Chapter 7 ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
Chapter 7
ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พิมพ์ดาวลุกอาบน้ำแต่งตัวแล้วกลับมายังคฤหาสน์ เธอมาถึงก็ประมาณเที่ยงๆ เมื่อเข้าบ้านมาก็เจอกับคุณป้าอ่อน หัวหน้าแม่บ้านประจำคฤหาสน์อัครวิน
“หนูพิมพ์ ไปไหนมาลูก ทำไมกลับมาซะเที่ยง ป้าห่วงแทบแย่”
“เอ่อ คือพิมพ์ไปทำงานบ้านเพื่อนค่ะ ขอโทษป้าอ่อนนะคะที่ทำให้ต้องเป็นห่วง”
พิมพ์ดาวหลุบตาต่ำอย่างรู้สึกผิด ไม่กล้าสบตา
“เอาเถอะ หนูพิมพ์รีบไปที่ห้องอาหารเถอะนะคะ คุณพิมลมาหาวันนี้”
“ฮะ!? คุณป้ามลมาเหรอคะ”
ทำไมต้องมาวันที่เธอไม่พร้อมจะพบใครด้วยนะ พิมพ์ดาวได้แต่คิดกังวลในใจ
แต่ก็ไม่มัวรอช้า เธอรีบเดินไปยังห้องอาหารทันที
คุณพิมลคือพี่สาวของแม่บุญธรรมของเธอ หรือก็คือคุณป้าของเธอและอัศวินนั่นเอง
“สวัสดีค่ะป้ามล”
“ไปไหนมาล่ะพิมพ์ดาว ทำไมกลับเอาซะเที่ยง”
พิมลเอ่ยถามอย่างขัดข้องใจ ปกติพิมพ์ดาวเป็นเด็กดีมาตลอดเมื่ออยู่ภายใต้การดูแลของน้องสาวและน้องเขยเธอ แต่นี่พอทั้งคู่เสียชีวิตลงพิมพ์ดาวกลับทำตัวเหลวไหล
“คือพิมพ์ไปทำงานบ้านเพื่อนมาค่ะ”
พิมพ์ดาวนั่งลงตรงข้ามพิมลแล้วหลุบตาต่ำไม่กล้าสบตา พิมลเห็นถึงความแปลกไป
“เป็นอะไรไปพิมพ์ดาว ทำไมวันนี้ดูแปลกๆ ไม่ร่าเริง”
ปกติถ้าเธอมาหาพิมพ์ดาวจะร่าเริง ถึงแม้จะไม่ได้รักและใจดีขนาดใครๆ แต่พิมลก็เอ็นดูพิมพ์ดาวอยู่มาก
“ปละ เปล่าค่ะป้ามล พอดีเครียดๆ เรื่องเรียนกับเรื่องงาน”
“แล้วเรื่องที่ว่าไปเป็นนักแสดงในซีรี่ส์ล่ะ เป็นยังไงบ้าง”
“กำลังจะถ่ายทำเสร็จแล้วค่ะป้ามล น่าจะได้ดูช่วงสิ้นปี”
“อื้มดีๆ แล้วนี่ตาวินว่าอะไรรึเปล่า?”
พิมลรู้ดีว่าหลานชายไม่อยากให้น้องสาวตัวเองไปทำงานสายการแสดง แต่ไม่ใช่เพราะเอ็นดู รักน้อง ไม่อยากให้น้องลำบากอะไรทำนองนั้นหรอก คงไม่อยากให้ทำอะไรขัดใจตัวเองมากกว่า
พิมลก็พอจะรู้อยู่บ้างว่าอัศวินหลานชายแท้ๆ ของเธอไม่ค่อยชอบพิมพ์ดาวหลานสาวบุญธรรม
“มะ ไม่หรอกค่ะ”
ตอนนี้แค่มองหน้ากันยังไม่กล้ามองเลยกับพี่วิน พิมพ์ดาวคิดในใจ
“งั้นเหรอ อืม ยังไงถ้ามีอะไรก็ปรึกษาป้าได้ ถ้าอยากได้งานเดี๋ยวป้าจะฝากให้”
“ขอบคุณมากนะคะป้ามล”
พิมพ์ดาวพอจะรู้ว่าพิมลนั้นมีเส้นสายมากมายในหลายวงการ แต่เธอก็ไม่เคยคิดพึ่งพิง อยากจะเดินด้วยตัวเองมากกว่า
พิมพ์ดาวรับประทานอาหารร่วมกับพิมลอยู่สักพักคุณป้าก็กลับไป
พิมพ์ดาวเดินขึ้นมาบนชั้นสองแล้วเข้าห้องนอนของตัวเองอย่างเหนื่อยอ่อน
เธอหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาก็พบว่ารินดาเพื่อนรักโทรหาเกือบสิบสาย พิมพ์ดาวลอบถอนหายใจนิดนึงอย่างเหนื่อยใจในหลายๆ เรื่องก่อนจะรีบโทรกลับ
“อื้ม ว่าไงรินดา”
‘ถึงบ้านปลอดภัยดีมั้ยเนี่ยยัยพิมพ์ ทำไมฉันโทรหาแกตั้งหลายสายไม่รับ’
รินดาร้อนใจที่ไม่สามารถติดต่อเพื่อนได้ตลอดทั้งคืน
“เอ่อ คือ ฉันกลับบ้านได้ยังไงเหรอริน พอดีมันมึนๆ เลยจำไม่ได้น่ะ”
พิมพ์ดาวแกล้งถามออกไปแบบนั้น เธออยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
‘พอดีที่บ้านฉันโทรตามด่วนกลับมาก็โดนดุหนักเลย เจมส์เพื่อนในสาขาเราอาสาจะไปส่งแกให้ฉันเลยฝากแกไว้ เจมส์มันก็ดังแล้วก็ฮ็อตมากแถมยังรวยอีก ฉันก็เลยไว้ใจให้มันไปส่งแก แล้วสรุปแกถึงบ้านปลอดภัยใช่มั้ย?’
รินดาเมื่อเช้ามาก็คิดได้ว่าไม่น่าให้เพื่อนไปกับผู้ชายเลย
“อื้ม ปลอดภัยดี เดี๋ยวขอนอนพักก่อนนะริน ยังมึนๆ อยู่เลยอะ”
พิมพ์ดาวพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น ปลอดภัยทางกาย แต่ใจตอนนี้แหลกสลายไม่มีชิ้นดี…
แล้วแบบนี้เธอจะมองหน้าอัศวินได้ยังไง?
ทางด้านอัศวิน
“ณภัท ผู้หญิงเมื่อคืนคนที่แกจะมาให้ฉันคือใคร?”
บอกตามตรงว่าอัศวินเองก็ร้อนใจไม่ต่างกัน
“เอ่อ ทำไมเหรอครับ? รึว่าไม่ถูกใจคุณวิน?”
ณภัทเกรงว่าจะจัดไปไม่ถูกใจเจ้านาย แต่โมเดลลิ่งที่เขาติดต่อไปก็เป็นโมเดลลิ่งเดิมที่เคยจ้างงานกันมาก่อน
“ก็เปล่าหรอก แค่สงสัย”
อัศวินตอบไม่เต็มคำ กลัวจะเผยพิรุธ
“ที่จริงตอนแรกเป็นน้องส้มครับ แต่ทีนี้เจ๊หวีแกโทรมาแจ้งว่าจะส่งเด็กใหม่เข้าไปให้ ได้มาเมื่อวานเลย”
“ได้มาเมื่อวาน? เหอะๆ”
กูอยากจะบ้าตาย อัศวินคิดสบถในใจ
“ครับ”
“เอาเป็นไปว่าไปถามเจ๊หวีอะไรนั่นมาว่าได้ผู้หญิงคนนี้มาได้ยังไง เธอเต็มใจขายเหรอ?”
อัศวินบอกไปแบบนั้น เขาข้องใจมากว่าทำไมพิมพ์ดาวถึงกลายมาเป็นผู้หญิงขายตัว และเขายังเป็นคนแรกของเธอซะอีก
การเงินที่ให้มันไม่พอจนถึงขั้นต้องขายตัวเองกินเลยรึยังไงกัน..
ตกเย็น
ณ คฤหาสน์อัครวิน
อัศวินกลับบ้านดึกในวันนี้เนื่องจากทำงานล่วงเวลา พอกลับมาคฤหาสน์หลังใหญ่ก็เงียบงันเพราะคนงานในบ้านต่างก็เข้าพักผ่อนหมดแล้ว
เขาเองก็เหนื่อยเต็มที แต่ยังไงก็ต้องไปคุยกับพิมพ์ดาวให้รู้เรื่องก่อน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เขาเคาะประตูห้องของพิมพ์ดาว
ใจของหญิงสั่นเต้นสั่นระรัว เธอยังไม่นอนแม้ว่าจะดึกมากแล้ว มันไม่อาจข่มตาหลับลงได้จริงๆ
“มีอะไรรึเปล่าคะพี่วิน”
พิมพ์ดาวเปิดประตูออกมาแล้วเอ่ยถามน้ำเสียงแผ่วเบาไม่กล้าสบตา เธออยู่ในชุดนอนกระโปรงสีชมพูอ่อนแขนยาว
อัศวินเห็นเรือนร่างของน้องสาวบุญธรรมก็ถึงกับเบือนหน้าหนี ไม่อยากนึกถึงว่าเมื่อคืนเขาทำอะไรกับเธอไปบ้าง
“ได้บอกใครรึเปล่าเรื่องของเรา?”
อัศวินถามเสียงเข้มก่อนจะหันมาสบตาเธอแล้วทำสายตาดุ
“มะ ไม่ค่ะ พิมพ์ไม่มีทางบอกใครแน่นอน”
“เธอมาอยู่ที่โรงแรมนั้นได้ยังไง?”
“คือพิมพ์ก็จำไม่ได้..”
“เงินที่ฉันให้มันไม่พอจนต้องขายตัวให้กับแขกวีไอพีเลยรึไง”
และถ้าเขาไม่ใช่แขกวีไอพีในวันนั้น คนที่ได้ครอบครองร่างกายของเธอก็คงจะเป็นเสี่ยลงพุงคนอื่นๆ
“ขายตัว? นี่มันเรื่องอะไรกันคะพี่วิน…มันไม่ใช่อย่างนั้น”
พิมพ์ดาวถึงกับอึ้งเมื่อพี่ชายผู้ที่ได้ครอบครองครั้งแรกของเธอกำลังปรักปรำใส่ร้าย
“บอกฉันมาว่าเธออยากได้ค่าขนมเพิ่มอีกเท่าไรถึงจะเลิกทำงานนั้น”
“มันไม่ใช่…”
“อย่าปฏิเสธในเมื่อเห็นอยู่ตำตา”
คนตัวสูงกว่าข่มเสียงดุ เขาพยายามจะพูดให้เธอสารภาพดีๆ แต่น้องสาวคนนี้กลับคิดโกหกนั่นทำให้อัศวินรู้สึกผิดหวังในตัวพิมพ์ดาวมาก
“…”
“เอาเป็นว่าฉันจะเพิ่มให้อีกเดือนละห้าพัน เธอเลิกทำงานนั้นซะและเลิกติดต่อกับยัยเจ๊หวีโมเดลลิ่งอะไรนั่นด้วย”
“…”
พิมพ์ดาวพูดไม่ออก อัศวินไม่คิดฟังเธอสักนิด
“แล้วเรื่องของเรา…ทำซะเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร ไม่ว่าจะป้ามล คุณย่า หรือแม้แต่ป้าอ่อน”
“…ค่ะ”
“ถ้าเรื่องนี้หลุดไปถึงหูผู้ใหญ่คนไหน..”
“…”
“ฉันเอาเธอตายแน่พิมพ์ดาว”
อัศวินขู่เด็กสาวตรงหน้าก่อนที่จะเดินจากกลับไปยังห้องตัวเอง…
พิมพ์ดาวได้แต่ยืนก้มหน้าซ่อนดวงตาอันแดงผ่าวที่เหมือนน้ำตาจะไหลออกมาตลอดเวลา
มันไม่จริงอย่างที่เขาพูดสักนิด…ไม่คิดฟังเธอเลย
