ตอนที่ 18: ภัยจากอดีต
ตอนที่ 18: ภัยจากอดีต
ห้องบัญชาการของโชกุนเงียบสงบยิ่งกว่าที่เคย อิทสึกิ กำลังตรวจสอบแผนที่ของอาณาจักรที่ถูกกางไว้บนโต๊ะอย่างใจเย็น ท่ามกลางบรรยากาศที่หนักอึ้งและเต็มไปด้วยอำนาจ พลเอกอาวุโสในชุดเกราะที่เต็มไปด้วยบาดแผลจากการรบกำลังรอฟังคำสั่งจากเขาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด
ความเงียบในห้องนั้นกินเวลานานหลายนาที ก่อนที่อิทสึกิจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “รายงานมา... อย่าให้ข้าต้องถามซ้ำ”
พลเอกอาวุโสถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขาไม่เคยกลัวสงคราม แต่เขากลัวความเย็นชาของโชกุนยิ่งกว่าสิ่งใด “ท่านโชกุน... ข่าวจากชายแดนครับ มีกองทัพปริศนาที่กำลังเคลื่อนไหวจากทางทิศตะวันออก”
อิทสึกิไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง “กองทัพของใคร?”
“พวกเขาไม่ได้มาจากดินแดนใดในปัจจุบันครับ... ท่านโชกุน... พวกเขาเป็นกองทัพจากดินแดนโบราณที่สาบสูญ” พลเอกกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “พวกเขากลับมาแล้ว... กองทัพของตระกูลจิฮาระ”
คำพูดนั้นทำให้มือของอิทสึกิที่กำลังถือพู่กันอยู่หยุดนิ่งทันที ใบหน้าของเขายังคงไร้อารมณ์เหมือนเดิม แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความโกรธที่ลุกโชน ราวกับว่าชื่อของตระกูลจิฮาระนั้นเป็นสิ่งต้องห้ามที่ถูกฝังไว้ในความทรงจำที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของเขา
“พวกเขาไม่น่าจะกลับมาได้แล้ว...” อิทสึกิพูดเสียงเบา แต่ก็หนักแน่นพอที่จะทำให้พลเอกอาวุโสรู้สึกหนาวสั่นไปถึงไขสันหลัง “ข้าจัดการกับพวกเขาไปหมดแล้ว...”
ในขณะที่ทุกคนในห้องต่างก็เงียบงันและรอคอยคำสั่งของเขา พลเอกอาวุโสก็เงยหน้าขึ้นมามองเขาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกลัว “ท่านโชกุน... มีคนกล่าวว่า... ผู้นำคนใหม่ของกองทัพจิฮาระ... เขาคือเงาที่ถูกสร้างจากเลือดของท่านเอง”
ห้องประชุมในปราสาทเต็มไปด้วยบรรยากาศที่หนักอึ้งและตึงเครียด เหล่าขุนนางและพลเอกอาวุโสต่างก็มองหน้ากันด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าที่จะเอ่ยปากพูดอะไร ในขณะที่ อิทสึกิ นั่งอยู่บนเก้าอี้หัวโต๊ะด้วยใบหน้าที่เย็นชาและแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธที่ลุกโชน
“ข้าต้องการคำอธิบาย” อิทสึกิพูดด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังจนทำให้ทุกคนในห้องต้องตัวสั่น “เหตุใดพวกเจ้าถึงยอมให้กองทัพที่ควรจะสาบสูญไปแล้วกลับมาได้อีกครั้ง? และที่สำคัญที่สุด... ผู้บัญชาการของพวกเขาคือใคร?”
ไม่มีใครกล้าที่จะตอบคำถามของเขา ทุกคนต่างก็มองหน้ากันราวกับกำลังรอให้ใครคนหนึ่งต้องเป็นผู้รับผิดชอบ อิทสึกิเริ่มทนไม่ไหว เขาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะทุบกำปั้นลงบนโต๊ะไม้จนเสียงดังสนั่นไปทั่วทั้งห้อง
“ตอบมา!” เขาตะคอก “หรือพวกเจ้าต้องการให้ข้าลงมือจัดการพวกเจ้าเอง?”
ในความตึงเครียดนั้นเอง พลเอกอาวุโสคนหนึ่งก็ลุกขึ้นยืนด้วยความกล้าหาญ “ท่านโชกุน... ข้าได้ยินข่าวลือมาจากกลุ่มผู้ลี้ภัยว่า... ผู้นำของพวกเขาคือเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้ในซากปรักหักพังของหมู่บ้านจิฮาระในคืนนั้น... เขาเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากสิ่งที่ท่านได้กระทำไป”
คำพูดของพลเอกทำให้ทุกคนในห้องเงียบกริบ อิทสึกิกลับไปนั่งบนเก้าอี้ด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวดและกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขาอย่างชัดเจน ภัยที่กำลังจะมาถึงไม่ได้เป็นเพียงแค่สงคราม แต่เป็นความผิดพลาดจากอดีตของเขาเอง
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง... เรนะ ก็กำลังเดินผ่านทางเดินที่อยู่ใกล้กับห้องประชุม เธอได้ยินเสียงดังจากข้างในอย่างชัดเจน และเมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้เธอก็ได้ยินคำพูดที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวแรง
เธอได้ยินชื่อของ ตระกูลจิฮาระ... กองทัพปริศนาที่กำลังจะมาทำลายอาณาจักรแห่งแสง... และเหนือสิ่งอื่นใด... เธอได้ยินคำพูดที่ว่าผู้นำของพวกเขาคือเด็กหนุ่มผู้รอดชีวิตจากเปลวไฟในคืนนั้น
ภาพลางร้ายที่เธอได้เห็นในแก้วผลึกที่ ไดจิ เคยสอนให้เธอก็ย้อนกลับเข้ามาในความคิดของเธอทันที... ภาพของเด็กชายตัวเล็กๆ ที่ยืนอยู่ท่ามกลางเปลวไฟในขณะที่ถือดาบที่เต็มไปด้วยเลือดในมือ
เรนะรู้แล้วว่าสิ่งที่ไดจิทำนายนั้นไม่ใช่เรื่องโกหก... และภัยร้ายที่กำลังจะมาถึงก็กำลังจะทำลายโลกที่เธออยู่... และอาจจะรวมถึงโลกของไดจิด้วยเช่นกัน
เรนะกลับมายังห้องของเธอด้วยความรู้สึกที่ไม่สบายใจอย่างยิ่ง ข่าวลือที่เธอได้ยินเมื่อครู่ยังคงก้องอยู่ในหัวของเธอ ภาพของเด็กชายตัวเล็กๆ ที่ยืนอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงยังคงตามหลอกหลอนเธออยู่ และตอนนี้เธอรู้แล้วว่าคำทำนายของ ไดจิ ไม่ใช่เรื่องโกหก... และภัยร้ายที่กำลังจะมาถึงก็กำลังจะทำลายทุกอย่างที่เธอรู้จัก
เธอไม่สามารถนิ่งเฉยได้อีกต่อไป เธอต้องทำบางอย่างเพื่อปกป้องตัวเองและตระกูลของเธอ แต่เธอจะทำได้อย่างไร ในเมื่อเธอไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับอดีตของ อิทสึกิ และ ตระกูลจิฮาระ
คำตอบนั้นผุดขึ้นมาในหัวของเธอทันที... ห้องสมุดของโชกุน ห้องสมุดส่วนตัวของอิทสึกิเป็นสถานที่ที่เก็บรวบรวมข้อมูลลับและเอกสารสำคัญของอาณาจักรเอาไว้ทั้งหมด และหากมีใครสักคนที่รู้ความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ มันก็ต้องอยู่ในห้องสมุดนั้นอย่างแน่นอน
เรนะเลือกที่จะสวมชุดที่ดูมิดชิดและคล่องตัวที่สุดที่เธอมี มันเป็นชุดสีเข้มที่ไม่ได้บ่งบอกถึงยศศักดิ์ใดๆ เลย เธอมัดผมขึ้นอย่างเรียบร้อยและก้าวออกจากห้องของเธอในยามค่ำคืนอย่างเงียบเชียบ เธอเคลื่อนไหวราวกับเป็นเงาในความมืดที่ไร้แสงจันทร์ เธอใช้พลังที่ไดจิสอนเพื่อทำให้การเคลื่อนไหวของเธอนั้นไร้เสียง และแล้วเธอก็มาหยุดอยู่หน้าประตูห้องสมุดไม้โอ๊คขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางปีกซ้ายของปราสาท
เมื่อก้าวเท้าเข้าไปข้างใน เธอก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมของกระดาษโบราณและหมึกที่อบอวลไปทั่วทั้งห้อง เรนะเริ่มเดินไปตามชั้นหนังสือที่เรียงรายกันอย่างไม่สิ้นสุด เธอพยายามที่จะหาเอกสารหรือหนังสือที่เกี่ยวข้องกับ ตระกูลจิฮาระ อย่างใจจดใจจ่อ
ในที่สุด... สายตาของเธอก็ไปหยุดอยู่กับหนังสือเล่มหนึ่งที่ถูกเก็บไว้ในชั้นลึกที่สุดของห้องสมุด หนังสือเล่มนั้นดูเก่าและถูกปกปิดไว้ด้วยผ้าคลุมที่ทำจากผ้าไหมสีดำสนิท เรนะค่อยๆ ดึงมันออกมาอย่างช้าๆ แล้วเปิดหน้าแรกออก
และสิ่งที่เธอเห็น... ก็ทำให้โลกของเธอต้องหยุดหมุนไปในทันที