ตอนที่ 8 ผมเท่านั้นที่สั่งคุณได้
กุลวดียืนกุมมืออยู่หน้าโต๊ะทำงานของเจ้านาย กลอกตาล้อกแล้กไปมาลุ้นว่าจะโดนเขาดุไหม หลังจากกลับมาจากร้านอาหารก็เรียกหล่อนเข้าพบด้วยใบหน้าบึ้งตึง วางถุงกระดาษบนโต๊ะทำงาน
“รับไปสิคุณยังไม่กินข้าวกลางวันนี่”
หญิงสาวเหลือบมองถุงกระดาษที่เขาวางบนโต๊ะ คิดว่าด้านในน่าจะเป็นขนมจากข้อความและรูปภาพที่ระบุไว้ด้านนอก
“มีอะไรหรือเปล่าถึงรีบกลับ?”
“โดยที่ผมยังไม่ได้อนุญาต”
ใบหน้าบ่งบอกความไม่พอใจ กล้าดียังไงปล่อยให้พรรณรายแทะโลมเขาตามลำพังจนค่อนบ่าย
“ไม่มีค่ะ ก็คุณพรรณรายอยากอยู่กับคุณตามลำพัง” พอโดนดุเธอก็เปลี่ยนสรรพนามเรียกเขาอีกแล้ว
“พรรณรายเป็นเจ้านายคุณตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงต้องฟังคำสั่งเธอ”
เสียงต่ำจ้องหน้านิ่ง คนถูกถามไม่กล้าสบตา
“ขอโทษค่ะ”
“ผมเท่านั้นที่สั่งคุณได้”
“และต่อไปห้ามให้พรรณรายอยู่กับผมตามลำพังอีก” คนฟังสตั๊นไปสามวิในสิ่งที่ได้ยิน
“ไปทำงานได้แล้ว”
“ค่ะ”
“เดี๋ยวก่อน” เขาเอียงหน้าและมองไปที่ถุงกระดาษ เป็นสัญญาณให้หยิบออกไปด้วย
“ขอบคุณค่ะ”
เดินออกห้องไป รู้สึกเห็นใจยัยไฮโซนั่นขึ้นมาทันที อุตส่าห์ออกตัวแรงขนาดนั้นผู้ชายยังไม่ปลื้ม ดูสวยดูรวยแต่ไม่ตรงสเป็กก็แป้กไป แล้วผู้หญิงแบบไหนที่เขาชอบ แอบถามตัวเอง
วันหยุดสุดสัปดาห์ของกุลวดีในวันนี้ ที่อยากนั่งโง่ ๆ พักชาร์ทแบตให้สมองอยู่ที่บ้าน จึงปฏิเสธชิดสุดาที่โทรมาชวนออกไปเดินเล่นศูนย์การค้า เธอนั่งเปิดหนังสือแมกาซีนดูภาพสวย ๆ ของนางแบบด้านในอย่างอารมณ์ดีที่ห้องนั่งเล่น
“หนูมายด์วันหยุดไม่ออกไปเที่ยวไหนเหรอ?”
ทวีทักทายในตอนสายหลังจากเดินลงมาจากห้อง
“กุ๊ดมอร์นิ่งค่ะคุณอา”
ทักทายผู้อาวุโสพร้อมยิ้มสดใส ตั้งแต่เมยาวีและกุลวดีย้ายมาอยู่ที่บ้าน ทวีดูจะสดชื่นขึ้นมาก คำว่าบ้านมีความหมายขึ้นมากกว่าแต่ก่อน โดยเฉพาะลูกชายของเขาก็กลับมาค้างที่บ้านบ่อยขึ้น ไม่ขลุกอยู่แต่ที่คอนโดเหมือนเคย
“วันนี้ไม่มีแพลนออกข้างนอกค่ะ”
“งั้นดีเลย อาให้เจ้าเสือไปทำธุระให้ หนูก็ไปเป็นเพื่อนพี่เค้าหน่อยก็แล้วกัน” งานเข้าละวันหยุดของฉัน พร้อมกับที่เจ้าตัวเดินลงมาพอดี
“เจ้าเสือมานี่” กวักมือเรียกผู้เป็นลูก
“ให้น้องไปเป็นเพื่อน จะได้ช่วยกันเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ”
หญิงสาวเลิ่กลั่ก วันหยุดยังต้องมาอยู่ด้วยกันอีกเหรอ คิดหาคำพูดที่เหมาะที่สุดในเวลานี้ และบอกไปแล้วด้วยว่าไม่มีธุระที่ไหน
“เอ่อ…คือ บางทีการขับรถคนเดียวเงียบ ๆ ก็เป็นการพักสมองอย่างหนึ่ง”
“คุณเสือชอบความเป็นส่วนตัว คง…”
“โอเค…อีกสิบนาทีออกเดินทาง”
จักรพรรดิสวนขึ้นทันทียกข้อมือขึ้นมองนาฬิกา และหันมามองหน้าหญิงสาวที่กำลังเหลอหลาอยู่ ยัยเด็กนี่ชักจะหนักข้อเข้าไปทุกวันแล้ว ดูหล่อนจะลำบากใจทุกครั้งที่ต้องไปไหนมาไหนกับเขาสองคน
“หนูลำบากใจหรือเปล่า?” ทวีถามพร้อมยกคิ้วมองหน้ารอคำตอบ
เมยาวีที่เดินตามลงมา
“ไปกันเถอะค่ะคุณ” และหยุดมองวงสนทนาตรงหน้า
“มีอะไรหรือเปล่ายัยมายด์?”
“เปล่าค่ะ” หน้าเจื่อน สั่งขนาดนี้แล้วใครจะกล้าปฏิเสธ
รถวิ่งออกไปตามถนนที่ค่อนข้างโล่งในวันหยุดบรรยากาศในรถยังคงเงียบงัน กุลวดีที่นั่งตัวตรงมองไปข้างหน้าอย่างไม่มีจุดหมาย
“ผมทำให้คุณอึดอัดหรือเปล่า?”
เขาพูดขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงเรียบเฉยมองตรงไปข้างหน้า คนถูกถามหันมามอง
“เปล่าค่ะ”
“มายด์คิดว่าคุณเสืออาจจะอยากอยู่เงียบ ๆ”
“เราจะไปไหนกันเหรอคะ?”
หาเรื่องมาคุยเดี๋ยวพ่อไม่พอใจบรรยากาศจะแย่ไปกว่านี้
“ไปดูที่ให้คุณพ่อ ใกล้ ๆ นี่แหละ”
หลังจากมีคนเสนอปล่อยที่ว่างเปล่าขายให้ในราคาที่น่าสนใจ ทวีมอบหมายให้ชายหนุ่มออกไปสำรวจและประเมินราคา ดูว่าพอจะทำกำไรอะไรได้บ้างกับพื้นที่ตรงนี้ สองหนุ่มสาวเดินสำรวจพื้นที่ทั่วบริเวณโดยมีเจ้าของที่พาเดินชมโดยรอบ พูดคุยอยู่พักใหญ่กินเวลาไปนานพอสมควร เสียงโทรศัพท์มือถือของชายหนุ่มดังขึ้น
“ว่าไงไอ้พี”
(“แกอยู่ไหนวะ”)
เสียงปลายสายเอ่ยถาม พูดคุยกับเพื่อนซี้สักพักก็วางสาย พีรภัสลืมซองเอกสารสำคัญไว้ที่คอนโดของเขาหลังจากที่แวะมาดื่มกันตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว
“ต้องกลับไปเอาของให้ไอ้พีที่คอนโดและเอาไปให้มันที่โรงแรม”
พูดและมองสังเกตสีหน้าผู้ฟังหลังจากเอ่ยชื่อพีรภัส
“ใครเหรอคะ?” ถามแบบไม่ได้ใส่ใจ
“เพื่อนผม”
และเอ่ยชื่อโรงแรมของพีรภัส คนฟังชะงักชั่วขณะเมื่อได้ยินชื่อนั้น นึกถึงเหตุการณ์ในคืนนั้นก่อนเงียบไป
หล่อนจำเขาไม่ได้?
หรือคิดว่าเขาจำหล่อนไม่ได้?
หรือแกล้งจำไม่ได้กันแน่?
ก็ดีเหมือนกันเจอไอ้พีที่โรงแรมแล้วดูซิว่าทำหน้ายังไง
“คุณไม่เคยไปที่นั่นเหรอ?” เอ่ยปากถามและลุ้นคำตอบ
“เคยครั้งนึงค่ะ” และหยุดอยู่แค่นั้นไม่พูดต่อ
ชายหนุ่มมองหน้าแทนคำถาม และรอฟังคำพูดต่อจากนั้น คนถูกจ้องรู้ตัวและหันมามอง เขาจะสนใจทำไมกันปกติไม่เคยเห็นจะสนใจเรื่องอะไรของใครเสียที่ไหน ขนาดเรื่องงานบางเรื่องเขายังเมินเลย
“อ๋อ…เป็นเรื่องที่ไม่น่าจำน่ะค่ะ เลยไม่อยากพูดถึง”
เหมือนโดนตบจนหน้าชา หล่อนต้องมืออาชีพขนาดไหนถึงบอกการนอนกับผู้ชายเป็นเรื่องชิว ที่ไม่ต้องจดจำให้เปลืองสมอง ทั้งที่ตัวเองก็ผ่านผู้หญิงมาไม่น้อย ใบหน้าคมก็ตึงขึ้นมาทันทีขับรถกลับคอนโดโดยไม่มีคำพูดใด ๆ ออกจากปาก
กุลวดีลอบมองใบหน้าบึ้งตึงนั้น เป็นอะไรของเขาอยู่ดี ๆ ก็ไม่พูดไม่จา ทบทวนว่าตัวเองทำอะไรให้เขาไม่พอใจหรือเปล่าก็ไม่น่าจะมี รถเลี้ยวเข้าคอนโด สองหนุ่มสาวที่เดินเข้าลิฟต์เหมือนคนไม่รู้จักกันปราศจากถ้อยคำใด ๆ
หลังจากเข้ามาในห้องและนั่งรอเขาที่โซฟา จักรพรรดิเดินหายเข้าไปในห้องนอน เธอกวาดตามองรอบห้องที่ตกแต่งไว้อย่างเรียบง่าย ทุกอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยและสะอาดตา หญิงสาวถือโอกาสเดินชมบรรยากาศของคอนโดหรู ที่เธอคงไม่มีโอกาสได้มาอยู่แน่กับราคาระดับนี้ สายตามองเลยไปเห็นภาพถ่ายที่ใส่กรอบไว้ ตั้งอยู่บนโต๊ะมุมห้อง เป็นรูปถ่ายรวมทีมนักฟุตบอล
เธอตรงเข้าไปที่รูปทันทีหวังจะมองหาเจ้าของหน้าตาที่คุ้นเคย พลันสายตาก็สะดุดกับบางอย่างที่วางอยู่ข้างกรอบรูป เธอหยิบขึ้นมาและกำมันไว้แน่น เลือดสูบฉีดขึ้นใบหน้าจนร้อนผ่าว ความทรงจำเก่า ๆ วิ่งปั่นป่วนจนตาลาย พร้อมกับชายหนุ่มที่เดินออกจากห้องนอนมาพอดี
กุลวดีช้อนสายตามองชายหนุ่มตรงหน้า รู้สึกถึงลมหายใจแรงของตัวเองจนต้องควบคุมไว้ บัตรพนักงาน “ใบไม้กลางกรุง” ที่เธอเคยเป็นพนักงานที่นั่น และเธอทำตกไว้ที่โรงแรมในห้องนั้น…คืนนั้น…แต่ไม่คิดที่จะกลับไปเอาและวันนี้มันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง
