3 - ให้น้องทำงานแทน
ให้น้องทำงานแทน
ธารารินทร์ยังคงรู้สึกประหม่า และไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคน เมื่อนึกถึงน้ำเสียงของชายหนุ่มเมื่อสักครู่
“น้ำริน เธอเข้ามาที่นี่ได้ยังไง?” ปัณณธรถามหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้าทันที เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคน
สาเหตุที่เขาเรียกเธอว่าน้ำรินนั้น ก็เพราะมีเพื่อนอีกคนก็ชื่อน้ำด้วย เขาเลยเรียกเธอว่าน้ำริน โดยการเอาชื่อเล่นและชื่อจริงของเธอมาเรียกรวมกัน เพื่อที่จะได้จำง่ายและสะดวกแบบนี้ด้วย
“ขอโทษนะแทน คือเราได้ยินมาว่างานแบบนี้เงินดีเราแค่อยากได้เงิน...” ธารารินทร์เชิดหน้าขึ้น เอ่ยบอกเพื่อนออกไปตามตรง พร้อมกับบอกจุดประสงค์ที่เธอต้องการเข้ามาทำงานที่นี่
“แต่ที่นี่มัน...”
“ขอร้องนะแทน เราต้องการงานต้องการเงินจริง” เธอเอ่ยร้องขอความเห็นใจจากเพื่อนอีกครั้ง เมื่อเห็นความลำบากใจของเพื่อนเธอ
“ไปเป็นแม่บ้านที่บ้านของเราสิน้ำริน เรารู้ว่าเธอเป็นคนขยัน ไม่เลือกงานอยู่แล้ว แต่ที่นี่เราว่ามันไม่เหมาะกับคนแบบเธอเลย...” ปัณณธรยื่นข้อเสนอขึ้นมาให้เธอ เพราะรู้ดีว่าธารารินทร์เองก็ไม่ได้เต็มใจที่ทำงานแบบนี้เลย หากไม่ใช่เพราะเรื่องเงิน
“ขอโอกาสให้เราลองดูก่อนเถอะนะแทน”
“แต่เธออายุยังไม่ถึงยี่สิบเลยนะ น้ำริน...” ไม่ใช่ว่าเขาไม่เห็นใจเพื่อน เพียงแต่เขาลำบากใจและไม่อยากมีปัญหากับพี่ชายของเขา
“อีกไม่กี่...”
“เป็นเดือน อีกตั้งหลายเดือนเลย กว่าเธอจะอายุถึงยี่สิบ นี่เราไม่อยากมีปัญหากับพี่ชายเรานะ เพราะเราเองก็พึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาที่นี่เหมือนกัน พี่เราเป็นคนเข้มงวดยิ่งกว่าตำรวจเสียอีกน้ำริน...” เขาพูดสวนขึ้นมาเสียก่อนที่ธารารินทร์จะเอ่ยจบ เพราะเขาเรียนด้วยกันกับเธอมาก็พอรู้แล้วว่าเธอนั้นอายุน้อยที่สุดกว่าเพื่อนในห้องทุกคน
“แทนช่วยคุยกับพี่ชายแทนให้เราหน่อยน่ะ...” เธอเอ่ยร้องขอความเห็นใจจากเพื่อนอีกครั้ง เพราะเธอต้องการที่จะทำงานที่นี่จริง
*
*
“คืนนี้คุณธามจะเข้าไปดูงานที่คลับต่ออีกไหมครับ” ศราวิน ลูกน้องคนสนิทเอ่ยถามผู้เป็นเจ้านายขึ้นหลังจากที่เสร็จจากงานในค่ำคืนนี้แล้ว
“คงจะไม่เข้าไปแล้ว ช่วงนี้ก็ให้ไอ้แทนมันดูไปก่อนก็แล้วกัน พอดีฉันนัดกับเพื่อนเอาไว้ด้วย” เสียงเรียบเอ่ยบอกกับคนเป็นลูกน้อง
ปุณณธีร์ พัชรเหมรัตน์ หรือ ธาม ประธานหนุ่มเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจอื่น ๆ อีกที่เขามีหุ้นส่วนทำร่วมกับพรรคพวก เขายังคงครองตัวเป็นโสดมาจนถึงทุกวันนี้ด้วยวัย 30 ปี
ครอบครัวของปุณณธีร์มีธุรกิจเป็นของตัวเอง และทั้งนี้เขายังมีหุ้นส่วนร่วมกับเพื่อนอยู่อีกหลายแห่ง และหนึ่งในนั้นที่ทำเงินได้มากและไวที่สุด ก็คือสถานบันเทิงที่เขาเปิดมาตั้งแต่ยังเรียนมหาวิทยาลัย จวบจนมาถึงปัจจุบันนี้
“ให้...”
“นายกลับไปพักผ่อนเถอะ หมดเวลางานของนายแล้ววิน” ปุณณธีร์เอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน เมื่อรู้ว่าศราวินกำลังจะพูดอะไรออกหมา
เขาทำงานด้วยกันมาตั้งแต่เขาจบมหาวิทยาลัยรับตำแหน่งมาใหม่ ๆ ทำไมเขาจะไม่รู้จักนิสัยกัน ศราวินเป็นทั้งลูกน้องและเป็นทั้งผู้ช่วยฯเปรียบเสมือนญาติเหมือนพี่น้องของเขาไปอีกคนแล้ว
“ครับ คุณธาม...”
“ฉันจะขับรถไปเอง ฉันไม่ดื่มหรอกนายสบายใจได้ ฉันรู้ว่าอะไรเป็นอะไร” เขาเอ่ยรับปากรับคำกับชายหนุ่มออกไป เพราะรู้ดีว่าศราวินเป็นห่วงความปลอดภัยของเขา
“ครับ ดูแลตัวเองด้วยนะครับคุณธาม”
“นับวันนายก็ยิ่งแต่เหมือนแม่ฉันเข้าไปทุกที”
*
*
Night Club
“ก็ได้น้ำรินเราจะให้เธอทำงานที่นี่ เห็นแก่ความเป็นเพื่อนของเรา และกับที่เธอคอยช่วยเราเรื่องการเรียนหรอกน่ะ” ปัณณธรได้แต่จำใจยอมเพราะความเป็นเพื่อน และความน่ารักนิสัยดีของเธอ
“ขอบคุณนะแทน แล้วเราต้องเริ่มงานจากตรงไหนเหรอ” เธอเอ่ยถามเพื่อนขึ้นด้วยความดีใจ ที่เพื่อนอนุญาตให้เธอทำงานต่อที่นี่ได้
“งั้นเธอก็ทำความสะอาดห้องนี้ไปก่อนก็แล้วกัน ดูท่าเธอคงจะรินเหล้าชงเหล้าไม่เป็นหรอก” ปัณณธรเอ่ยบอกเธอไป เพราะรู้ดีว่าเธอทำอะไรเป็นบ้าง
“แต่เรา...”
“เราจะเป็นคนจ่ายค่าแรงให้เธอเองไม่เกี่ยวกับเงินของที่นี่ สองพันต่อคืนแล้วให้เธอเลิกเที่ยงคืน เธอจะว่าไง” เขาจึงเอ่ยบอกกับเธออีก
“สองพัน?” เธอเลิกคิ้วมองเขาอย่างงุนงงที่ได้ยินจำนวนค่าจ้างที่เพื่อนบอก
“หรือว่ามันน้อยไปเหรอ???”
“เยอะมากเลยล่ะแทน แต่ทำไมถึงไม่ให้เลิกตอนคลับจะปิด...” เธอจึงถามถึงเหตุผลที่เธอได้เลิกงานก่อนเวลาที่สถานที่แห่งนี้จะปิด
“ตำรวจชอบเข้าหลังเที่ยงคืน ขืนให้เธอเลิกเหมือนพนักงานคนอื่น ๆ มีหวังได้ซวยกันพอดี” ปัณณธรบอกเธอออกไปตามตรง
“อ๋อ ขอบใจแทนมากนะ ถ้าอย่างนั้นก็สั่งเรามาได้เต็มที่เลย พร้อมทำงานค่ะ” หญิงสาวยิ้มรับอย่างเข้าใจสิ่งที่เพื่อนบอก
“เธอไม่ต้องทำอะไรมากหรอก แค่เตรียมตัวเตรียมใจไว้ก็พอ เพราะพี่ชายของเราโหดมาก ๆ เลยน่ะน้ำริน”
“พี่ชายแทนโหดมากเลยเหรอ” เธอถามออกไปด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่ดูเป็นกังวลอย่างมาก เมื่อเพื่อนบอกเธอออกมาแบบนี้
“กับน้องกับพรรคพวก และเพศเดียวกัน นี้ไม่ต้องพูดถึงเลย แต่กับคนสวย ๆ แบบเธอ เราไม่รู้เพราะพี่เรายังไม่มีแฟน...” ปัณณธรตอบเพื่อนออกไปเท่าที่ตนรู้นิสัยของพี่ชาย
“พี่ชายแทนยังโสดอยู่อีกเหรอ...” ธารารินทร์ถามออกไปอย่างสงสัย เพราะเธอเองก็พอจะทราบดีว่าพี่ชายเพื่อนอายุประมานเท่าไหร่ ถึงจะไม่เคยเจอหน้าหรือรู้จักกันเป็นการส่วนตัวก็ตาม แต่คนที่เพียบพร้อมทั้งหน้าและชาติตระกูลอย่างพวกเขาทำไมถึงยังไม่ออกเรือนกัน เธอแค่รู้สึกแปลกใจว่าเป็นเพราะอะไร
“อืม ถามทำไม หรือว่าเธอสนใจมาเป็นพี่สะใภ้เราน้ำริน” ปัณณธรพยักหน้ารับ ก่อนที่จะเอ่ยแซวเธอขึ้นมา เพียงเพราะอยากจะแกล้งคนอย่างเธอบ้าง
“บะ บ้าหรือไงเรามีแฟนแล้วน่ะ แทนเองก็รู้” ธารารินทร์รีบตำหนิเพื่อน แล้วเอ่ยปฏิเสธด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักที่กำลังรู้สึกประหม่าเมื่อถูกเพื่อนแซวเธอแบบนี้
“อ้อ! เราก็ลืมไปว่าเธอมีแฟนแล้ว แต่พี่ชายเราอายุสามสิบแล้วก็ยังโสด ไม่เห็นว่าพี่จะพาใครหรือผู้หญิงคนไหนมาบ้านเปิดตัวที่บ้านเลยสักคน มีแต่ใช้แก้ขัดไปวัน ๆ ถ้าเบื่อก็เขี่ยทิ้ง ผู้หญิงแทบจะทั้งเมืองแล้วมั้งที่พี่ชายเรากินมา...”
