บทย่อ
เรื่องราวของประธานหนุ่มที่ตั้งสัญญาขึ้นมา เพื่อเป็นการผูกมัดหญิงสาวที่เป็นคู่นอนเพียงแค่คืนเดียว
1 - ทำงานที่ใหม่
ทำงานที่ใหม่
“น้ำจะไปทำงานในสถานที่แบบนั้นจริง ๆ เหรอ?” เสียงทุ้มเรียบเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าซึ่งมีสถานะเป็นแฟนสาวของตนในตอนนี้ เมื่อเธอมาบอกเขาว่าเธอได้งานทำที่ใหม่แล้ว
เอกมนัส หรือ เอก ชายหนุ่มนักศึกษาวัย 20 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ปีที่สอง เขาเป็นชายหนุ่มต่างจังหวัด และเป็นแฟนของหญิงสาวตรงหน้าที่คบหาดูใจกันมา และเข้ามาศึกษาต่อด้วยกันที่เมืองหลวง แต่ทั้งคู่ไม่ได้พักอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน แต่จะไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ เพราะแฟนสาวนั้นพักอาศัยอยู่กับหญิงสาวรุ่นพี่ในหมู่บ้านเดียวกัน...
“จริงสิเอก งานที่นี่แหละได้เงินดีและได้ไวด้วย แบบนี้น้ำจะได้มีเงินส่งกลับให้แม่เยอะ ๆ จะได้ใช้หนี้ด้วยไง” เธอเอ่ยตอบแฟนหนุ่มของเธอด้วยใบหน้าและรอยยิ้มที่มีความหวังเมื่อนึกถึงงานใหม่ที่เธอจะได้ทำในเร็ววัน
ธารารินทร์ ธนารักษ์ หรือ น้ำ หญิงสาวต่างจังหวัดที่เข้ามาศึกษาต่อในเมืองหลวงแห่งนี้ ตอนนี้เธออยู่มหาวิทยาลัยปีสองแล้ว ด้วยวัยเพียงแค่ 19 ปี ชีวิตที่ต้องดิ้นรนหางานส่งตัวเองเรียน เนื่องจากเธอเกิดจากครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ เธอมีมารดาเพียงคนเดียวที่เป็นคนเลี้ยงดูและเป็นเสาหลักของบ้าน
ทั้งคู่เป็นคนต่างจังหวัดที่คบหาดูใจกันมาตั้งแต่จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายแล้ว และเข้ามาศึกษาต่อที่นี่ด้วยกัน ทางบ้านของแฟนหนุ่มเป็นครอบครัวที่มีฐานะมากกว่าเธอ เขาจึงไม่ต้องดิ้นรนอะไรเลย เพราะมีครอบครัวคอยส่งเสียให้ทุกเดือนอยู่แล้ว
ต่างจากเธอที่ครอบครัวเป็นเพียงแค่คนธรรมดา ชีวิตหาเช้ากินค่ำ มีมารดาเพียงคนเดียวที่คอยเป็นเสาหลัก หาเลี้ยงเธอ เพราะบิดาทิ้งไปตั้งแต่ที่เธอยังเล็ก
ธารารินทร์จึงเลือกสอบเข้ามาศึกษาต่อที่นี่ด้วยกันกับแฟนหนุ่ม เพื่อที่จะได้หางานทำได้สะดวกในระหว่างเรียน และส่งตัวเองเรียนต่อเพื่อแบ่งเบาภาระมารดาของเธอมากไปกว่านี้ แถมยังมีเงินส่งกลับไปที่บ้านให้มารดาใช้อีกด้วย
เดิมทีเธอเป็นเพียงแค่เด็กเสิร์ฟร้านอาหารธรรมดาค่าจ้างแค่ไม่กี่ร้อย แต่เมื่อเห็นว่าเพื่อนร่วมสถานศึกษาทำงานในสถานบันเทิงแล้วได้เงินดี เธอจึงสนใจแล้วหันมาปรึกษารุ่นพี่ที่บ้านเดียวกันที่พักอาศัยด้วย จึงได้คำแนะนำมาเพราะหญิงสาวก็ทำงานที่นั่นด้วยเช่นกัน
“แต่เราไม่อยากให้เธอไปทำงานกลางคืนในที่แบบนั้นเลยน้ำ” แฟนหนุ่มพูดด้วยความลำบากใจ เพราะเขารู้ดีว่าสถานที่ที่เธอบอกนั้นเป็นแบบไหน
“พี่ฝ้ายก็ทำงานที่นั่นเหมือนกัน พี่เขาบอกว่าได้เงินดีแถมยังได้ทิปเยอะอีกด้วยน่ะ” เธอเอ่ยบอกกับแฟนหนุ่มไปตามที่รู้ข้อมูลมาจากพี่สาวบ้านเดียวกันที่เธอพักอยู่ด้วยในตอนนี้
“แต่...” เอกมนัสไม่รู้จะห้ามเธออย่างไรดี
“ให้น้ำไปทำเถอะ น้ำจะได้มีเงินส่งกลับไปให้แม่ น้ำไม่อยากให้แม่ทำงานหนักด้วย เพราะตอนนี้แม่สุขภาพไม่ดีด้วย” เธอเอ่ยขออย่างอ้อนวอนกับแฟนหนุ่ม
“แต่น้ำอายุยังไม่ถึงยี่สิบปีเลยน่ะ” เอกมนัสจึงยกเหตุผลข้อนี้ขึ้นมาอ้าง เพราะทราบดีว่าสถานบันเทิงจะรับคนที่อายุยี่สิบปีขึ้นไป
“อีกไม่กี่วันก็จะถึงแล้ว พี่ฝ้ายคงฝากเข้าได้แหละ” อีกไม่กี่่วันที่เธอบอก นั่นไม่ได้แปลว่าวันสองวัน แต่เป็นเดือนสองเดือน เพราะเธอเข้าเรียนก่อนเกณฑ์จึงอายุน้อยกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน
“เราห้ามอะไรน้ำไม่ได้เลยใช่ไหม?” เอกมนัสเอ่ยอย่างจำใจ เพราะไม่สามารถห้ามอะไรหญิงสาวที่ขึ้นสถานะว่าแฟนได้
“เข้าใจน้ำหน่อยนะเอก...”
“น้ำก็ย้ายไปอยู่กับเราสิ เราจะได้ดูแลน้ำได้สะดวกกว่าไง น้ำอยู่กับเราน้ำไม่ต้องทำงานก็ได้” เอกมนัสตัดสินใจพูดคำนี้ขึ้นมาอีก เมื่อเธอไม่ยอมย้ายไปอยู่กับเขาทั้งที่ก็เป็นแฟนกันมาเกือบจะสองปีแล้ว
“เราพึ่งจะคบกันเองนะเอก อีกอย่างถ้าน้ำไปอยู่กับเอกมันคงจะดูไม่เหมาะ” ธารารินทร์เอาเรื่องนี้ขึ้นมาอ้างอีกครั้ง เพราะทราบดีว่าแฟนหนุ่มต้องการอะไร ถึงพยายามหว่านล้อมให้เธอไปพักอาศัยอยู่กัน
“ถ้าอย่างนั้นเราก็หมั้นกันไว้ก่อนก็ได้นี้น้ำ” เพราะรู้ว่าแฟนสาวกังวลเรื่องอะไร เอกมนัสจึงพูดเครื่องนี้ขึ้น
“เอก...”
*
*
Night Club
“พี่ใบหม่อนค่ะ ฝ้ายมีน้องสาวมาฝากให้พี่ช่วยรับน้องเข้าทำงานได้ไหมค่ะ” ปุยฝ้าย หญิงสาวเอ่ยกับผู้จัดการที่รับผิดรับคนเข้าทำงานในสถานบันเทิงแห่งนี้ทันทีที่เธอพาธารารินทร์มาถึงก่อนที่สถานแห่งนี้จะเปิดบริการลูกค้า
ปุยฝ้ายเธอเป็นหญิงสาวต่างจังหวัด เป็นคนหมู่บ้านเดียวกันกับธารารินทร์ แถมยังเป็นรุ่นพี่ที่ธารารินทร์มาพักอาศัยอยู่อีกด้วย หรือตามภาษาปากชาวบ้านก็เรียกว่าเป็นเครือญาติเป็นลูกพี่ลูกน้องคนบ้านเดียวกันนั่นเอง
ปุยฝ้ายเธออยู่มหาวิทยาลัยปีที่สี่แล้ว และใกล้จะจบการศึกษาในเร็ว ๆ วันนี้ เธอเข้ามาศึกษาและอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่อายุสิบแปดปีกว่า เธอทำงานส่งตัวเองเรียนด้วยการรับงานเสริมที่สถานบันเทิงแห่งนี้ โดยที่ไม่เดือดร้อนคนทางบ้านเลย
สาเหตุนี้เองที่ทำให้ธารารินทร์สนใจที่เข้ามาทำงานที่นี่ เพราะเห็นพี่สาวบ้านเดียวกันทำงานส่งตัวเอง โดยที่ไม่รบกวนคนทางบ้านเลย เธอจึงอยากจะลองทำบ้าง
“อายุเท่าไหร่แล้ว ดูเหมือนยังเด็กอยู่เลย แล้วเคยทำงานแบบนี้มาหรือเปล่า” ใบหม่อน สาวใหญ่ที่เป็นผู้จัดการของที่นี่ยิงคำถามขึ้นมาทันที พร้อมกับมองสำรวจไปทางหญิงสาวที่ปุยฝ้ายพามาด้วยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
“สิบเก้าปีอีกไม่นานก็ถึงยี่สิบแล้วค่ะ” ปุยฝ้ายตอบผู้จัดการออกไปตามตรง เพราะไม่มีอะไรที่ต้องปกปิด และเธอเองก็เป็นคนตรงไปตรงมาแบบนี้มาแล้ว
“ปุยฝ้าย! เธอเองก็น่าจะรู้น่ะว่าที่นี่เข้าได้อายุเท่าไหร่...” ใบหม่อนตำหนิเธอออกไปทันที ที่รู้ว่าหญิงสาวที่เธอพามาฝากงานนั้นอายุเท่าไหร่
“ทราบค่ะพี่ใบหม่อน แต่น้องเขาอยากทำงานที่นี่จริง ๆ นะคะ ฝ้ายก็เข้ามาตั้งแต่อายุยังไม่ถึงเหมือนกัน ให้โอกาสน้องเถอะนะคะ” ปุยฝ้ายได้แต่เอ่ยอ้อนวอนหญิงสาวผู้จัดการ
“แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนตอนที่เธอเข้ามาแรก ๆ นะปุยฝ้าย...” ใบหม่อนเอ่ยขึ้นอย่างหนักใจ เพราะทุกวันนี้สถานบันเทิงถูกตรวจเข้ม
“ฝากน้องอีกคนเถอะนะคะพี่ น้องอยากได้งานที่นี่จริง อีกอย่างน้องมันทำงานส่งตัวเองเรียน ที่บ้านน้องก็ลำบากมาก เด็กเป็นเด็กดีนะคะ ฝ้ายรับรองได้ว่าน้องจะไม่ทำให้พี่เดือดร้อนแน่นอน...” ปุยฝ้ายยกมือขึ้นไหว้หญิงตรงหน้า แล้วเอ่ยอ้อนวอนขอความเห็นใจอีกครั้ง

