บท
ตั้งค่า

บทที่ 2

คฤหาสน์หลังนี้ไม่ต่างอะไรกับสุสานที่หรูหราและเย็นเยือก

เมื่อรัตติกาลมาเยือน ฉันถูกจับสวมชุดราตรีผ้ากำมะหยี่สีดำราคาแพง ราวกับสุนัขที่ถูกจับแต่งตัวเพื่อนำมาโชว์ในห้องโถงใหญ่

เสียงกระซิบกระซาบดังแว่วเข้าหูราวกับเสียงขู่ฟ่อของงูพิษ

ลูกสาวของไอ้คนทรยศเฮนรี่ แวนซ์บ้างล่ะ... ของเล่นชิ้นใหม่ของท่านเจ้าพ่อบ้างล่ะ... อีผู้หญิงแพศยาที่ยอมขายวิญญาณและศักดิ์ศรีของตัวเอง...

ฉันเชิดหน้าขึ้นตั้งหลังตรง จิกเล็บลงบนฝ่ามือจนแน่น และขบเม้มริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด

ห้ามล้มลงเด็ดขาดนะ เอลีเนอร์

และแล้ว... เธอก็ปรากฏตัวขึ้น

เซเรน่า แบล็กวู้ดในชุดราตรีสีแดงเพลิงยาวระพื้น เธอแย้มยิ้มอย่างสดใสพลางคล้องแขนของเอเดรียนเอาไว้ ท่าทางนั้นดูสนิทสนมและเป็นธรรมชาติเหลือเกิน

“ขอโทษทีนะคะที่มาสาย... ที่รัก”

เธอหันไปหาทุกคนด้วยท่าทางราวกับเป็นนายหญิงของบ้าน “เชื่อว่าทุกคนคงรู้จักฉันดีอยู่แล้ว การเกี่ยวดองกันระหว่างตระกูลแบล็กวู้ดและตระกูลครอสคือพรหมลิขิต ซึ่งจะทำให้ตระกูลของเราแข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

เกี่ยวดอง? คู่หมั้นงั้นเหรอ?

ฉันรู้สึกเหมือนถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่หัวอย่างจัง หูทั้งสองข้างอื้ออึงไปหมด

เธอทำเป็นเพิ่งจะเห็นฉัน ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสมเพชและเหยียดหยาม

“โอ้... เอเดรียนก็แบบนี้แหละค่ะ ชอบเก็บพวกคนจรจัดกลับมาบ้านเสมอ”

“แต่ก็นะ... ของเล่น” สายตาของเธอกวาดมองฉันราวกับมองเศษฝุ่นใต้รองเท้า “ยังไงมันก็คือของเล่น วันยังค่ำก็เชิดหน้าชูตาไม่ได้หรอก”

เลือดในกายฉันสูบฉีดขึ้นถึงหัว

ความอัปยศ ความโกรธ และความรู้สึกเหมือนถูกหักหลังเผาไหม้สติสัมปชัญญะของฉันจนแทบคลั่ง

ฉันจ้องมองเอเดรียน น้ำเสียงสั่นพร่าจากการข่มอารมณ์ “ในเมื่อคุณมีคู่หมั้นอยู่แล้ว คุณก็ควรจะให้เกียรติความรักของคุณสิ แล้วทำไมยังต้องบังคับให้ฉันเซ็นสัญญาบ้าๆ นั่นอีก!”

แววตาของเอเดรียนเย็นยะเยือกขึ้นทันควัน เขาจ้องฉันพลางเน้นทีละคำ

“เอลีเนอร์... สำนึกในฐานะของตัวเองไว้ซะ”

ฐานะของฉันงั้นเหรอ...

ฐานะ ‘ชู้รัก’ อันน่าขำและต่ำต้อย ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพียงเพื่อใช้เหยียดหยามลูกสาวของศัตรู

เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นเบาๆ รอบตัว สมาชิกอาวุโสของตระกูลคนหนึ่งค้ำไม้เท้าเดินเข้ามา แววตาคู่นั้นขุ่นมัวและน่ารังเกียจ

“สายเลือดของพวกแวนซ์มันสกปรก ถนัดแต่เรื่องหักหลัง... ถ้าอยากจะอยู่ที่ตระกูลครอส ต่อให้เป็นตำแหน่งที่ต่ำต้อยที่สุด ก็ต้องสาบานด้วยเลือดเพื่อพิสูจน์ ‘ความจงรักภักดี’ ของคุณ”

มีดสั้นประดับอัญมณีถูกยื่นมาตรงหน้าฉัน

ความหนาวเหน็บแล่นพล่านจากฝ่าเท้าขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ

สาบานด้วยเลือด?

นี่มันแทบจะเป็นการตีตราความเป็นทาส เป็นการบดขยี้ศักดิ์ศรีและความทระนงของฉันให้แหลกสลาย

ฉันหันไปมองเอเดรียน เขายังคงยืนนิ่งเงียบอยู่ตรงนั้น ดวงตาสีฟ้าเทาคู่นั้นไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ราวกับกำลังรอดูละครฉากใหญ่ที่เขาตั้งตารอมานาน

เขานิ่งเฉย... นั่นเท่ากับเขายินยอม

หัวใจของฉันดิ่งวูบลงสู่ก้นบึ้งของขุมนรกน้ำแข็ง ฉันเข้าใจแล้วว่านี่คือสิ่งที่เขาต้องการ

เขาต้องการประจานฉันต่อหน้าทุกคน เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันเพียงเพราะฉันเป็นลูกสาวของคนทรยศที่สมควรตาย

แต่เพื่อพ่อ... ฉันต้องทน

“ฉันยอมรับ! แต่พ่อของฉัน เฮนรี่ แวนซ์ และตัวฉัน เอลีเนอร์ แวนซ์... พวกเราไม่ใช่คนทรยศที่สกปรกและต่ำช้า!”

ฉันยื่นมือออกไป นิ้วมือเย็นเยียบและแข็งทื่อขณะคว้ามีดสั้นที่หนักอึ้งเล่มนั้นไว้

คมมีดจดลงบนกลางฝ่ามือซ้าย สัมผัสที่เย็นเยือกทำให้ฉันสั่นสะท้าน ฉันหลับตาลง เตรียมจะกรีดลงไป—

“พอได้แล้ว!”

ข้อมือของฉันถูกคว้าไว้อย่างแรง

ดวงตาของเอเดรียนฉายแววหงุดหงิดเสียใจออกมาแวบหนึ่ง แต่มันก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว จนเหลือเพียงความเย็นชาที่เข้ามายึดพื้นที่ไว้ตามเดิม

เขาชิงมีดไป ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของทุกคน เขาคว้ารวบเอวฉันเข้าหาตัวอย่างป่าเถื่อน บังคับให้ร่างของฉันปะทะกับแผงอกที่แข็งแกร่งของเขา

เขากวาดสายตามองไปทั่วงาน น้ำเสียงไม่ได้ดังนักแต่กลับสยบทุกเสียงรอบข้างได้ราบคาบ “ผู้หญิงคนนี้เป็นคนของฉัน มีแค่ฉันเท่านั้นที่มีสิทธิ์รังแกเธอ ใครที่กล้าลงโทษเธอข้ามหน้าข้ามตาฉัน ก็เท่ากับตั้งตัวเป็นศัตรูกับฉัน”

ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วบริเวณ

เขาพาฉันเดินจากมา ทิ้งไว้เพียงกลุ่มคนที่ตกอยู่ในความหวาดกลัว และใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความริษยาของเซเรน่า

เมื่อกลับมาถึงห้องพักที่หนาวเหน็บ เขาก็เหวี่ยงฉันลงบนโซฟาอย่างแรง ราวกับสัมผัสโดนสิ่งของที่สกปรกโสมม

เขาบีบคางฉันแน่น บังคับให้ฉันสบตาเขา ในระยะที่ใกล้จนฉันเห็นเงาสะท้อนที่ซีดเซียวและน่าเวทนาของตัวเองในดวงตาของเขา

“การถูกฉันทรมานเพื่อระบายโทสะ... คือคุณค่าเพียงอย่างเดียวของเธอที่นี่”

“เก็บท่าทางพยศนั่นไว้ซะ... คนทรยศก็คือคนทรยศวันยังค่ำ”

ลมหายใจของเขาเป่ารดใบหน้าของฉัน มันคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นวิสกี้นุ่มลึกและกลิ่นไม้สนที่เย็นเยือก

เสียงประตูถูกกระแทกปิดดังสนั่น

ความเงียบงันอันมหาศาลเข้ากลืนกินฉัน ความเข้มแข็งที่พยายามฝืนไว้มาตลอดทั้งคืนพังทลายลงในพริบตา ความอัดอั้น ความกลัว และความกังวลที่มีต่อพ่อประดังประเดเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์

ฉันทรุดตัวลงนั่งบนพรม ซุกหน้าลงกับหัวเข่าแล้วปล่อยโฮออกมาสุดเสียง

ฉันไม่รู้ว่าตัวเองร้องไห้อยู่นานแค่ไหน... จนกระทั่งน้ำตาแห้งเหือด เหลือเพียงปณิธานที่เย็นเยียบและแน่วแน่

ฉันต้องหาโอกาสพิสูจน์ความจริง เพื่อล้างมลทินให้พ่อของฉันให้ได้!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel