บท
ตั้งค่า

Chapter 20 จับคู่ให้หลานๆ

Chapter 20

จับคู่ให้หลานๆ

ณ บริษัทอัครวิน

อัศวินตื่นมาทำงานด้วยจิตใจที่ไม่สู้ดีนัก ใจของเขายังคิดวนเวียนอยู่แต่กับเรื่องของพิมพ์ดาวผู้เป็นน้องสาว

“คุณวินเป็นอะไรไปครับสีหน้าไม่ดีเลย”

ณภัทรลูกน้องคนสนิทที่เดินมาแจ้งข่าวสารเกี่ยวกับงานให้อัศวินได้ฟังถึงกับต้องทักขึ้นมาเมื่อเห็นสีหน้าของผู้เป็นเจ้านายดูไม่ดี

“หน้าฉันมันดูกังวลขนาดที่ดูออกเลยเหรอวะณภัทร”

“ก็ทำนองนั้นครับ”

“ก็มีเรื่องให้รำคาญใจนิดหน่อย”

อัศวินบ่นพร้อมกับเปิดเอกสารดูไปด้วย เรื่องที่รำคาญใจจะเป็นเรื่องอะไรไปไม่ได้นอกจากเรื่องของพิมพ์ดาว

“งั้นคืนนี้ไปเที่ยวมั้ยครับเผื่อจะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น”

เที่ยวที่ณภัทรหมายถึงก็คือการเที่ยวกลางคืนและมีผู้หญิงมาคอยดูแล

“ไม่ล่ะฉันยังอารมณ์ไม่ดีขนาดนั้นหรอก”

อัศวินตอบปัดเพราะว่าตอนนี้มีเรื่องให้คิดมากกว่านั้น

หลังจากเซ็นต์เอกสารณภัทรก็รับเอกสารแล้วเดินจากออกไป

ติ๊งง

เสียงสายโทรศัพท์ของอัศวินเข้ามาพอดี เค้าหยิบขึ้นมาก็พบว่าคนที่โทรมาหาในวันนี้คือป้าพิมล

“ครับป้ามล”

‘ตาวิน เย็นนี้ว่างมั้ยลูก’

“ว่างครับ ป้ามลมีอะไรรึเปล่า?”

อัศวินเอ่ยถามอย่างแปลกใจ ไม่รู้ว่าผู้เป็นป้าจะพาไปไหนถึงถามแบบนี้

‘งั้นเย็นนี้มาทานข้าวกับป้านะลูก เดี๋ยวป้าแชร์โลเคชั่นไปให้ในไลน์นะ’

“ครับ”

อัศวินไม่ปฏิเสธ ไม่รู้ว่างานนี้ป้ามลมีเรื่องอะไรจะคุยกับเขา รึว่าจะคุยเรื่องของพิมพ์ดาวกับไอ้เตชินอะไรนั่น

ถ้าใช่จริงๆ เขาก็ฉุนน่าดูล่ะ อยู่ดีไม่ว่าดีมาขอจีบน้องสาว เขาไม่เอาตีนยันหน้ามันออกไปก็ดีเท่าไหนแล้ว

ลำพังเป็นแค่น้องสาวก็ไม่ห่วงไม่หวงขนาดนี้หรอก แต่พิมพ์ดาวไม่ได้เป็นแค่น้อง... เธอเป็นถึงเมียบนเตียงที่คอยปรนนิบัติเขาเกือบทุกคืน

แม้คนภายนอกจะไม่รู้ แต่ใจของเขาและเธอทั้งคู่รู้ที่สุดว่าอะไรเป็นอะไร

อยู่ๆ จะให้ผู้ชายที่ไหนมางาบไปมันก็ใช่เรื่อง พิมพ์ดาวจะต้องเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น!

ตกเย็น

ณ ร้านอาหารหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา

“โฮะๆๆ หนูไลลานี่น่ารักจริงๆ เลยนะคะคุณหญิงภาวิณี”

อัศวินทำหน้าเซ็งอย่างสุดกู่เมื่อพบความจริงว่าป้ามลชวนเขามากินข้าวในวันนี้เพราะอยากจะแนะนำให้รู้จักกับลูกสาวของคุณหญิงภาวิณี เธอเป็นคุณหญิงในวงสังคมที่รู้จักกันดี

“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะคุณน้า”

หญิงสาวสวยหวานนามว่าไลลายิ้มอย่างถ่อมตัว

“สวยเหมือนแม่สิคะคุณพิมล โฮะๆ”

สองสาวไฮโซวัยกลางคนนั่งหัวเราะคิกคักตามสไตล์ผู้หญิง ไลลานั่งอยู่ข้างคุณหญิงภาวิณีซึ่งอยู่ตรงข้ามกับอัศวิน ส่วนอัศวินนั้นก็นั่งอยู่ข้างป้าพิมล

เขาทำหน้าเซ็งสลับกับฝืนยิ้มเพราะไม่อยากให้เสียมารยาทกับแขกจนเกินไป

“หนูไลลาพึ่งเรียนจบอายุก็เพิ่งจะยี่สิบสองไปหมาดๆ ไม่ได้ห่างกับตาวินมากนะคะ ตาวินเองก็ยี่สิบหกเอง “

พิมลกำลังพูดเป็นทางอ้อมกับอัศวินว่าไลลานั้นก็พร้อมที่จะมีครอบครัวได้

“พึ่งเรียนจบมาหมาดๆ เลยค่ะคุณพิมล ตอนนี้ก็ช่วยคุณพ่อเขาทำงานอยู่ที่บริษัทไม่ได้ไปไหนเลย ว่าจะให้ไปอยู่ต่างประเทศแต่ยัยไลลาก็บอกว่าอยากจะอยู่ที่ไทย สงสัยอยากแต่งงานมีครอบครัวอยู่ไทยน่ะสิคะโฮะๆ”

“แหม เหมือนตาวินค่ะ ไปอยู่เมืองนอกเมืองนามาตั้งหลายปีกลับมาไทยก็บอกว่าอยากจะสร้างตัวมีครอบครัวอยู่ที่ไทย ก็อย่างว่าแหละนะคะกิจการของอัครวินอยู่ที่ไทยทั้งนั้นก็ต้องมีสะใภ้ไทยอยู่ที่ไทยแหละเนอะ”

คุณป้าสองท่านคุยกันอย่างถูกคอ ช่วงนี้พิมลเร่งหาสะใภ้และเขยให้กับหลานทั้งคู่เพราะเธอเองก็แก่มากแล้ว อายุไม่ใช่น้อยกลัวว่าจะไม่ทันได้อุ้มหลานก่อนจะเป็นอะไรไป ชีวิตคนเรามันสั้นนัก

อัศวินได้แต่ลอบถอนหายใจ แบบนี้มัดมือชกพาเขามาจับคู่ชัดๆ

“พี่วินเรียนจบจากอเมริกาเหรอคะ?”

สาวน้อยหน้าใสนามว่าไลลาเอ่ยถามแล้วยิ้ม

“ใช่ครับ แล้วน้องไลลา.. เอ่อ? เรียนจบมาจากที่ไหนคณะอะไรเหรอครับ?”

อัศวินถามกลับบ้างเป็นมารยาท

“เรียนจบจากมหาลัยมหาลัยAค่ะ คณะบัญชีแล้วตอนนี้หนูก็ช่วยคุณพ่อทำงานอยู่ที่บริษัท”

ได้ยินแบบนั้นอัศวินก็ถึงกับร้องอ๋อในใจ มหาวิทยาลัยรัฐบาลติดท็อปทรีของประเทศที่พิมพ์ดาวเองก็เรียนอยู่ ที่จริงถ้าหากไม่ได้ไปเรียนต่างประเทศเขาก็คงจะเลือกเรียนที่นี่

“เก่งจังเลยนะครับเรียนที่นี่ได้”

“ไม่หรอกค่ะ พี่วินไปเรียนอเมริกาได้คงจะเก่งกว่า”

ไลลายิ้มออกมาจากใจจริงเพราะเธอพอจะได้ยินจากคุณแม่มาว่าอัศวินนั้นเรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยไหนในอเมริกา และปัจจุบันผลงานที่ออกมาก็แสดงให้เห็นแล้วว่าอัศวินนั้นเก่งแค่ไหนเพราะบริษัทอัครวินมีแต่กำไรเพิ่มขึ้นในทุกปี

“แหม เด็กๆ ดูคุยกันถูกคอจังเลยนะคะ ให้ทั้งคู่ไปเที่ยวกันต่อเลยดีมั้ยเนี่ย”

พิมลพูดขึ้นสนับสนุนเมื่อเห็นว่าเด็กทั้งสองเริ่มคุยกัน ส่วนอัศวินก็รู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่ในใจ

“นั่นสิคะ”

“ตาวิน เดี๋ยวพาหนูไลลาเค้าไปเที่ยวต่อสิลูก วันนี้ป้าเห็นว่าจะมีงานแสดงเปียโนจากศิลปินต่างประเทศด้วยนะ พอดีเลยป้าซื้อตั๋วไว้สองใบพาน้องไปดูสิลูก”

พูดจบประโยคก็หยิบตั๋วขึ้นมาสองใบแล้วยื่นให้กับอัศวิน อัศวินถึงกับอึ้งไปเลย

นี่เตรียมการเอาไว้ทุกอย่างแล้วนี่หว่า มัดมือชกจริงๆ เลยป้ามล

อัศวินทำได้เพียงคิดในใจแต่ไม่พูดออกไป ทำได้เพียงยิ้มให้ผู้ใหญ่ทั้งสองท่านและไลลาพร้อมกับเก็บตั๋วแสดงเปียโนในมือขึ้นมาถือเอาไว้

สงสัยพิมพ์ดาวคงจะโดนอย่างเดียวกับที่เขาโดน ป้ามลคงกำลังพยายามจับคู่ให้หลานๆ ในตอนนี้

หลังจากทานอาหารกันเสร็จพวกผู้ใหญ่ก็พากันแยกย้ายกลับ

“น้องไลลาอยากไปดูมั้ยครับโชว์เปียโน”

อัศวินลองถามลองเชิงดู ถ้าหากว่าไลลาไม่อยากไปเขาก็จะได้ไม่ต้องไป อัศวินเองก็ไม่ได้อยากจะไป

“ที่จริงก็อยากไปนะคะ เป็นนักเปียโนคนโปรดของหนูเลยด้วย”

เมื่อได้ยินแบบนั้นอัศวินก็ไม่อาจปฏิเสธได้ เขาจึงต้องจำใจพาไลลาไปดูโชว์เปียโนนั้นด้วย

อัศวินขับรถพาไลลามาจนถึงโรงละครที่โชว์เปียโน

ทั้งคู่พากันเข้าไปภายในโรงละคร แต่สายตาของอัศวินก็คงไวเกินไปเมื่อเขาหันไปพบกับ...พิมพ์ดาว

พิมพ์ดาวนั่งอยู่ที่เบาะไม่ไกลจากที่นั่งของเขาที่ได้ซื้อตั๋วเอาไว้ และแน่นอนว่าพิมพ์ดาวไม่ได้มาคนเดียว เธอมากับเตชิน...

อัศวินกัดฟันกรอด พยายามควบคุมอารมณ์โมโหเอาไว้ในใจ

รอโชว์เปียโนบ้าบอนี่จบก่อน เดี๋ยวเธอเจอฉันแน่พิมพ์ดาว!

อัศวินคิดโกรธอยู่ในใจ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel