บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 ท่านลุงคือฆาตกร

“นายหญิง..คุณหนูหายตัวไปเจ้าค่ะ” เสี่ยวซีวิ่งกระหืดกระหอบลงมาแจ้งผู้เป็นนายชั้นล่าง ก่อนหน้านี้นางเดินหาคุณหนูจนทั่วร้านฮวาเซียงแล้ว จึงตัดสินใจมาแจ้งเจ้านายสาว

“หายไปได้อย่างไร” มู่หว่านชิงละมือจากขวดกระเบื้องหลากสีสันตรงหน้าเมื่อทราบข่าวจากเสี่ยวซี วันนี้ร้านฮวาเซียงมีลูกค้าค่อนข้างหนาตา เนื่องจากน้ำหอมกลิ่นดอกเหมยกุ้ยที่เพิ่งวางขายเป็นที่นิยมอย่างมาก ผู้ช่วยคนสำคัญอย่างจูซิ่นก็ติดพันภารกิจข้างนอก

นางจึงยุ่งพอสมควรเพราะต้องรับลูกค้าเอง

“เมื่อครู่ตอนท่านป้าจูยังไม่ขึ้นรถม้า คุณหนูยังเล่นซ่อนแอบกับบ่าวอยู่เลยเจ้าค่ะ” เสี่ยวซีจำได้ว่าคุณหนูให้นางยืนหันหลังตรงราวบันได โดยหลังจากนับหนึ่งถึงยี่สิบแล้วค่อยขึ้นไปตามหาที่ชั้นบน แต่นางหาเท่าไรก็หาคุณหนูไม่เจอ

“ตอนป้าจูยังไม่ขึ้นรถม้า..หรือว่าถิงถิงจะขึ้นไปแอบบนรถม้า อาเปียวเตรียมรถม้าไปโรงน้ำชาสกุลมู่เร็วเข้า เสี่ยวซีอยู่ดูแลร้านไปก่อน ข้าจะรีบไปรีบกลับ” มู่หว่านชิงแทบกุมขมับ จูซิ่นออกไปพบต้วนเหยียนชิ่ง ซึ่งหากถิงถิงอยู่บนรถม้าจริง เด็กหญิงต้องเจอกับเขาแน่ นางไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน เพราะดูจากท่าทีแล้วเหมือนชายหนุ่มจะยังไม่ยอมรามือ เขาต้องหาทางพิสูจน์จนได้ว่าถิงถิงเป็นบุตรสาวของเขา

“นายหญิงของเจ้าไม่ยอมมาพบข้า นางไม่รู้หรือว่าการเจรจาครั้งนี้เป็นพระบัญชาของฝ่าบาท” ต้วนเหยียนชิ่งหน้านิ่วคิ้วขมวด นายหญิงฮวาเซียงแท้จริงแล้วขี้ขลาดถึงเพียงนี้ นางคิดว่าหลบหน้าเขาได้ครั้งหนึ่งแล้วจะสามารถทำได้ตลอดไปเช่นนั้นหรือ มู่หว่านชิงคงลืมไปว่าเขาคือผู้ใด ในเมื่อไม่ยอมบอกความจริงแต่โดยดี ชายหนุ่มก็จะจัดการตามแบบฉบับของเขาเช่นเดียวกัน

“ทราบเจ้าค่ะ แต่นายหญิงกล่าวว่าใต้เท้าสามารถต่อรองได้ทุกอย่าง ส่วนขอบเขตการตัดสินใจนั้นนายหญิงได้แจ้งให้ข้าน้อยทราบจนแจ่มแจ้งแล้วเจ้าค่ะ” ผู้ที่ลำบากใจที่สุดคงหนีไม่พ้นจูซิ่น ความกดดันทุกอย่างล้วนตกใส่บ่าของนาง การเจรจากับบุรุษผู้นี้มิใช่เรื่องง่าย สายตาเคลือบแคลงที่มองมาทำให้นางตกประหม่า

“ดี! ในเมื่อตั้งใจจะหลบหน้า เช่นนั้นข้าก็ยังไม่ยอมเจรจาจนกว่านางจะออกมาพบข้า” ก่อนมาฝ่าบาทกำชับหลายครา หากไม่ได้สูตรน้ำหอมห้ามกลับเมืองหลวง ฉะนั้นเขาจะอยู่ที่นี่นานเท่าไรย่อมได้

“ใต้เท้าได้โปรดอย่าทำเช่นนี้เลยเจ้าค่ะ” จูซิ่นมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก นางอยากให้เรื่องนี้จบลงโดยเร็ว จะได้หลุดพ้นจากสถานการณ์อันน่าอึดอัดเสียที

ขณะที่จูซิ่นกำลังหาทางเกลี้ยกล่อมอีกฝ่าย พลันชายหนุ่มก็พูดโพล่งขึ้นมาว่า “ข้ามีนามว่าต้วนเหยียนชิ่ง มิทราบว่าเจ้าพอจะรู้จักหรือไม่”

“ต้วนเหยียนชิ่งหรือเจ้าคะ แสดงว่าใต้เท้าเป็น..” จูซิ่นยกมือขึ้นทาบอก นางทำงานที่จวนสกุลมู่มานาน มีส่วนดูแลกิจการการค้าจนเป็นที่ไว้วางใจ เห็นนายหญิงตั้งแต่เล็กจนโตเป็นสาว และออกเรือนไปกับขุนนางหนุ่มอนาคตไกลแซ่ต้วน ทว่ายังไม่เคยเห็นโฉมหน้าบุตรเขยของสกุลมู่มาก่อน

รับรู้เพียงว่าชีวิตการแต่งงานของมู่หว่านชิงมิได้ราบรื่น นางจึงกลับมาหามู่เจียงสงผู้เป็นบิดา พร้อมกับทารกน้อยในครรภ์ ซึ่งรายละเอียดปลีกย่อยอื่นนั้นมิใช่เรื่องที่บ่าวอย่างนางจะต้องรู้ แต่ก็ใช่ว่าข่าวลือเมื่อหลายปีก่อนจะไม่กระทบเข้าหูเลย

ครั้งนั้นมีข่าวลือว่าสามีของนายหญิงแอบเอาผ้าเช็ดหน้าของสตรีมาเก็บไว้ ซึ่งเจ้าของมิใช่ผู้ใดหากแต่เป็นท่านหญิงเอี้ยนหรูอี้ฮูหยินจวนแม่ทัพ จึงได้เกิดเรื่องราวใหญ่โตจนไทเฮาต้องเรียกตัวต้นเหตุไปเข้าเฝ้า หลังจากนั้นก็มีคนปล่อยข่าวเพื่อรักษาชื่อเสียงของท่านหญิงว่าเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิดเท่านั้น

“ใช่ ข้าเป็นสามีของมู่หว่านชิง ทีนี้พอจะบอกได้หรือยังว่าตอนมาที่นี่นายหญิงของเจ้ามิได้แอบขโมยเลือดเนื้อเชื้อไขของข้ามาด้วย” จอหงวนหนุ่มคาดคั้น วันนี้เขาต้องรู้ความจริงให้ได้ มู่หว่านชิงถึงขั้นโกหกบุตรสาวและผู้คนในเมืองซวนเฉิงว่าเขาตายแล้ว ทั้งที่ต้วนเหยียนชิ่งยังยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้

“คือว่า..” จูซิ่นรีบหลุบตาลงพื้น แม้มิได้เตรียมตัวมาพบกับบิดาของคุณหนูถิงถิง แต่นางก็ทราบดีว่านายหญิงไม่ต้องการให้ต้วนเหยียนชิ่งรู้ความจริง มิเช่นนั้นคงไม่จงใจหลบหน้าเช่นนี้ ระหว่างที่นางพยายามหาข้อแก้ตัวเพื่อมิให้อีกฝ่ายจับผิดได้นั้น เสียงเล็กใสแสนคุ้นเคยก็ดังขึ้น

“ที่ท่านลุงเอ่ยเมื่อครู่นี้หมายความว่าอันใดเจ้าคะ” ถิงถิงออกมาจากที่ซ่อน ความจริงนางมิได้เล่นซ่อนแอบกับเสี่ยวซี หากแต่ต้องการหลอกพี่เลี้ยงให้ไปทางอื่น ตนเองจะได้ติดรถม้าป้าจูมาพบใต้เท้าผู้นี้ได้

ถิงถิงรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลตั้งแต่วันนั้น ปกติมารดาเป็นคนอารมณ์ดียิ้มแย้มแจ่มใส ทว่าเมื่อชายผู้นี้ปรากฏตัวขึ้น มารดาก็ดูเปลี่ยนไป บางครั้งใจลอย บางครามีสีหน้าเศร้าสร้อย เด็กหญิงรู้สึกปวดใจนัก จึงจะตามมาถามเสียให้รู้เรื่อง แท้จริงแล้ววันนั้นท่านลุงรังแกอันใดท่านแม่ไว้กันแน่

“คุณหนู!” จูซิ่นตกใจเหมือนโดนผีหลอก คุณหนูถิงถิงที่ควรอยู่ร้านฮวาเซียงมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แล้วมาตั้งแต่เมื่อไร เหตุใดถึงไปแอบอยู่หลังฉากกั้นห้องได้

“ท่านป้าจูเงียบก่อน ถิงถิงอยากคุยกับท่านลุงใต้เท้าเจ้าค่ะ” เด็กหญิงยกมือขึ้นปรามเลียนแบบท่าทางของผู้ใหญ่ ใบหน้าเล็กหันไปยังบุรุษตัวโตเจ้าปัญหาที่ทำให้มารดาของนางต้องเป็นทุกข์

“ท่านลุงเป็นสามีของท่านแม่ตั้งแต่เมื่อใดกันเจ้าคะ เหตุใดถิงถิงถึงไม่รู้” หากจูซิ่นสังเกตให้ดีนางจะเห็นว่าท่าทางคาดคั้นเอาคำตอบของต้วนเหยียนชิ่งกับถิงถิงเหมือนกันราวกับแกะ

“ลุงเป็นสามีของท่านแม่ถิงถิงมาหกปีแล้ว” และอาจเป็นบิดาของถิงถิงด้วย ประโยคหลังต้วนเหยียนชิ่งได้แต่คิดมิได้เอ่ยออกมา

“แสดงว่าท่านพ่อของถิงถิงมาทีหลังหรือเจ้าคะ เพราะท่านลุงรู้ว่าท่านแม่กับท่านพ่อแอบรักกัน จึงสังหารท่านพ่อทิ้งใช่หรือไม่ ที่แท้ท่านลุงก็คือฆาตกร ท่านตาเจ้าขา..ท่านตาช่วยถิงถิงด้วย” แม่หนูน้อยคิดเองเออเองเสร็จสรรพ เพราะเขาสังหารท่านพ่อ ท่านแม่จึงเศร้าเสียใจเมื่อท่านลุงปรากฏตัว เด็กหญิงคิดว่านี่ถือเป็นเรื่องใหญ่มิอาจจัดการได้เพียงลำพัง จึงได้ร้องเรียกตะโกนเสียงดังลั่น หวังให้ท่านตาที่นั่งอยู่ในห้องทำงานออกมาช่วย

“ไม่ใช่อย่างนั้น ถิงถิงเข้าใจผิดแล้ว” ต้วนเหยียนชิ่งรีบปฏิเสธ ยกมือยกไม้ประกอบคำพูด ทว่าช้าไปเสียแล้ว เสียงฝีเท้านับสิบกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ พร้อมกับเสียงทรงอำนาจของผู้นำสกุลมู่

“ผู้ใดบังอาจรังแกหลานรักของข้า!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel