Chapter 14 แนะนำให้รู้จัก
Chapter 14
แนะนำให้รู้จัก
ณ ร้านอาหารสุดหรูใจกลางกรุง
“เอ่อ ขอโทษที่มาสายนะคะ”
พิมพ์ดาวถูกลูกน้องของพิมลพาเข้ามาในห้องอาหารสุดหรูที่จองเอาไว้ แต่เมื่อเข้ามากลับพบว่าไม่ได้มีแค่ป้ามลแต่มีคนอื่นอยู่ด้วยถึงสองคน
“ไม่เป็นไรลูก เพิ่งเลิกเรียนนี่นา”
คุณน้าที่ท่าทางดูใจดีพูดขึ้นมา พิมพ์ดาวยิ้มและพยักหัวให้นิดนึงก่อนจะรีบเข้ามานั่งข้างป้าพิมล
“เอ่อ สวัสดีค่ะคุณน้า และเอ่อ...”
พิมพ์ดาวตะกุกตะกักไม่รู้จะทักทายยังไงเพราะว่าเธอไม่รู้จักทั้งคู่
“นี่คุณหญิงมารศรีนะพิมพ์ดาว และนี่ก็หลานชายคุณน้าเขาชื่อว่าเตชิน อายุรุ่นเดียวกับพี่วินเราเลย”
พิมลแนะนำให้กับพิมพ์ดาวได้รู้จัก พิมพ์ดาวยิ้มให้กับทั้งคู่แต่ดูท่าทางผู้ชายที่ชื่อเตชินอะไรนั่นจะไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายอะไรกับเธอสักนิด
“สวัสดีครับ”
เขาทำเพียงพูดห้วนๆ สั้นๆ ไม่ตอบรับอะไรไปมากกว่านี้ สีหน้าท่าทางก็ดูไม่ได้สนใจอะไรในตัวเธอ
บรรยากาศการทานอาหารเป็นไปในทิศทางที่ดีเมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองคุยกัน
ต่างจากหนุ่มสาวทั้งสองคนที่นั่งเงียบไม่พูดคุยอะไรกันเลยสักคำ
หลังจากทานอาหารกันจนเสร็จก็เป็นเวลาเกือบค่ำ
“พิมพ์ดาว เดี๋ยวไปดูหนังต่อกับพี่เขานะลูก”
“เอ๋..”
คนตัวเล็กหันไปมองผู้เป็นป้าแล้วเอียงคอเล็กน้อย แค่นั่งด้วยกันยังอึดอัดจะแย่ ถ้าต้องไปดูหนังด้วยกันคงจะไม่ดี
ผู้ชายคนนั้นมองหน้าเธอด้วยสีหน้าเย็นชาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ณ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
“ถ้าน้องไม่อยากดูเดี๋ยวพี่ไปส่งกลับบ้านก็ได้นะ”
เขาพูดแบบไม่ยินดียินร้าย ไม่ได้ใส่ใจอะไร
“ไม่เป็นไรค่ะ ดูก็ได้ค่ะ”
พิมพ์ดาวเองก็ไม่ได้อยากจะดูนักหรอก แต่เธอเห็นว่ามีตั๋วหนังอยู่ในมือของผู้ชายคนนี้แล้ว
ต่อให้ปากจะปฏิเสธแต่คุณป้าทั้งสองก็ยัดตั๋วหนังที่ซื้อเอาไว้ให้กับทั้งสองคน แบบนี้ก็เหมือนมัดมือชก
“บอกตามตรงว่าพี่ก็ไม่ชอบการจับคู่แบบนี้ น้องก็ไม่ชอบเหมือนกันใช่ปะ?”
“ค่ะ”
พิมพ์ดาวตอบรับแค่นั้น เธอไม่ควรพูดอะไรให้มากกว่า
แต่เตชินเห็นแบบนั้นก็ถึงกับเลิกคิ้วมองบนใส่เธอ ผู้หญิงอะไรพูดเป็นแต่คำว่าค่ะ
“น้องพูดเป็นคำเดียวเหรอ”
“เอ๋..”
พิมพ์ดาวแปลกใจที่เขาพูดแบบนั้นออกมา แต่ดูก็รู้ว่าเขาไม่ใช่สุภาพบุรุษ คำพูดคำจาไม่ได้สุภาพ แต่ก็ไม่คิดว่าจะยียวนกวนประสาทได้ถึงเพียงนี้
“เอาเหอะ ดูก็ดู”
ยังไงก็มาแล้วและเงินค่าตั๋วหนังก็ถูกจ่ายไปแล้ว กับอีแค่สองชั่วโมงกว่าๆ คงจะไม่เป็นอะไร
หนังที่มารศีและพิมลสั่งให้คนจองตั๋วเอาไว้คือหนังรักโรแมนติกแห่งยุค เรียกได้ว่าสองหนุ่มสาวนั่งที่นั่งพิเศษสุดสวีทด้วยกัน แต่กลับไม่ได้มีความรู้สึกตามนั้นเลย
หลังจากดูจบทั้งคู่ก็เดินออกมาจากโรงภาพยนตร์ด้วยกัน พิมพ์ดาวรู้สึกเหนื่อยมากวันนี้สีหน้าเธออ่อนล้าและโรยแรงเต็มที
“หนังอะไรก็ไม่รู้โคตรน่าเบื่อ”
เตชินพูดออกมาจากความรู้สึกที่แท้จริง พิมพ์ดาวแอบลอบมองเขาอย่างทึ่งๆ ถ้าเธอเป็นคนปากตรงกับใจได้อย่างเขาก็คงจะดี แต่ด้วยสภาวะที่พิมพ์ดาวเป็นเธอไม่อาจทำแบบเขาได้
ผู้ชายอะไรเหมือนคนกินรังแตนอยู่ตลอดเวลา ถ้าจะอาการหนักกว่าอัศวินพี่ชายของเธอซะอีก พิมพ์ดาวคิดในใจแต่ไม่พูดออกไป
“เป็นอะไร ทำไมมองหน้าพี่แบบนั้น”
เตชินขมวดคิ้วมุ่น เมื่อเห็นว่าพิมพ์ดาวแอบมอง ดูจากหน้าตาก็พอจะมองออกว่าแอบนินทาเขาในใจแน่ๆ ยัยเด็กคนนี้
“เปล่าค่ะ”
เธอตอบรับไปแค่นั้น แต่ภายในใจก็คิดว่าคนอะไรก็ไม่รู้อารมณ์ร้อนชะมัด หน้าก็หล่อซะเปล่า
เตชินเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี ผิวขาวเนียนละเอียด ใบหน้าเรียวคม ตาชั้นเดียวสไตล์หนุ่มมีเชื้อจีน
เขาสวมใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงสแลคขายาวสีดำพร้อมกับรองเท้าหนัง เรียกได้ว่าภายนอกนั้นดูดีทุกประการ
“น้องนี่ก็แปลกเนอะ ไม่ได้ชอบไม่ได้สนใจแต่ทำไมถึงมาดูหนังกับพี่ตามที่ผู้ใหญ่สั่ง?”
เมื่อเห็นพิมพ์ดาวเงียบเขายิ่งสงสัย ไม่รู้ว่าผู้หญิงไทยเป็นแบบนี้ทุกคนหรือเปล่า เงียบ หวาน ไม่กล้าโต้เถียงอะไรมากนัก
“ก็ไม่ได้ลำบากอะไรนี่คะ”
หลังจากทนฟังอยู่นานก็อดที่จะแขวะไปไม่ได้
“หึ พี่ทำนิสัยเสียใส่ขนาดนี้แล้วไม่โกรธ ไม่เกลียด ไม่ด่าให้ได้สติหน่อยเหรอ?”
เตชินยิ้มขึ้นมาแล้วมองหน้าพิมพ์ดาว คิดว่าผู้หญิงถ้าเจอนิสัยด้านนี้ของเขาเข้าไปก็จะเตลิดกันไปทุกคน เขาทำแบบนี้มากับหลายคน โดยเฉพาะกับพวกผู้หญิงที่ป้าหรือพ่อแม่มัดมือชกมาให้ และในวันนี้พิมพ์ดาวก็เป็นหนึ่งในนั้น
แต่กับพิมพ์ดาวนี่มีความอดทนสูงมาก ยอมรับเลยจริงๆ เพราะถ้าเป็นตัวเขาเองคงทนกับพฤติกรรมผู้ชายแบบนี้ไม่ได้
“เรื่องอะไรจะต้องเกลียดล่ะคะ พี่ไม่ได้เข้ามาตบตีทำร้ายพิมพ์สักหน่อย”
“แม่พระจัดเลยนะเธอเนี่ย”
เขาโดนบังคับให้ดูตัวกับผู้หญิงหลายคน ผู้รากมากดี ไฮโซทั้งหลาย แต่ไม่มีใครทนพฤติกรรมที่เขาทำใส่แบบนี้ได้เลย แถมยังจะวีนเหวี่ยงกลับมาซะอีก
ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่เตชินตั้งใจทำ เขาไม่ได้อยากจะมีใคร เขาแค่อยากอยู่เงียบๆ และทำงานไปคนเดียว
มีแต่ที่บ้านและญาติๆ นั่นแหละที่ต่างหาคู่ให้เขากันซะหมด ไม่รู้ว่าถ้าไม่มีคู่แล้วมันตายรึยังไงถึงอยากให้มีกันนัก
“ก็ไม่นี่คะ”
เสียงเล็กเอ่ยตอบออกมาแบบนั้น เธอไม่มีสิทธิ์คิดโกรธใครอยู่แล้ว
สถานะของพิมพ์ดาวไม่ใช่ลูกหลานไฮโซปกติ เธอเป็นเพียงลูกบุญธรรมที่ได้รับการอุปการะมาดูแล
ดังนั้นเธอจึงไม่มีนิสัยที่เอาแต่ใจตัวเองแม้ว่าจะโดนตามใจมากก็ตาม
พิมพ์ดาวไม่เคยลืมตัวว่าเธอมาจากไหน ไม่เคยลืมตัวเลยว่าเธอไม่ใช่สายเลือดแท้ๆ ของตระกูลอัครวิน
“ยังเรียนอยู่ใช่มั้ย?”
“ค่ะ”
“ปีสองนิเทศ?”
“ค่ะ”
“เหอะๆ ตอบเป็นอยู่คำเดียวจริงด้วย”
เตชินเชื่อแล้วจริงๆ ว่าพิมพ์ดาวเรียบร้อยอย่างที่มารศรีได้กล่าวเอาไว้ ป้ามารศีเป็นป้าแท้ๆ ของเขา
“...”
“พรุ่งนี้เลิกเรียนกี่โมง?”
เตชินถามเสียงนิ่ง
“สี่โมงเย็นค่ะ”
“ไว้พี่จะไปรับพรุ่งนี้”
“แต่...”
“อย่าปฏิเสธน่า เธอก็รู้ว่าป้าเราสองคนอยากให้เราสนิทกัน”
“ค่ะ”
“หึๆ โอเค กลับกันเถอะเดี๋ยวพี่ไปส่งที่บ้าน”
เตชินกระตุกยิ้มเมื่อเห็นท่าทางของหญิงสาว
เธอค่อนข้างน่าสนใจอยู่ไม่น้อย
เขาไม่รู้ประวัติเกี่ยวกับเธอมาก ป้ามารศรีแจ้งเขาเพียงว่าน้องยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยและเรียนคณะนิเทศศาสตร์ ทั้งยังกำลังเข้าวงการทำงานเกี่ยวกับการแสดง
แต่เรื่องอื่นๆ นั้นเขาไม่รู้เลย
แต่ที่แน่ๆ คือเธอไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นที่เขาเคยดูตัว
เตชินขับรถมาส่งพิมพ์ดาวจนถึงหน้ารั้วคฤหาสน์อัครวิน
“ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะครับ”
“ค่ะ ขอบคุณนะคะพี่เตชิน”
พิมพ์ดาวตอบรับก่อนจะเดินลงมาจากรถแล้วเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังโต บ้านที่อบอวลไปด้วยความรักของผู้เป็นพ่อแม่บุญธรรม...แต่ปัจจุบันมันไม่ใช่
พิมพ์ดาวไม่รู้เลยว่าขณะที่เธอกำลังกำลังเดินขึ้นมาที่ชั้นสองของคฤหาสน์ กำลังมีใครบางคนจับจ้องมองเธอจากกล้องวงจรปิดภายในโทรศัพท์...
