ตอนที่ 17: บทเรียนแห่งการทำนาย
ตอนที่ 17: บทเรียนแห่งการทำนาย
อากาศในยามค่ำคืนนั้นเย็นยะเยือกยิ่งกว่าคืนไหนๆ เรนะ เดินทางไปยังถ้ำลับของ ไดจิ ด้วยความรู้สึกที่สับสนและหนักอึ้งในหัวใจ ความห่วงใยที่แฝงด้วยความเย็นชาของ อิทสึกิ ยังคงเป็นปริศนาที่เธอไม่อาจไขได้ เธอไม่รู้ว่าการกระทำของเขานั้นเป็นเพียงเกมอำนาจรูปแบบใหม่ หรือมันคือความรู้สึกที่แท้จริงที่เขาต้องการแสดงออกมา
เมื่อมาถึงปากถ้ำเธอก็รู้สึกถึงพลังงานที่คุ้นเคย มันคือพลังที่ทำให้เธอรู้สึกทั้งปลอดภัยและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน เมื่อก้าวเข้าไปข้างใน เธอก็เห็นไดจิกำลังยืนรออยู่แล้ว แสงสลัวๆ จากลูกแก้ววิญญาณส่องกระทบร่างของเขา ทำให้เขายิ่งดูเหมือนเป็นสิ่งมีชีวิตที่มาจากอีกโลกหนึ่ง
“เจ้ามาสาย” ไดจิพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “อาการของเจ้าดีขึ้นแล้วหรือ... เจ้าหญิงของเขา”
คำพูดของเขาเฉียบคมราวกับมีดที่ปักลงมาในหัวใจของเธอ เรนะรู้แล้วว่าเขารับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อนได้ทั้งหมด สายตาของเขาไม่ได้เต็มไปด้วยความห่วงใย แต่กลับเต็มไปด้วยการดูถูกความอ่อนแอของเธอ ไดจิเดินเข้ามาใกล้เธออย่างช้าๆ แล้วก้มลงมามองหน้าเธออย่างไม่ลดละ “เจ้ากำลังหลงใหลในความอ่อนแอที่เขามอบให้... อย่าลืมว่าเขาไม่ได้ดูแลเจ้าเพราะรัก แต่เขาดูแลเจ้าเพราะเจ้าเป็นสมบัติที่เขารู้สึกว่าต้องครอบครอง”
คำพูดของเขาทำลายภาพในหัวของเธอทั้งหมดจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ เขากำลังดึงเธอกลับสู่ความเป็นจริงที่โหดร้ายและมืดมิด
“แต่ตอนนี้เจ้าไม่จำเป็นต้องสงสัยอีกต่อไปแล้ว” เขาพูดต่อ “ข้าจะสอนบทเรียนที่จะทำให้เจ้าเห็น อนาคต และจะทำให้เจ้าได้รู้ถึงความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังทุกการกระทำของทุกคน... แม้กระทั่งตัวเจ้าเอง”
เรนะมองหน้าไดจิด้วยความหวาดระแวง เธอไม่ได้สนใจสิ่งที่เขาพูดเกี่ยวกับอิทสึกิอีกต่อไป แต่เธอสนใจในคำพูดที่เขาบอกว่าเธอจะได้เห็นความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังทุกการกระทำของทุกคน
“เจ้าทำไม่ได้หรอก” เรนะพูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้างกว่าที่เคย “การทำนายอนาคต... การควบคุมชะตา... มันเป็นเรื่องของผู้มีอำนาจที่แท้จริง ไม่ใช่ข้า”
ไดจิ หัวเราะในลำคอ “ความแข็งแกร่งที่แท้จริงไม่ใช่การรอให้โชคชะตาลิขิต แต่เป็นการช่วงชิงโชคชะตามาไว้ในมือของตัวเอง” เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปหยิบม้วนกระดาษโบราณที่ทำจากผ้าไหมออกมาแล้วคลี่ออกต่อหน้าเรนะ บนม้วนกระดาษนั้นเต็มไปด้วยอักขระและสัญลักษณ์ที่เรนะไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
“สิ่งที่เจ้าเห็นตรงหน้านี้คือศาสตร์โบราณขององเมียวจิ” เขาอธิบายด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง “เป็นศาสตร์ที่สามารถมองเห็นพลังที่ไหลเวียนอยู่ในโลกได้ และยังเป็นศาสตร์ที่สามารถกำหนดการไหลเวียนของพลังเหล่านั้นได้เช่นกัน”
เรนะมองดูอักขระเหล่านั้นด้วยความสนใจ “แต่การควบคุมชะตา... มันก็ไม่ต่างอะไรจากการทำลายเจตจำนงเสรีของผู้คนหรอกหรือ? ไม่ต่างอะไรจากที่ท่านโชกุนทำกับข้า?”
คำพูดของเรนะทำให้ไดจิชะงักไปเล็กน้อย แต่รอยยิ้มที่มุมปากของเขายังคงอยู่ “ผิดแล้ว” เขาตอบเสียงเรียบ “โชกุนทำลายเจตจำนงของเจ้าเพื่อให้อาณาจักรของเขาสงบ แต่ข้าจะสอนให้เจ้าควบคุมเจตจำนงของเจ้าเอง... เพื่อเอาชีวิตรอด”
เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “เจ้าคิดว่าเจ้าเลือกที่จะไม่ใช้พลังอำนาจได้หรือ? เจ้าคิดว่าเจ้าเลือกที่จะเป็นผู้บริสุทธิ์ได้หรือ? ในโลกที่เต็มไปด้วยนักล่าเช่นนี้ หากเจ้าไม่สามารถทำนายและกำหนดโชคชะตาของตัวเองได้... เจ้าก็จะตกเป็นเหยื่ออย่างที่เคยเป็นมาตลอดชีวิต”
คำพูดของเขาเป็นเหมือนการตบหน้าเธออย่างแรง เรนะรู้สึกถึงความสับสนที่เพิ่มขึ้นในหัวใจ แต่ในขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกได้ถึงพลังอำนาจที่ปลุกให้เธอตื่นขึ้น เธอเกลียดทุกสิ่งที่เขาสอน แต่เธอก็รู้ดีว่ามันคือทางรอดเดียวที่เธอมี
ไดจิ เดินเข้าไปในมุมหนึ่งของถ้ำ ก่อนจะหยิบแก้วทรงกลมที่ทำจากผลึกสีดำสนิทออกมาจากแท่นบูชา เขาหันมามอง เรนะ ด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
“เอาล่ะ... ถึงเวลาแล้วที่จะได้เห็นว่าพลังของเจ้าแข็งแกร่งแค่ไหน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความท้าทาย “จงใช้พลังที่ข้าสอนและเพ่งสมาธิไปที่แก้วผลึกนี้... แล้วเจ้าจะเห็นในสิ่งที่เจ้าต้องการจะเห็น... ความจริงที่ซ่อนอยู่”
เรนะมองเข้าไปในแก้วผลึกนั้นอย่างลังเล แต่เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยคำสั่งของไดจิ เธอจึงไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากต้องทำตาม เธอหลับตาลง ก่อนจะเริ่มร่ายมนตร์ที่เธอเพิ่งได้รับการสอนมาเพียงไม่กี่นาที
พลังงานสีม่วงเข้มเริ่มลอยออกมาจากปลายนิ้วของเธอ และค่อยๆ ไหลเข้าไปในแก้วผลึกนั้นอย่างช้าๆ ภายในแก้วที่เคยดำมืดเริ่มปรากฏภาพที่มัวๆ ขึ้นมา... เป็นภาพของปราสาทแห่งหนึ่งที่กำลังถูกไฟเผาไหม้ ผู้คนวิ่งหนีเอาตัวรอด และเสียงกรีดร้องที่น่าสะพรึงกลัวดังไปทั่วทั้งภาพ
แต่ที่น่ากลัวที่สุด... คือภาพของเด็กชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางเปลวไฟในขณะที่ถือดาบที่เต็มไปด้วยเลือดอยู่ในมือ
ภาพในแก้วผลึกนั้นค่อยๆ สลายหายไปเมื่อเรนะลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็วด้วยความหวาดกลัว เธอหันไปมองไดจิด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
ไดจิไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาเพียงแค่เดินเข้ามาหาเธอ แล้วก้มลงมากระซิบข้างหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอำมหิต “ภาพที่เจ้าเห็นนั้นคืออดีตที่ อิทสึกิ พยายามจะฝังกลบเอาไว้...”
คำพูดของเขาทำให้เรนะรู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าอันทรงพลังช็อตเข้าอย่างจัง เธอไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร แต่ในวินาทีนั้นเอง... เขาก็พูดประโยคสุดท้ายออกมาที่ทำให้โลกของเธอต้องสั่นสะเทือน
“ในอนาคตอันใกล้นี้... ภัยร้ายจากอดีตของเขาจะกลับมา... และมันจะมาเพื่อทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาครอบครอง... รวมถึงชีวิตของเจ้าด้วย”