ตอนที่ 3 กลิ่นที่แตกต่าง
เมื่อคืนหลังได้ยินเสียงโหวกเหวกจากโรงเตี้ยมฝั่งตรงข้าม มู่หว่านชิงก็รีบเข้านอนทันที ทว่ากลับมิอาจข่มตาให้หลับลงได้ ส่งผลให้เช้านี้มีอาการง่วงงุนไม่น้อย มือเรียวสวยบดกลีบบุปผาในขวดโหลอย่างเหม่อลอย พลันภาพในอดีตค่อยๆย้อนกลับคืนมาอีกครั้ง
‘ข้าทุ่มเทให้ท่านตั้งเท่าไร แต่ท่านกลับไม่เห็นค่า
ข้าขอยอมแพ้ แพ้ให้แก่สตรีในใจท่าน
วาสนาด้ายแดงนี้มิใช่ของข้าตั้งแต่ต้น
ลาก่อน..ต้วนเหยียนชิ่ง’
นางยังจำข้อความในจดหมายลาได้อย่างแม่นยำ วันที่หัวใจเจ็บปวดเกินรับไหว วันที่ตัดสินใจยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี
มู่หว่านชิงแต่งเข้าจวนสกุลต้วน ได้ครอบครองเอกบุรุษรูปงาม ผู้คนพากันอิจฉาในวาสนาของนาง ทว่าผู้ใดจะล่วงรู้ ภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้มมีน้ำตามากมายซ่อนอยู่ นางทำหน้าที่ภรรยา คอยปรนนิบัติสามีไม่ขาดตกบกพร่อง แต่ไม่เคยได้รับแม้เพียงเศษเสี้ยวความรักตอบกลับมา
จนกระทั่งวันหนึ่งหญิงสาวบังเอิญไปเจอผ้าเช็ดหน้าสตรีอื่นในห้องสามี นางเดินไปสอบถามต้วนเหยียนชิ่งที่กำลังเมามายอย่างใจเย็น อยากรู้ว่าผู้ใดคือเจ้าของผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น แต่แล้วคำตอบที่ได้รับทำให้หัวใจของนางแตกสลาย
“เอี้ยนหรูอี้ข้ารักเจ้า”
ค่ำคืนนั้นสามีที่มู่หว่านชิงรักสุดหัวใจ พรั่งพรูถ้อยคำหวานหูจวบจนฟ้าสาง สองมือตระกองกอดนางอย่างหวงแหน แตะต้องเรือนกายอย่างอ่อนโยนต่างจากทุกครั้ง โดยที่เขาเข้าใจว่านางคือสตรีผู้เป็นเจ้าของผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น
วันรุ่งขึ้นพอต้วนเหยียนชิ่งได้สติ เขารีบผลุนผลันออกจากห้องไป ทิ้งนางให้นอนน้ำตานองหน้าเพียงลำพัง หญิงสาวตรอมตรมจนป่วยไข้นอนซมอยู่หลายวัน
มู่หว่านชิงจึงตั้งจิตอธิษฐานต่อพุทธองค์ ขอให้ตนหลุดพ้นจากความทุกข์ระทมที่เจอ และเหมือนคำขอของนางจะสัมฤทธิผล ดวงวิญญาณหญิงสาวข้ามภพข้ามชาติไปสิงอยู่ในภาพวาดร้านค้าน้ำหอมนานถึงสามปี นางได้เห็นและเรียนรู้กรรมวิธีการผลิต ตลอดจนการค้าขายจนแตกฉาน ก่อนจะย้อนกลับมายังร่างเดิมอีกครั้ง
น่าแปลกที่เวลาในยุคโบราณกลับเพิ่งผ่านไปเพียงสามวันมิใช่สามปี มู่หว่านชิงตัดสินใจเก็บข้าวของหนีจากบุรุษใจร้าย มุ่งหวังออกไปทำการค้าน้ำหอมให้ร่ำรวย ทิ้งตำแหน่งฮูหยินจอหงวนไว้ด้านหลัง ทว่านางมาค้นพบทีหลังว่าตนได้พาเลือดเนื้อเชื้อไขของสามีติดท้องไปด้วย
“ชิงเออร์” มู่หว่านชิงที่กำลังตกอยู่ในภวังค์เสมือนได้ยินเสียงเรียกมาจากที่ไกลๆ นางจึงเงยหน้าขึ้นจากงานตรงหน้า และค้นพบว่าเสียกเรียกนั้นเป็นของถังเล่อถง เจ้าเมืองซวนเฉิงนั่นเอง
“ท่านเจ้าเมืองมาตั้งแต่เมื่อใดเจ้าคะ” หญิงสาวรีบบิดฝาขวดโหล พลางเดินออกมาต้อนรับลูกค้าคนสำคัญ เมื่อวานที่นางมาถึงเวลานัดหมายช้ากว่ากำหนดเล็กน้อย นั่นเพราะถังเล่อถงเอาแต่ชวนดูสวนบุปผาในจวนไม่ยอมเลิก นางจึงปลีกตัวมามิได้เสียที
“สักพักแล้ว ข้ามาเอาก้านไม้หอมที่สั่งไว้ แต่เห็นว่าชิงเออร์กำลังยุ่งอยู่จึงไม่อยากรบกวน” ถังเล่อถงได้เป็นเจ้าเมืองต่อจากบิดา เขาเป็นคนหนุ่มอนาคตไกล เพียบพร้อมทั้งฐานะและความสามารถ สตรีทั่วเมืองซวนเฉิงต่างอยากแต่งให้เขาทั้งนั้น ซึ่งเจ้าเมืองหนุ่มเองก็ใจกว้างรับอนุมาเสียล้นจวน เป็นเหตุให้ต้องขยายต่อเติมเรือนเพิ่ม เพื่อมิให้บุปผางามทั้งหลายต้องอยู่อย่างแออัด
“ความจริงข้าให้คนไปส่งที่จวนก็ได้เจ้าค่ะ ท่านเจ้าเมืองมิต้องลำบากมารับเองก็ได้”
“ข้าบอกแล้วว่าให้เรียกถงเกอก็พอ เหตุใดถึงยังเรียกเสียห่างเหินเช่นนั้นเล่า ส่วนเรื่องเดินทางมาที่นี่มิได้ลำบากอันใด เผอิญว่าข้าต้องการน้ำหอมกลิ่นดอกเหมยกุ้ยเพิ่มด้วย” ถังเล่อถงมีสีหน้าอ่อนใจ มู่หว่านชิงนั้นดื้อรั้นเสียจริง เขาอยากกระชับความสัมพันธ์กับนาง จึงได้เอ่ยอนุญาตให้เรียกขานกันอย่างเป็นกันเอง ทว่าหญิงสาวกลับไม่ยอมทำตามเสียอย่างนั้น
“กลิ่นนี้ใช่หรือไม่เจ้าคะ” มู่หว่านชิงเข้าประเด็นไม่สนใจเจตนาของเขา ขืนนางยอมเรียกชายหนุ่มว่าถงเกอ ชีวิตน้อยๆของนายหญิงฮวาเซียงต้องไม่สงบสุขแน่ สายตาของอนุนับสิบชีวิตในจวนสกุลถังที่นางไปเจอเมื่อวาน เต็มไปด้วยความริษยาและอาฆาตมาดร้าย ผู้ใดจะโง่เสี่ยงทำเรื่องพวกนั้นกัน แม้ว่าถังเล่อถงจะเป็นลูกค้ากระเป๋าหนาก็ตามทีเถอะ
“ใช่ แต่..ไยข้าถึงรู้สึกว่าไม่เหมือนเล่า” เจ้าเมืองหนุ่มมีสีหน้าครุ่นคิด
“ไม่เหมือนหรือเจ้าคะ แสดงว่าท่านเจ้าเมืองต้องมีกลิ่นที่ชอบอยู่แล้ว พอจะอธิบายได้หรือไม่ ข้าจะได้ปรุงให้ถูกใจท่าน” บางครั้งน้ำหอมของนางมีการผสมบุปผาเข้าไปมากกว่าหนึ่งชนิด ฉะนั้นจึงต้องถามให้แน่ชัดก่อนว่ามีกลิ่นอื่นเจือปนหรือไม่
“ข้าอยากได้กลิ่นที่เจ้ากำลังใช้อยู่” ถังเล่อถงตัดสินใจเอ่ยความต้องการออกไป ความจริงเขามิได้อยากได้น้ำหอมกลิ่นดอกเหมยกุ้ย ทว่าปรารถนาได้สูดดมกลิ่นกายของผู้เป็นเจ้าของร้านต่างหาก
เขามีอนุนับสิบในจวน กลิ่นกายของพวกนางล้วนแตกต่างกันไป แต่กลับไม่มีใครเปี่ยมล้นด้วยเสน่ห์แห่งอิสตรีมาก่อน กลิ่นกายหอมจรุงใจ เรือนร่างเย้ายวนชวนฝัน ช่างกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของบุรุษเพศได้เป็นอย่างดี
“ถ้าเป็นกลิ่นที่ข้าใช้อยู่ ขวดนี้ก็ถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ” ตลอดระยะเวลาที่มาอยู่ซวนเฉิง นางพบเจอลูกค้ามาหลากหลายรูปแบบ มู่หว่านชิงจึงค่อนข้างชินชากับสายตาแทะโลมของเหล่ามนุษย์เพศผู้ พวกเขาก็ทำได้เพียงลวนลามนางผ่านจินตนาการ ไม่สามารถทำได้มากกว่านี้ ร้านฮวาเซียงมีบ่าวชายรูปร่างสูงใหญ่นับสิบคอยคุ้มกันอยู่ด้านนอก พวกเขาล้วนเป็นยอดฝีมือที่ท่านพ่อส่งมา อีกอย่างนางเองก็หาใช่ดรุณีน้อย ผ่านการแต่งงานและมีบุตรมาแล้ว จึงคิดว่าบางทีเรื่องนี้ก็เป็นจุดขาย สามารถดึงดูดลูกค้าที่เป็นบุรุษได้เช่นกัน
“เช่นนั้นเหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าแตกต่างเล่า” เจ้าเมืองหนุ่มมองใบหน้างามอย่างโง่งม ท่วงท่าอิริยาบถของนางล้วนตราตรึง นานวันเข้าเหมือนจะหยั่งรากลึกเข้าไปในจิตใจจนถอนตัวไม่ขึ้น
“นั่นเพราะกลิ่นกายเฉพาะตัวของแต่ละคนแตกต่างกันเจ้าค่ะ แม้จะใช้น้ำหอมจากขวดเดียวกันก็มิได้แปลว่าจะได้กลิ่นหอมที่เหมือนกัน” ใบหน้าผุดผาดฉาบไปด้วยรอยยิ้มขณะไขข้อข้องใจให้ถังเล่อถง กลิ่นกายที่ออกมาจากต่อมเหงื่อนั้นยากจะบอกได้ว่า ยามมันผสมกับน้ำหอมแล้วผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร
