บท
ตั้งค่า

บทที่ 4/2

@บ้านวัฒนเกียรติ

ร่างหนาของทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลวัฒนเกียรติ นั่งนั่งอยู่บนโซฟาวีแดงกำมะหยี่ตัวหรู มือข้างหนึ่งถือชาร้อน ส่วนอีกมือถือหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าตรู่ของต้นเดือนสิงหาคม

ข่าวหน้าหนึ่งวันนี้คงหนีไม่พ้นงานเลี้ยงต้อนรับท่านนายกรัฐมนตรีคนใหม่ นายหนู อิ่มดี นายกที่มาจากการเลือกตั้ง แบบที่ไม่ได้ถือเสียงประชาชนเป็นอธิปไตย

"น่าอายสิ้นดี"

มือหนายกชาร้อนกลิ่นหอมขึ้นจิบ โยนหนังสือพิมพ์ลงลวกๆ อย่างไม่ค่อยนึกจะสนใจต่อ

"อารมณ์เสียอะไรแต่เช้า"

เกริกหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม คว้าหนังสือพิมพ์มากวาดสายตาอ่านบ้าง

"ก็แค่พวกนักการเมืองโกงกิน โมโหโกรธาไปจะเปลี่ยนอะไรได้"

"งั้นปู่ให้ผมลองสมัครนายกดูไหมครับ ไม่แน่นายกคนที่สามสิบสี่อาจจะเป็นผมก็ได้"

"ฉันว่าประเทศยังไม่พร้อมมีนายกแบบแกนะ อัคคี"

"ดูถูกกันเข้าไป"

ยียวนกวนบาทาสมกับเป็นหลายชายเพียงคนเดียวของบ้านวัฒนเกียรติจริงๆ

'อัคคี' หนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดปี หลานรักท่านของเกริก ล่ำสัน สูง หน้าตาหล่อเหลา แต่งตัวภูมิฐาน มาดนักธุรกิจใหญ่สมกับจบนอก ไม่เสียแรงกับเงินที่ส่งเสียไปหลายปี จนจบเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ปริญญาโทจากออฟฟอร์ด

"หน้าที่เดียวของแก คือหาเมียแล้วมีเหลนให้ฉัน ทำง่ายกว่าเป็นนายกเยอะ"

ในที่สุดจุดประสงค์หลักก็ออกจากปากจนได้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกต้อนให้มีเมีย สีหน้าทายาทหนุ่มเลยไม่ค่อยปริ่มเปรม แต่เป็นเบื่อหน่าย

เรื่องงานหลักแหลม เรื่องเรียนนับว่าเป็นหัวกะทิ แต่เรื่องรักกลับอ่อนด้อยประสบการณ์ แม้จะอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ เหมาะกับการออกเหย้าออกเรือน แต่ก็มิได้นำพา

"ผมไม่อยากมีเมีย"

"แกจะหาข้ออ้างขึ้นคานวันละกี่ข้อกันอัคคี"

"ก็จนกว่าปู่จะเลิกคิดหาเมียให้ผม"

"แล้วทายาทวัฒนเกียรติล่ะ จะให้เลือดเนื้อเชื้อไขฉันจบสิ้นที่แกรึไง รู้รึเปล่ากว่าบ้านเราจะมีวันนี้ เลือดตาฉันแทบกระเด็น"

"นี่ปู่ ผมไม่ใช่วัวพ่อพันธุ์ ที่นึกอยากจะเอาไปผสมกับใคร ตอนไหนก็ได้"

"ก็ถ้าแกสืบพันธุ์ไม่ได้ ฉันจะเลี้ยงแกมาจนโตทำไม รู้แบบนี้น่าจะเอาขี้เถ้ายัดปากตั้งแต่เด็ก"

แค่ไม่อยากเป็นวัวพ่อพันธุ์ ถึงกับจะไม่ให้โอกาสกันได้โตเลย วิถีคนรวยนี่มันโหดร้ายจริงๆ

"ช่างเรื่องผสมพันธุ์อะไรของปู่ก่อนเถอะครับ"

หลานชายบอกปัดอย่างไม่ใส่ใจ เพราะเรื่องที่ใส่ใจคือเรื่องคนตัวเล็ก ที่บังเอิญได้เจอเมื่อหลายวันก่อนต่างหาก

"หลายวันก่อนผมไปเจอคนคนนึงมา บังเอิญไปได้ยินว่าเค้าเป็นหนี้บ้านเรา ไม่รู้มาก่อนเลยว่าปู่ที่ขี้เหนียวขนาดนี้จะกล้าให้คนอื่นยืมเงิน"

อัคคีเลิกคิ้ว ทอดสายตาพิจารณาเกริกด้วยความใคร่รู้ ใครบ้างไม่รู้ ว่าท่านเกริกวัฒนเกียรติตระหนี่ขี้เหนียวแค่ไหน

"ฉันตระหนี่กับพวกที่ไม่ซื่อสัตย์ ใครทำดีกับฉัน ฉันก็ช่วยเหลือ"

เกริกยกชาร้อนขึ้นจิบ สายตาวาววับขึ้นครู่หนึ่งอย่างมีนัยยะ จนคนเป็นหลานนึกสงสัยขึ้นมาอีกนิด

"ดูท่าเงินที่ปู่ให้ยืมไป ทางนั้นคงหามาคืนไม่ไหว"

ผู้หญิงคนนั้นไม่แน่ว่าถ้าขายบ้านไป จะมีมาคืนให้ครบรึเปล่า คงจะใช้หนี้เท่าที่มีอยู่แทน

"ไม่ได้เงินคืน ก็ต้องรับอย่างอื่นแทน"

มือหนาที่กำลังยกชาขึ้นจิบอีกครั้งชะงัก สายตาเลื่อนขึ้นมองใบหน้าเกริก ที่มองมาก่อนด้วยนัยน์ตาจริงจัง

"นี่คงไม่ใช่จะเอาลูกสาวเค้ามาขัดดอกนะปู่”

อัคคีพูดเตือนเสียงเรียบ คิ้วได้รูปขมวดเข้าหากันเล็กๆ อย่างไม่ชอบใจ อายุปูนนี้แล้วยังหวังอยากได้เมียเด็กอีก

"แกเห็นปู่แกเป็นคนยังไง ไอ้หลานเวรนี่"

"แล้วก็ทำมีลับลมคมในอยู่นั่น"

อัคคีถอนหายใจเบาๆ

"เงินน่ะฉันไม่สน ทางนั้นยอมใช้หนี้ตามที่เสนอไปแล้ว"

ไม่สนเรื่องเงิน แต่ใช้หนี้ตามข้อเสนอ ฟังดูทะแม่งๆ

"ข้อเสนอ?"

เกริกพยักหน้ารับ ครั้งนี้ส่งยิ้มพอใจให้หลานชายเพียงคนเดียว

ขนบนตัวอัคคีลุกเกรียว สัญชาติญาณมันเตือนว่าเรื่องที่เกริกจะพูดต่อไปนี้ อาจจะทำให้ต้องปวดหัวไม่ต่างจากการหาเมียมาผลิตทายาท

"เดือนหน้าเตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าว ฝั่งนั้นยอมให้ลูกสาวมาแต่งกับแกแล้ว"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel