บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 ความรู้สึกหวงแหน

“ท่านแม่เจ้าขา ท่านลุงผู้นี้เป็นใครกันเจ้าคะ ถิงถิงไม่คุ้นหน้าเลย” เด็กหญิงเอ่ยถามขณะที่ถูกมารดาอุ้มขึ้นมาแนบอก ส่งสายตาใคร่รู้ไปยังชายแปลกหน้า ปกติไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ขึ้นมาชั้นบน เพราะพื้นที่ตรงนี้ถือเป็นที่พักส่วนตัวก็ว่าได้ หากมีธุระท่านแม่จะนัดไปคุยข้างนอกเหมือนวันนี้มากกว่า

“ถิงถิงไปรอที่ห้องนั่งเล่นกับน้าเสี่ยวซีก่อนลูก ประเดี๋ยวแม่คุยธุระเสร็จแล้วจะตามไป” มู่หว่านชิงเลือกเกลี้ยกล่อมบุตรสาว เพื่อหลีกเลี่ยงการบอกกล่าวสถานะของคนตรงหน้า

“แต่ว่าถิงถิงหิวเจ้าค่ะ” แม่หนูน้อยเองก็ไม่ติดใจอันใด เพราะยามนี้นางทั้งหิวและคิดถึงมารดา ฉะนั้นชายแปลกหน้าผู้นี้จึงไม่สามารถดึงดูดความสนใจได้นาน อีกอย่างถิงถิงรู้ดีว่าบุรุษพวกนี้ล้วนมีเจตนาเดียวกัน คือต้องการจะเข้ามาเป็นบิดาใหม่ของนางทั้งนั้น

“แม่รู้แล้ว อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้วจ้ะ” มู่หว่านชิงตอบเสียงหวาน จากนั้นจึงส่งแม่หนูน้อยให้เสี่ยวซีผู้เป็นพี่เลี้ยง

“ท่านลุงคุยธุระกับท่านแม่อย่างเดียวนะเจ้าคะ ถิงถิงยังไม่อยากมีพ่อใหม่เจ้าค่ะ” ก่อนไปเด็กหญิงตัวน้อยหันมาทิ้งท้ายกับบุรุษตัวโต เพื่อให้เขาเข้าใจในเจตนาของนาง ถึงเด็กหญิงจะอาภัพไม่เคยได้เห็นหน้าบิดาผู้ล่วงลับ ทว่านางก็สัญญากับตัวเองเอาไว้ จะไม่มีทางยอมให้บุรุษอื่นมาแทนที่ท่านพ่อเป็นอันขาด

“..” ต้วนเหยียนชิ่งตัวแข็งทื่อ กลายเป็นคนบื้อใบ้ไปชั่วขณะ วันนี้เขาเหมือนถูกสาดด้วยน้ำเย็นครั้งแล้วครั้งเล่า คล้ายดวงวิญญาณหลุดจากร่างไปไกล

“ท่านลุงผู้นั้นกลับไปแล้วหรือเจ้าคะ” ถิงถิงยิ้มร่าเมื่อเห็นว่าในที่สุดมารดาก็คุยธุระเสร็จ นึกว่าจะนานกว่านี้เสียอีก แสดงว่าท่านลุงหน้าหยกมิได้มีเจตนาเกี้ยวมารดาของนางเช่นบุรุษทั่วไป

“จ้ะ” มู่หว่านชิงส่งยิ้มให้บุตรสาว ก่อนจะหันไปสั่งพี่เลี้ยง “เสี่ยวซีให้คนมาจัดสำรับเลย คุณหนูหิวแล้ว” ต้วนเหยียนชิ่งต้องการพบนางเพื่อคุยเรื่องงาน แต่เขากลับเอาแต่ถามเรื่องส่วนตัว นางพยายามบ่ายเบี่ยงแล้วก็ยังเซ้าซี้ไม่เลิก สุดท้ายหญิงสาวจึงตัดบทไล่เขาออกไป แล้วค่อยนัดเจรจาวันหลัง

“เจ้าค่ะนายหญิง”

ห้าปีก่อนตอนที่นางเกิดความฝันประหลาด มู่หว่านชิงเห็นหญิงสาวเจ้าของร้านน้ำหอมทุกวัน นางมักสวมเสื้อผ้าพอดีตัว ดูทะมัดทะแมงและสวยงามในเวลาเดียวกัน ต่างจากผู้คนในสมัยนี้ที่อาภรณ์ดูเทอะทะไม่คล่องตัว หญิงสาวจึงได้จดจำและนำกลับมาดัดแปลงเสื้อผ้าสวมใส่เอง

เพียงไม่นานอาหารก็พร้อม สองแม่ลูกนั่งข้างกัน บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุข

“โตขึ้นถิงถิงจะเก่งเหมือนท่านแม่” เด็กหญิงมองมารดาด้วยความชื่นชม ท่านป้าจูซิ่นเล่าว่าท่านแม่เข้มแข็งมาก เดินทางมาหาท่านตาที่เมืองซวนเฉิงเพียงลำพังพร้อมกับน้าเสี่ยวซี เพื่อแจ้งท่านตาว่าจะทำการค้าขาย จากนั้นนางก็พยายามเรื่อยมาจนกระทั่งร้านฮวาเซียงเติบโตได้อย่างทุกวันนี้

“ถิงถิงต้องทำได้แน่ เผลอๆลูกอาจเก่งกว่าแม่ก็ได้” สมัยที่มู่หว่านชิงอายุสี่ขวบ นางแทบจะไม่ได้ครึ่งของถิงถิงด้วยซ้ำ แม้ตนจะเป็นผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูบุตรสาวมาลำพัง ทว่าก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเลือดที่ไหลเวียนอีกครึ่งเป็นของคนใจร้ายผู้นั้น ซึ่งเขามีสติปัญญาที่ไม่ธรรมดา ฉะนั้นเด็กหญิงต้องเติบโตขึ้นเป็นสตรีที่มากความสามารถอย่างแน่นอน

สองแม่ลูกพูดคุยหยอกเย้ากัน มีเสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะก่อนจะเงียบหายไป มู่หว่านชิงอาบน้ำพร้อมบุตรสาว และส่งถิงถิงเข้านอน จากนั้นจึงค่อยๆย่องออกมาจัดการงานที่คั่งค้างเอาไว้

นางชะโงกหน้าออกไปนอกหน้าต่าง ดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปนานแล้ว บัดนี้มีเพียงแสงสลัวจากดวงจันทร์ ไร้เงาของบุรุษผู้นั้น ค่ำคืนนี้เขาคงพักอยู่ในโรงเตี้ยมที่ไหนสักแห่งในเมืองซวนเฉิง เพื่อรอเจรจากับนางในโอกาสถัดไป

มาคิดๆดูแล้วก็นึกน้อยใจในโชคชะตา หากสวรรค์ไม่ปรารถนาให้นางครองคู่กับเขา ก็ไม่ควรให้เจอกันตั้งแต่แรก

กว่าจะรู้ตัวต้วนเหยียนชิ่งก็ออกมายืนอยู่หน้าร้านฮวาเซียงแล้ว การเจรจาระหว่างเขาและมู่หว่านชิงยังไม่ได้ข้อสรุป ไม่สิ ไม่ได้คุยกันเลยต่างหาก เขาเอาแต่ถามไถ่ถึงบิดาของถิงถิงและอายุที่แท้จริงของเด็กหญิง จนสุดท้ายจึงถูกไล่ออกมา

จูซิ่นที่มาส่งหน้าร้านกล่าวว่านัดหมายครั้งถัดไปนางได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนมาเจรจา ส่วนเรื่องสถานที่นั้นนายหญิงจะให้คนมาแจ้งอีกที

เขาเลือกพักโรงเตี้ยมฝั่งตรงข้ามกับร้านฮวาเซียง ร่างสูงยืนริมหน้าต่างจดจ้องไปยังตึกเบื้องหน้า ภาพสองแม่ลูกหยอกล้อกัน เสียงหัวเราะของแม่หนูน้อยกับมารดายังคงดังก้องในหัว เขาถูกดึงดูดให้ยืนดูอยู่อย่างนั้นไม่ขยับเขยื้อนไปไหน ต้วนเหยียนชิ่งรู้สึกเหมือนตนเองเป็นนักถ้ำมอง เฝ้าติดตามชีวิตของนายหญิงฮวาเซียงจนลืมกินลืมนอน

แสงไฟภายในห้องหนึ่งสว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับร่างอรชรในชุดนอนสีขาว เรือนผมสีน้ำหมึกสลายยาวถึงแผ่นหลัง บางส่วนตกลงมาคลอเคลียกับใบหน้าเล็ก จอหงวนหนุ่มเผลอมองภาพเบื้องหน้าอย่างเผลอไผล

นางมองไม่เห็นเขา เพราะชายหนุ่มมิได้จุดไฟในห้อง ตอนมู่หว่านชิงแต่งให้เขานางอายุเพียงสิบห้า เป็นสามีภรรยากันหนึ่งปีก่อนหญิงสาวจะหนีหายมาร่วมห้าปี บัดนี้นางคงอายุครบยี่สิบเอ็ดปีแล้ว

เสียงลมหายใจหอบกระชั้นดังเข้าหู ชายหนุ่มจึงรีบเบนสายตาไปยังที่มาของเสียง ปรากฏว่าห้องที่อยู่ติดกันมีชายร่างท้วมผู้หนึ่งกำลังกระทำการบัดสีอยู่ สายตาหื่นกระหายพุ่งเป้าไปยังเจ้าของร่างงามตึกตรงข้าม

“อ๊าก” ทันใดนั้นชายร่างท้วมรีบกุมมือที่ชุ่มโชกไปด้วยโลหิต ร้องโอดโอยแสดงสีหน้าเจ็บปวด จู่ๆก็มีมีดสั้นพุ่งมาจากทิศใดมิทราบ ปักลงบนฝ่ามือเฉียดจุดกลางกายไปหน่อยเดียว

“มีโจรเด็ดบุปผา” เสียงตะโกนของต้วนเหยียนชิ่งส่งผลให้นายหญิงฮวาเซียงรีบปิดหน้าต่างแล้วดับไฟทันที ชายร่างท้วมที่ยืนจังก้าอีกห้องก็ผลุนผลันจากไปเช่นกัน

ต้วนเหยียนชิ่งเพิ่งสังเกตว่าห้องพักฝั่งนี้เต็มแทบทุกห้อง ส่วนใหญ่แขกที่เข้าพักล้วนเป็นบุรุษ ไม่บอกก็รู้ว่าเจตนาของพวกเขาคือต้องการได้ยลโฉมนายหญิงฮวาเซียงนั่นเอง แม้ระยะทางจะค่อนข้างไกล ทว่าจากเงาร่างส่วนเว้าส่วนโค้งอันชัดเจนนั่น ก็เพียงพอแล้วที่จะจินตนาการเรื่องบัดสีได้ ความรู้สึกหวงแหนไม่ยินยอมพลันบังเกิดขึ้น ความจริงเมื่อครู่นี้เขาควรตัดหนอนอัปมงคลนั่นทิ้งเสีย มิน่าใจอ่อนเล็งไปที่มือแทนเลย พวกจิตวิปลาส ข้าต่างหากที่เป็นสามีนาง คือเจ้าของเรือนกายที่พวกเจ้าถวิลหา หากผู้ใดกล้าคิดมิดีมิร้ายกับมู่หว่านชิงอีก เขาจะควักลูกตามันออกมาให้หมดเลยคอยดู

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel