ตอนที่ 4: การเดินทางในเงามืด
ตอนที่ 4: การเดินทางในเงามืด
กลิ่นหอมเย็นของดอกกุหลาบขาวจากพิธีแต่งงานถูกแทนที่ด้วยกลิ่นฉุนของควันธูปและกลิ่นอับชื้นของดิน เรนะลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกปวดศีรษะอย่างรุนแรงแล่นไปทั่วทุกอณูของสมอง เธอพบว่าตัวเองนอนอยู่บนฟูกนุ่มๆ ที่ปูด้วยผ้าขนสัตว์สีเข้มแทนที่จะเป็นผ้าไหมเนื้อดี เธอลุกขึ้นนั่งอย่างงุนงง มองไปรอบๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสน นี่ไม่ใช่ห้องหอของโชกุน...
รอบตัวเธอคือผนังหินสีดำที่ถูกสลักเสลาเป็นลวดลายประหลาดๆ รูปสัตว์ในตำนานและสัญลักษณ์โบราณที่ไม่คุ้นตา แสงไฟริบหรี่จากตะเกียงที่จุดอยู่ทั่วทั้งถ้ำส่องให้เห็นโครงสร้างที่ใหญ่โตและลึกลับ ควันธูปจำนวนมากฟุ้งกระจายอยู่กลางอากาศ ทำให้บรรยากาศดูศักดิ์สิทธิ์และน่ากลัวในเวลาเดียวกัน
นี่คือถ้ำ...
เรนะจำได้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่เธอจะหมดสติ ชายผู้นั้น... ไดจิ ราชามืดผู้ลึกลับที่บุกเข้ามาในห้องหอของโชกุนในคืนแต่งงานของเธอ เขาใช้มนตร์บางอย่างที่ทำให้เธอสลบไป และเมื่อตื่นขึ้นมา เธอก็ถูกพามาที่นี่... สถานที่ที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากนิทานปรัมปรา
เธอแตะไปที่คอของตัวเองอย่างหวาดหวั่น ชุดกิโมโนเจ้าสาวที่งดงามถูกเปลี่ยนเป็นชุดผ้าป่านสีขาวธรรมดา ที่ข้อมือของเธอมีกำไลทองแดงโบราณสลักลวดลายเดียวกับสัญลักษณ์บนผนัง กำไลนั้นดูคล้ายกับเครื่องพันธนาการมากกว่าเครื่องประดับ ทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวแรงด้วยความหวาดกลัว
"ตื่นแล้วหรือ... เจ้าหญิง"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยทำให้เรนะสะดุ้งสุดตัว เธอหันกลับไปมอง ไดจิ ที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาไม่ได้สวมใส่ชุดเสื้อคลุมสีดำที่ดูน่ากลัวเหมือนเมื่อคืน แต่เป็นชุดคลุมสีเข้มที่ดูคล่องตัวและแข็งแกร่งกว่าเดิม ดวงตาของเขาจ้องมองเธออย่างไม่วางตา ราวกับกำลังประเมินค่าของสิ่งของมีค่าที่เพิ่งได้มา
“ที่นี่คือที่ไหน...” เรนะถามเสียงแผ่ว พยายามทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกินจริงนี้
“ที่ที่เจ้าควรจะอยู่” เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ “เจ้าเชื่อเรื่องโชคชะตาหรือไม่? ในโลกนี้มีเพียงสองสิ่ง... แสงและเงา” เขาชี้ไปที่ตะเกียงที่ให้แสงสว่างเพียงน้อยนิดในถ้ำ “แสง... คือชีวิตที่เจ้าจะได้ใช้ในปราสาททองของโชกุน มีอำนาจ ความมั่งคั่ง ชื่อเสียง... แต่มีสิ่งหนึ่งที่แสงจะมองไม่เห็น... คือเงา”
เขาก้มตัวลงมาใกล้เรนะจนเธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมเย็นของดอกคามิเลียที่ติดตัวเขามา “เงา... คือสิ่งที่อยู่เบื้องหลังทุกความรุ่งเรืองที่เจ้าเห็นในแสงสว่าง เงาคือผู้สร้างสงคราม... ผู้สังหาร... ผู้ที่ชักใยโลกจากเบื้องหลัง และโชคชะตาของเจ้า... ผูกพันกับทั้งแสงและเงา”
คำพูดของเขาทำให้เรนะรู้สึกสับสนยิ่งกว่าเดิม เธอรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกที่เธอไม่รู้จัก พยายามหาทางออก แต่ทุกเส้นทางกลับถูกปิดตายด้วยพลังอำนาจที่เธอไม่เข้าใจ เธอเหลือบมองไปที่ทางเข้าถ้ำ ซึ่งถูกกั้นด้วยม่านพลังงานที่มองไม่เห็น มันเป็นสีม่วงอ่อนๆ และแผ่รัศมีที่ดูน่ากลัวออกมา
“เจ้าหนีไปไม่ได้” ไดอิจิพูด ราวกับอ่านใจเธอได้ “ถ้าเจ้าข้ามม่านพลังงานนี้ไป... เจ้าจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ”
เรนะมองเขาอย่างหวาดกลัว และพยายามลุกขึ้นยืนแล้วเดินถอยหลังไปจนชนเข้ากับผนังถ้ำ ไม่มีทางหนี ไม่มีใครมาช่วย และเธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมโชคชะตาถึงได้โหดร้ายกับเธอถึงเพียงนี้
“เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับเงา... ไม่ใช่แค่แสง” เขาพูดจบก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งให้เรนะอยู่กับความเดียวดายและความสับสนอีกครั้ง เธอทำได้เพียงแค่กอดตัวเองเอาไว้ในความมืดมิดของถ้ำที่ไร้ทางออก... และเริ่มทำใจยอมรับว่าชีวิตใหม่ของเธอในฐานะ 'สมบัติ' ของราชามืดแห่งองค์กรเงาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
"เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับเงา... ไม่ใช่แค่แสง"
คำพูดของ ไดจิ ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของเรนะ เธอทรุดตัวลงนั่งบนพื้นหินที่เย็นเฉียบ ความสับสนถาโถมเข้ามาจนเธอแทบจะหายใจไม่ออก ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ เธอยังคงเป็นเจ้าสาวที่รอการเข้าหอของโชกุน แต่ตอนนี้เธอกลับกลายเป็นนักโทษในถ้ำมืดที่ไหนก็ไม่รู้ และชายที่ชื่อไดจิก็บอกว่าเธอคือ 'สมบัติ' ของเขา
แสงไฟจากตะเกียงริบหรี่จนเธอแทบจะมองไม่เห็นอะไร แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าอีกครั้ง ไดจิเดินกลับมาหาเธอในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าของเขาดูไร้อารมณ์ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยประกายบางอย่างที่เรนะไม่สามารถอ่านได้ ในมือของเขาถือกระดาษม้วนหนึ่งที่ถูกทำด้วยวัสดุที่ไม่คุ้นตา มีลายเส้นโบราณแปลกๆ และมีสัญลักษณ์ของเลือดที่ถูกประทับลงไปบนนั้น
เขายื่นกระดาษม้วนนั้นให้เธออย่างไม่รีรอ “ลงนามซะ”
เรนะมองกระดาษม้วนนั้นอย่างไม่เข้าใจ มันคืออะไร? สัญญาอะไร? เธอรับมันมาถือไว้ในมืออย่างสั่นเทา ก่อนที่จะเลื่อนสายตาไปมองใบหน้าของเขาอย่างต้องการคำอธิบาย ไดจิไม่พูดอะไร แต่เลื่อนสายตาลงไปที่กระดาษในมือเธอ ก่อนจะพูดประโยคหนึ่งที่ทำให้หัวใจของเรนะแทบหยุดเต้น
“สัญญาแห่งพันธะระหว่างเงา... นี่คือเอกสารที่ประกาศว่าเจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์” เขาพูดเสียงเรียบ แต่ทุกคำพูดกลับดังราวกับเสียงฟ้าร้องในใจของเธอ
เรนะส่ายหน้าด้วยความตกใจ
“ข้า... ข้าแต่งงานไปแล้ว”
ไดจิยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มที่ดูเหยียดหยาม “กับคนของแสง... ส่วนนี่คือกับคนของเงา” เขาก้มตัวลงมากระซิบข้างหูของเธอ ก่อนที่จะทิ้งท้ายประโยคที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณของเธอ...
“ลงนามซะ... ในฐานะภรรยาคนที่สองของข้า”