ตอนที่ 2 โจรปล้น
ตอนนี้เองที่เฉินซีเดินเข้ามาพร้อมกับถ้วยที่บรรจุผักกาดดองเค็มเอาไว้ นางวางลงที่โต๊ะกลางโถงที่พวกเขาใช้สำหรับกินข้าว
“ยืนจ้องแล้วอิ่มหรือ มาตักกินสิ”
“ขะ...ขอรับ...”
เด็กทั้งสองรีบขยับทันทีมือสั่นขณะตักข้าว แบ่งใส่ชามเก่า ๆ พวกเขายังไม่ลืมที่จะตักมาให้เฉินซีก่อน แล้วค่อยนั่งลงด้วยชามข้าวที่มีปริมาณน้อยกว่า
นางเพียงเหลือบมองทั้งสองก่อนจะตักข้าวกิน พร้อมผักดองเล็กน้อย จากนั้นเด็กทั้งสองจึงได้กินตาม พวกเขาไม่กล้าหยิบเอาผักดองด้วยซ้ำ
ผิงจางและผิงอันตอนแรกเพียงค่อย ๆ ตักกิน แต่เมื่อใกล้จะหมดพวกเขากลับกินช้าลง ราวกับกลัวว่าจะไม่มีให้กินอีก
เฉินซีเบือนหน้าหนีไม่มองพวกเขาตรง ๆ นางกินข้าวต่ออีกสองสามคำจนหมด แล้วจึงลูกขึ้น
ครืดดดด .... เสียงเลื่อนเก้าอี้ทำให้เด็กทั้งสองลุกขึ้นยืนตามทันที
เฉินซีถอนหายใจออกมาเสียงดังจนเด็กชายสะดุ้งโหยง
“พวกเราไม่กินแล้ว ...อิ่ม อิ่มแล้ว พี่สะใภ้อย่าตีเลยนะ”
“ข้าอิ่มแล้ว ที่เหลือพวกเจ้ากินเถอะ ...”
พูดจบนางก็เดินไปด้านในเรือนไม่หันกลับมามองพวกเขาอีก
ในช่วงฤดูฝนเป็นปกติของพื้นที่นี้ ที่มันจะมีทั้งลมและพายุรุนแรงเป็นประจำทุกปี แม้ว่าคนที่นี่จะเคยชินอยู่แล้ว แต่ในบ้านที่มีแต่เด็กเล็กและผู้หญิงที่เพิ่งจะผ่านวัยปักปิ่นได้ไม่นาน ย่อมไม่อาจมั่นคงได้เหมือนครอบครัวอื่น ๆ
คืนนี้ก็เช่นกันพายุฝนทำให้เกิดลมพัดแรง จนประตูหน้าต่างกระแทกกันดังปึงปัง เด็กทั้งสองนอนเบียดกันอยู่มุมห้องร่างสั่นเพราะความหนาว ส่วนเฉินซีนั่งอยู่ใกล้หน้าต่างอีกด้านสายตามองออกไปยังความมืด แม่จะโดนละอองฝนแต่นางกลับไม่ขยับหนี
ปัง!
ทันใดนั้นประตูถูกเปิดอย่างแรง สายฟ้าผ่าเปรี๊ยงลงมาเกิดแสงวาบขึ้น เฉินซีและเด็ก ๆ ที่อยู่ด้านในสุดเห็นเงาคนได้ชัดเจน
ชายชุดดำบุกเข้ามาในบ้าน ในมือถือดาบและอาวุธอื่น ๆ เข้ามา เสียงฝีเท้าดังขึ้นพร้อมกันหลายทิศ
“ค้นให้ทั่ว! เด็กและผู้หญิงมัดไว้ ผู้ชายฆ่าทิ้งให้หมด !”
ผิงจางและผิงอันรู้ตัวแล้วว่ามีคนบุกเข้ามาในบ้าน พวกเขารีบขยับตัวเข้ามาใกล้กัน
“ท่านพี่!” เสียงของเด็กคนหนึ่งสั่นเครือ
เฉินซีนิ่งไปชั่วขณะนางเองก็กลัวเช่นกัน เมื่อหันไปมองเด็กทั้งสองที่กำลังสั่นกลัวราวลูกนก แม้จะไม่ได้รักและผูกพันแต่ ... ริมฝีปากนางเม้มแน่นจากนั้นจึงตัดสินใจในที่สุด
“ชู้ววว ... มานี่” นางกดเสียงต่ำกวักมือเรียก
แต่เมื่อเห็นว่าเด็กทั้งสองยังไม่กล้าขยับนางก็เร่งขึ้นอีก “เร็วเข้า!”
ในที่สุดเด็กทั้งสองก็วิ่งเข้าไปหานาง
เฉินซีรีบดึงพวกเขาไว้ “พวกเจ้าสองคนแอบอยู่ในนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าส่งเสียง อย่าออกมา เข้าใจหรือไม่ ! “
นางผลักให้เด็กทั้งสองเข้าไปอยู่ใต้ตั่งไม้ที่นางใช้นอนประจำ จากนั้นจึงรื้อข้าวของออกมากองทับถมเอาไว้อำพรางสายตา
นางคิดว่าพวกนี้น่าจะเป็นโจรที่ชาวบ้านลือกันช่วงนี้ โจรพวกนี้ปล้น ฆ่า และทำทุกอย่างโดยไม่เหลือความเมตตา แม้ตัวเองจะกลัวจนตัวสั่นนางก็ยังมีสติพอที่จะหาที่ซ่อนตัว
“ลูกพี่! บ้านหลังนี้เหมือนไม่มีคนอยู่ ตะเกียงก็ไม่มี บ้านก็ทรุดโทรม”
เสียงหนึ่งดังขึ้น
“ข้าว่าที่นี่คงเป็นบ้านร้างมากกว่า”
“หาให้ทั่ว!” เสียงหัวหน้าคำราม “หากไม่ได้อะไร ก็ไปบ้านหลังอื่นต่อ คืนนี้ต้องกวาดให้เกลี้ยง ฮ่า ๆ!” เสียงหัวเราะหยาบกร้านดังก้อง
เฉินซีแอบอยู่ด้านหลังตู้ไม้เก่าพยายามกลั้นหายใจ
‘อย่าเจอ...อย่าเจอ...’
แต่ในขณะที่นางกำลังตั้งใจฟังอยู่ด้านหน้า กลับไม่ทันสังเกตเงาหนึ่งค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาจากด้านหลัง
กว่าจะรู้ตัวก็มีลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอ “ฮ่า ๆ ...เจอแล้ว” เสียงดังขึ้นข้างหู
ร่างของเฉินซีแข็งค้าง ยังไม่ทันได้ลุกขึ้นหนี ก็ถูกมือหยาบคว้าคอเสื้อของนางเสียก่อน มันกระชากตัวนางออกจากที่ซ่อนอย่างแรง
“ที่แท้ก็มีคนอยู่จริง ๆ” ชายชุดดำยิ้มเหี้ยมสายตากวาดมองนางตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ลูกพี่! เจอของดีเข้าแล้ว!”
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ วิ่งเข้ามาใกล้
เฉินซีดิ้นรนสุดแรง “ปล่อยนะ!”
เพี๊ยะ! นางถูกตบจนหน้าหัน เลือดซึมออกจากมุมปาก
“ดิ้นอะไรนักหนา !”
เฉินซีอ้าปาก กัดลงบนมือของชายผู้นั้นอย่างแรง
“อ๊าก!”
“นังสารเลว!”
ฝ่ามือฟาดลงมาอีกครั้งอย่างไม่ออมแรง
โลกทั้งใบหมุนคว้าง ร่างของเฉินซีทรุดลงกับพื้น ดวงตาพร่ามัวจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใด
นางสะบัดศีรษะแรง ๆ พยายามไล่ความมึนงงออกไป
หัวใจเต้นกระหน่ำในใจมีเพียงความคิดเดียว การถูกตบมันเจ็บเช่นนี้นี่เอง ที่นางเคยทำร้ายเด็กสองคนนั้นคงเจ็บแบบนี้สินะ
พลันในใจก็เกิดเป็นห่วงเด็กสองคนนั้นขึ้นมาจับใจ
อย่าออกมา...อย่าออกมาเด็ดขาด...
“นังสารเลว คอยดูเถอะ พวกข้าจะเล่นสนุกกับเจ้าอย่างไร ฮ่า ๆ ! ”
เสียงหัวเราะของพวกมันดังขึ้นอย่างน่าขยะแขยง
เฉินซีกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะก้มศีรษะลง “อย่า... ได้โปรดปล่อยข้าไป ของในบ้าน พะ พวกเจ้าจะเอา … ก็เอาไปเถอะ” เสียงของนางแหบต่ำท่าทีอ่อนน้อมราวกับยอมจำนนทุกอย่าง
ชายคนหนึ่งหัวเราะหยัน “ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก น้องสาว”
สายตาของมันกวาดมองร่างนางอย่างหยาบคาย
“ของดีอย่างเจ้า...จิ๊ ๆ เล่นให้พอแล้ว เอาไปขายต่อยังได้เงินอีก”
คมดาบเย็นเฉียบยกปลายดาบขึ้นแตะลงที่ลำคอของนาง
เฉินซีตัวแข็งความกลัวเปลี่ยนเป็นความรู้สึกชาหนึบขึ้นมาทั่วร่าง
“หากไม่ยอม หึ...” มันกดปลายดาบลงอีกเล็กน้อย ผิวเนื้อใต้คางถูกเฉือนเปิด
เลือดสีแดงสดค่อย ๆ ไหลออกมาหยดลงบนพื้นดิน
เฉินซีหลับตาลงแน่นแล้วตะโกนออกมา “ฆ่าข้าซะ ! แม้ต้องตายข้าก็ไม่ยอมให้พวกเจ้าหยามเกียรติ”
กึก... เสียงบางอย่างดังขึ้นจากใต้ตั่ง
“หืม?”
ชายชุดดำหันไปมองทันที “ตรงนั้นมีอะไร”
เฉินซีเบิกตากว้างหัวใจหล่นวูบ “ไม่นะ ! ”
ช้าเกินไปแล้วชายคนหนึ่งเดินเข้าไป ยกตั่งขึ้นอย่างแรง ข้าวของที่กองบังอยู่กระจัดกระจายร่างเล็กสองร่างที่ซ่อนอยู่ข้างในถูกลากออกมาอย่างหยาบคาย
“อ๊าก ! ปล่อยนะ” เด็กทั้งสองร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว
“โอ้ มีเด็กด้วยนี่” เสียงหัวเราะดังขึ้น “คราวนี้ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่”
เฉินซีดิ้นสุดแรง “ปล่อยพวกเขา !”
ชายชุดดำกระชากผมของนาง ดึงศีรษะให้เงยขึ้น เป็นเหตุให้แผลของนางมีเลือดไหลทะลักเพิ่มอีก
“อยากให้ปล่อยหรือ”
มันยิ้มเหี้ยมแล้วใช้ดาบจ่อไปที่คอของเด็กคนหนึ่ง
“งั้นก็เลือกสิ จะให้พวกมันตายก่อน...หรือเจ้ายอมดี ๆ”
ดวงตาของเฉินซีสั่นไหวร่างทั้งร่างเย็นเฉียบ แต่แล้วดูเหมือนว่าบาดแผลที่มันกรีดเมื่อครู่จะลึกเกินไป เลือดที่ไหลทะลักออกมาไม่มีท่าทีจะหยุดลงง่าย ๆ
สายตาของนางเริ่มพร่าเลือน ภาพตรงหน้าสั่นไหวไปหมด เสียงหัวเราะของพวกโจรเหมือนจะไกลออกไปทุกที
เด็กทั้งสองยังคงร้องไห้
“ท่านพี่...ฮึก...ท่านพี่...”
เสียงนั้นดึงสติของนางกลับมาเพียงเล็กน้อย เฉินซีมองไปยังเด็กทั้งสองมือเล็ก ๆ ที่เคยสั่น
ตอนนี้กลับนิ่งลงอย่างประหลาด
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมานางเคยตี เคยด่า เคยผลักไสพวกเขา แต่ในวินาทีสุดท้ายนี้ ภาพเหล่านั้นกลับย้อนคืนมาทั้งหมด
ข้า...ทำอะไรลงไป...เลือดไหลลงมาปิดมุมปาก
เฉินซีหัวเราะเบา ๆ เสียงแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน
“พวกเจ้า...” นางเอ่ยช้า ๆ “อย่าร้อง...” ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวค่อย ๆ อ่อนลง “มีชีวิต...พวกเจ้าต้องมีชีวิต...”
“ท่านพี่!” เด็กทั้งสองร้องลั่น
“หึ จะเล่นละครอะไรอีก” ชายชุดดำกระชากผมนางแรงขึ้น
แต่ในวินาทีนั้นเองเฉินซีใช้แรงเฮือกสุดท้ายพุ่งตัวไปข้างหน้า
ฉึก!
คมดาบที่จ่ออยู่บาดลึกเข้าไปในลำคอของนางลึกกว่าเดิม เลือดสาดกระเซ็น ร่างของนางอ่อนยวบลงทันที
“บ้าเอ๊ย!” ชายคนนั้นสบถ “นังนี่มันอยากตายเอง!”
เฉินซีล้มลงกับพื้นเสียงทุกอย่างค่อย ๆ ห่างออกไป ภาพสุดท้ายในสายตาคือเด็กสองคน
ที่ยังมีชีวิตอยู่
ริมฝีปากขยับเล็กน้อยแต่ไม่มีคำพูดใดอีกแล้ว ...
.ตึก !
.ตึก ๆ !
และในความเงียบงันนั้นเองปลายนิ้วที่จมกองเลือดขยับเล็กน้อย ดวงตาที่ควรปิดสนิทค่อย ๆ เปิดขึ้น
แต่สายตานั้นไม่ใช่ของเฉินซีคนเดิมอีกต่อไป หญิงสาวค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง มือแตะลำคอตนเองอย่างรวดเร็ว
“แผลลึกแต่ไม่โดนหลอดเลือดใหญ่...โชคดีหรือซวยกันแน่”
สายตากวาดมองรอบตัวอย่างเฉียบคมก่อนจะหยุดลงที่เด็กสองคน
“สถานการณ์เลวร้ายชะมัด... ถุ้ย” นางถ่มเลือดออกจากปาก
การเคลื่อนไหวของนางเรียกความสนใจจากโจรที่อยู่ใกล้ ๆ ในทันที
“เจ้า ! ... ปะ ปะ เป็นไปได้อย่างไร!” ปลายดาบของโจรที่ชี้มาสั่นเล็กน้อย
เมื่อครู่มันเพิ่งเห็นกับตาว่าหญิงคนนี้ควรจะตายไปแล้ว เลือดออกมากขนาดนั้นแผลลึกถึงเพียงนั้น ต่อให้เป็นคนแข็งแรงก็ไม่มีทางลุกขึ้นมาได้
แต่ตอนนี้...นางกลับนั่งอยู่ตรงนั้น เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เฉินซีไม่ตอบนางก้มลง มองเลือดที่เปื้อนมือของตนเอง ในใจก็นับจำนวนของปัญหาใหญ่ในตอนนี้
หนึ่ง...สอง...สาม...สี่ อย่างน้อยสี่คนในห้อง อีกสองอยู่ด้านนอก
“ฮ่า ๆ ลุกขึ้นมาได้ก็ดี!”
ชายคนหนึ่งหัวเราะเสียงดัง พยายามกลบความหวาดหวั่นในใจ
“ข้าจะได้เล่นต่อ ... ”
ยังพูดไม่ทันจบ
เฉินซีกำเอาดินที่เปื้อนเลือดขึ้นมา แล้วปาใส่หน้ามันเต็มแรง
ฟุ่บ!
“อ๊าก! ตาข้า!” ชายคนนั้นร้องลั่นเผลอถอยหลังโดยไม่ทันตั้งตัว
ในจังหวะนั้นเองเฉินซีพุ่งตัวไปข้างหน้า มือคว้าข้อมือที่ถือดาบของอีกคนบิดอย่างแม่นยำ
กร๊อบ! เสียงกระดูกลั่นดังชัด
“อ๊ากกก!”
“พวกเจ้าสองคนหลับตาเดี๋ยวนี้ ! ” เฉินซีออกคำสั่งเสียงดัง
เด็กทั้งสองหลับตาลงตามคำสั่งทันที
ดาบหลุดจากมือโจร เฉินซีคว้ามันไว้ด้วยความเร็วเหลือเชื่อ นางไม่ลังเลแม้เสี้ยววินาที
ฉับ! เลือดพุ่งกระเซ็น ร่างของโจรคนแรกทรุดลงกับพื้น ทุกอย่างเกิดขึ้นในพริบตา
ห้องทั้งห้องเงียบงันไปชั่วขณะ
“มะ...มัน...”
หนึ่งในพวกมันถอยหลังไปก้าวหนึ่งสีหน้าซีดเผือด
เฉินซียืนอยู่ท่ามกลางกองเลือด ดาบในมือยังคงมีหยดเลือดสีแดง ลมหายใจสม่ำเสมอสายตาเย็นเฉียบ นางขยับตัวเข้าไปยืนขวางด้านหน้าปิดทางเข้าถึงเด็กทั้งสองอย่างสมบูรณ์
และตอนนี้โจรก็เหลือเพียงสองในสี่และอีกสองกำลังวิ่งเข้ามา นางไม่รอให้พวกมันได้ตั้งตัว เอียงคอเล็กน้อยบอกเด็กชายที่อยู่ด้านหลัง
“พวกเจ้าก้มหน้าลง หลับตาห้ามมอง จนกว่าข้าจะเรียก”
เด็กทั้งสองชะงักไปเพียงชั่วอึดใจ ก่อนจะรีบก้มหน้าลงทันที มือเล็ก ๆ ยกขึ้นปิดหูและหลับตาแน่น
