แม้แต่การทำสิ่งธรรมดาๆ ในชีวิตประจำวันก็ยังกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก
มื้อเช้าที่เต็มไปด้วยอาหารเลิศรสถูกนำมาเสิร์ฟ แต่เรนะไม่สามารถเลือกทานอะไรได้ตามใจชอบ ทุกอย่างถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ และเธอก็ต้องทานมันตามลำดับที่กำหนดไว้ นั่งด้วยท่าทางที่สง่างาม และไม่ส่งเสียงใดๆ ทุกคำที่กลืนลงไปราวกับถูกคำนวณมาอย่างดี ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่หนักอึ้งยังคงเกาะกุมเธออย่างไม่ลดละ
ชุดกิโมโนแต่ละชุดที่เธอสวมใส่ไม่ได้ถูกเลือกโดยเธอเอง แต่ถูกกำหนดโดยนางกำนัลที่ต้องตรวจสอบทุกรายละเอียด ตั้งแต่สีไปจนถึงลายผ้า ทุกชุดต้องสะท้อนสถานะของเธอในฐานะภรรยาของโชกุน เรนะรู้สึกเหมือนเธอเป็นเพียงตุ๊กตาตัวหนึ่งที่ถูกแต่งกายให้สวยงามเพื่อแสดงออกถึงอำนาจของเขาเท่านั้น
และในความห่างเหินนั้น อิทสึกิ ก็ยังคงรักษาท่าทีที่เย็นชาและห่างเหินไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ เขาไม่เคยร่วมโต๊ะอาหารกับเธอ ไม่เคยมาเยี่ยมเธอในห้องพัก และไม่เคยพูดคุยกับเธอในเรื่องที่ไม่จำเป็น ทุกคำสั่งที่เขาต้องการจะสื่อสารนั้นจะถูกส่งผ่านนางกำนัลเสมอ เรนะรู้สึกราวกับเป็นเพียงสิ่งของชิ้นหนึ่งในปราสาทอันโอฬารแห่งนี้... สิ่งของที่มีชีวิตที่ต้องอยู่เพื่อแสดงออกถึงความสง่างามที่ว่างเปล่าเท่านั้น
ค่ำคืนมาเยือนพร้อมกับความเงียบสงบที่น่าอึดอัด เรนะนั่งอยู่บนพื้นไม้ขัดเงาของห้องพักส่วนตัวของเธอเพียงลำพัง แสงไฟจากตะเกียงส่องสว่างเพียงน้อยนิด เธอกำลังสางผมที่ยาวสลวยของตัวเองอย่างช้าๆ ความรู้สึกเหนื่อยล้าจากการถูกจับจ้องตลอดทั้งวันทำให้เธอรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งตัว ไม่ว่าจะเป็นอิสระที่เธอเคยมี หรือชีวิตที่เธอเคยรู้จัก... มันดูเหมือนจะเป็นเพียงความฝันที่อยู่ไกลแสนไกล
ในความเงียบสงัดนั้นเอง... เสียงของกระเบื้องหลังคาที่ขยับก็ดังขึ้นแผ่วเบา
เรนะหยุดมือทันที หัวใจของเธอเต้นรัวแรงด้วยความหวาดระแวง เธอไม่แม้แต่จะหันไปมอง เพราะรู้ดีว่าหากไม่ใช่โชกุน ก็คงจะเป็นอะไรบางอย่างที่อันตรายกว่านั้นเสียอีก กลิ่นของควันไฟและดินที่ลอยมาเบาๆ ทำให้เธอรู้ว่าแขกผู้มาเยือนไม่ใช่คนธรรมดา และแน่นอนว่าไม่ใช่คนของปราสาทนี้
เงาหนึ่งปรากฏขึ้นที่หน้าประตูห้องของเธอ เรนะมองเข้าไปในความมืด และเห็นร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น รูปร่างสูงใหญ่ แต่น่าแปลกที่เขาไม่ได้เดินเข้ามาในห้องเหมือนที่ไดจิเคยทำเมื่อคืนนี้
“นายท่านต้องการให้ข้าส่งสารมาให้เจ้า” เสียงทุ้มต่ำที่เย็นยะเยือกดังขึ้นแผ่วเบา เป็นเสียงที่เธอไม่คุ้นเคย เรนะรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่น้ำเสียงของไดจิแต่เป็นนินจาจากองค์กรลับของเขาอีกคนหนึ่ง หัวใจของเธอหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม อันตรายที่เธอเคยสัมผัสได้เมื่อคืนนี้กลับมาอีกครั้ง และครั้งนี้มันไม่ได้มาเพียงแค่คนเดียว แต่มาเป็นเครือข่ายที่ซับซ้อนเกินกว่าที่เธอจะเข้าใจ
นินจาผู้นั้นเดินเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็วราวกับเงา เขาคุกเข่าลงต่อหน้าเธอ แล้วยื่นม้วนกระดาษเล็กๆ ที่ถูกผนึกด้วยตราประทับเลือดของไดจิให้เธอ เรนะรับมันมาอย่างสั่นเทา ก่อนที่ชายผู้นั้นจะพูดประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความนัยว่า...
"การต่อสู้ครั้งใหม่... กำลังจะเริ่มต้นขึ้น"