บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 งานใหม่

บริษัทกิตติณรงค์

กุลวดีแต่งกายในชุดยูนิฟอร์มวันแรกของการเริ่มงานใหม่ หญิงสาวนั่งรอในห้องอบรมของบริษัทอย่างตื่นเต้น โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายฝึกอบรมได้เตรียมข้อมูลก่อนเริ่มงานตามระเบียบของบริษัท เพื่อทำความเข้าใจในระบบงานทั้งหมด ก่อนเริ่มงานในแผนกการตลาด และจากนั้นทวีได้มอบหมายให้ “อภินันท์” ผู้ช่วยหนุ่มคนเก่งมือขวาของเขาป้อนงานสำคัญสำหรับเตรียมการให้กุลวดี เพื่อเป็นผู้ช่วยแบ่งเบางานของเมยาวีในอนาคต

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในเดือนแรกของการทำงาน หญิงสาวไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกลับรู้สึกดีกับงานตรงหน้าเสมอ ทำให้ลืมเรื่องราวที่คอยป่วนประสาทของเธออยู่บ่อย ๆ หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ทวีให้เธอย้ายมาอยู่ที่บ้านกิตติณรงค์พร้อมกับเมยาวีเพื่อความปลอดภัย บ้านหลังใหญ่ที่ก่อนหน้ามีแค่ทวีที่เป็นเจ้าของบ้านอาศัยอยู่ และมีป้าดาวเรืองแม่บ้านคนเก่าคนแก่ของบ้าน และสาวใช้อีกหนึ่งราย รวมคนขับรถอีกหนึ่ง

ตอนเช้าในวันหยุดสุดสัปดาห์ของกุลวดี บรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนเหมาะสำหรับการทำอาหารพักผ่อนสมองของเธอในวันนี้ ประจวบกับป้าดาวเรืองแม่บ้านและน้ำฝนหลานสาว ที่เพิ่งขอลาหยุดไปธุระงานศพต่างจังหวัดพร้อมกัน และเธอจะอาสาโชว์ฝีมือทำอาหารให้พี่สาวและพี่เขยในวันนี้

เสียงฮัมเพลงเบา ๆ ดังมาจากในครัวเป็นเสียงที่ไม่คุ้นหู ทำให้ชายหนุ่มที่เพิ่งตื่นเดินตามเสียงไป หลังจากหลายเดือนที่ไม่เคยกลับมานอนค้างบ้าน คอนโดคือที่ส่วนตัวในการใช้ชีวิตตามแบบฉบับของเขา

กุลวดีก้ม ๆ เงย ๆ อยู่หน้าเตาในครัว เธอสวมเสื้อยืดตัวโคร่งคลุมยาวถึงน่อง พร้อมผ้ากันเปื้อนสำหรับทำอาหาร มองผิวเผินแทบไม่เห็นกางเกงขาสั้นที่สวมอยู่ ผมยาวสลวยตอนนี้ถูกเกล้าขึ้นสูงแบบง่าย ๆ เรียวขายาวเดินก้าวไปมาวุ่นอยู่คนเดียว ปากก็ฮัมเพลงเบา ๆ ไปเรื่อย ชายหนุ่มยืนกอดอกพิงประตูมองดูเจ้าของเสียงที่มือกับปากแข่งกันทำหน้าที่

ภาพในความทรงจำเก่าก็ผุดขึ้นมา หล่อนคงจำเขาไม่ได้ ไฟสลัวในวันที่อากาศเป็นใจ จากประสบการณ์ส่วนตัวไม่ต้องเดาให้ยากกับความไม่ประสีประสาของหล่อนในคืนนั้น แต่ที่แปลกใจกว่านั้นคือหล่อนทำไปทำไม หากเดือดร้อนเรื่องเงินแค่บอกพี่สาวก็คงไม่ยาก พ่อเขาเองก็มีเงินมากมายใช้จนตายก็ไม่พร่อง

“คุณเสือ”

เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้หญิงสาวปิดสวิตช์เสียงเพลงที่ปากทันที เมยาวีที่เดินเข้าครัวทักทายจักรพรรดิ

“เมย์ไม่ทราบมาว่าค้างที่บ้าน”

เขาไม่ตอบแค่ยิ้มน้อย ๆ เท่านั้น เดินตรงไปที่มุมกาแฟก่อนจัดแจงให้ตัวเองด้วยความเคยชินจนเรียบร้อยโดยไม่ต้องพึ่งแม่บ้านแล้วเดินออกไป

อาหารเช้าถูกจัดเตรียมไว้พร้อมเต็มโต๊ะ สมาชิกบนโต๊ะอาหารวันนี้เพิ่มเป็นสี่ราย กุลวดีที่ยังไม่ตักอาหารใส่ปากลอบมองชายหนุ่ม

“เอ่อ…คือ วันนั้นมายด์ยังไม่ได้ขอบคุณคุณเสือเลยค่ะมัวแต่ตกใจ”

“ขอบคุณมากนะคะ”

ก้มศีรษะเล็กน้อยและยิ้มอย่างสุภาพ

“ไม่เป็นไร”

ตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉยหันมามองแค่ครู่เดียว แล้วตักข้าวเข้าปากเคี้ยวเหมือนไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร

“อินโทรเวิร์สแน่นอน” กุลวดีคิดในใจ

ดีเหมือนกันที่เขาไม่สนใจ ยังไงเสียหากเขาไม่ปลื้มแล้ววุ่นวายกับเธอมาก ๆ คงจะอยู่ลำบาก เพราะที่นี่เป็นบ้านของเขา และที่ดีไปกว่านั้นคือ ทวีก็บอกแล้วว่าสองชาติเขาจะกลับมาบ้านแค่ครั้งสองครั้งเท่านั้นเอง

“งานยุ่งมากไม่ค่อยได้มีเวลาคุยกันเลย”

“แล้วตำรวจว่าไงบ้าง จับคนร้ายได้หรือยัง” ทวีเอ่ยขึ้น

“ยังเลยค่ะ”

เธอขี้เกียจอธิบาย ยังไงเสียหล่อนก็คงไม่ปล่อยให้ไอ้พ่อเลี้ยงหน้าเป็ดนั่นลอยนวลไปง่าย ๆ แน่

เนื่องจากเมยาวีต้องเดินทางไปทำงานพร้อมกับสามีในทุกวัน รถที่เธอเคยใช้ประจำจึงตกมาเป็นของกุลวดีโดยปริยาย เพื่อความสะดวกในการเดินทางและสิ่งสำคัญคือความปลอดภัยจากไอ้ชั่วเจิดและพวกของมัน

กุลวดีเดินเข้าที่ทำงานตามปกติในตอนเช้ากับบรรยากาศเดิมที่คุ้นเคย แต่สิ่งที่แปลกไปคือมีแม่บ้านของสำนักงานเข้าปัดกวาดเช็ดถูทำความสะอาดสองห้องที่อยู่ติดกัน นับตั้งแต่กุลวดีเข้ามาทำงานที่กิตติณรงค์ ยังไม่เคยเห็นสองห้องนี้เปิดไฟเลยสักครั้ง คือห้องผู้จัดการฝ่ายการตลาด และห้องรองประธาน

กองแฟ้มมหึมาตรงหน้าที่แทบจะมองไม่เห็นคนที่นั่งหลังโต๊ะทำงาน

“ขนมาทำไมเยอะแยะ”

ชายหนุ่มเอ่ยถาม อภินันท์ ผู้ช่วยของทวี

“ท่านประธานสั่งครับ ให้คุณจักรพรรดิดูรายละเอียดทั้งหมดนี้ภายในอาทิตย์นี้ครับ”

“และให้รายงานท่านก่อนเข้าประชุมในวันจันทร์หน้าครับ”

ชายหนุ่มเบือนหน้ามองออกนอกกระจกห้อง คิดเหรอว่าเขาจะนั่งอ่านเรื่องพวกนี้เป็นวักเป็นเวรไม่รู้กี่แฟ้มต่อกี่แฟ้ม ก็บอกแล้วว่าเขาไม่ชอบงานเอเจนซีที่จิดาภารักนักรักหนา แต่ผู้เป็นพ่อก็พยายามยัดเยียดให้ไม่มีที่สิ้นสุด

“ถ้าไม่อย่างงั้น….”

“ท่านประธานจะอายัดบัตรทุกใบ ยึดรถและคอนโดคืนครับ”

หันขวับมามองผู้พูดทันที อภินันท์ โค้งคำนับอย่างสุภาพและเดินออกไป

ทวีเงยหน้าขึ้นจากเอกสารตรงหน้าหันมองตามเสียงเคาะที่ประตูหน้าห้อง

“เข้ามาสิ”

“มีอะไรก็ว่ามา”

รู้อยู่แล้วว่ายังไงก็ต้องโผล่หน้ามา ชายหนุ่มนั่งลงเก้าอี้ด้วยท่าทีใจเย็น แต่ข้างในคือความขุ่นเคืองจากการกระทำของผู้เป็นพ่อ

“ผมก็มาช่วยงานคุณพ่อตามคำขอแล้ว จะบีบบังคับอะไรผมอีก”

“ถ้าฉันไม่บีบ แกจะทำไหม๊ล่ะ”

“มาช่วยงาน แต่ไม่รู้เรื่องงาน แกจะช่วยทำผีอะไรได้”

“ผมบอกไปแล้วว่าผมไม่ชอบงานการตลาด” เขาอธิบายความเป็นตัวเอง

“พอให้ดูงานส่งออกแกก็บอกไม่อยากเป็นรองประธาน การตลาดแกก็ไม่เอา”

“นี่ไอ้เสือ…ฉันไม่เข้าใจแกจริง ๆ เลย กองเงินกองทองท่วมหัวอยู่ตรงหน้า แกจะดิ้นรนทำโปรเจคส่วนตัวของแกไปเพื่ออะไรกัน ฉันจะตายวันตายพรุ่งยังไม่รู้เลย มรดกที่สุมหัวฉันอยู่นี่มันก็ของแกทั้งนั้น”

ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

“ยังไงแกก็ต้องดูงานการตลาด ให้มันซึมเข้าไปในสมองของแก”

“เพราะยังไงมันก็เป็นสมบัติของแก ฉันตายไปก็เอาไปไม่ได้สักบาท แกต้องดูจนกว่าจะหาคนที่เหมาะสมในตำแหน่งนี้แทนแกได้ และหลังจากนั้นแกก็ต้องรับตำแหน่งรองประธานโดยที่ไม่มีข้อแม้”

คนฟังที่นั่งไขว่ห้างหน้านิ่งถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนหน้านั้นที่จิดาภานั่งตำแหน่งรองประธาน ส่วนตัวเขารับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดช่วยงานจิดาภา ลักษณะของงานไม่มีอะไรซับซ้อนวุ่นวาย แต่สิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับเขาคือภาพของพี่สาวที่ต้องคอยเอาอกเอาใจลูกค้า เห็นแล้วมันขัดหูขัดตาไปเสียหมด จนต้องแยกตัวเองออกไปทำโปรเจคทองกับพีรภัส

“เอาล่ะ เอาไว้ฉันจะหาคนช่วยแกก็แล้วกัน” พูดตัดบท และสรุปให้

“ค่อย ๆ เรียนรู้ไปมีอะไรก็บอก” ผู้เป็นพ่อพูดเสียงอ่อนลงอย่างเหนื่อยใจ

กุลวดีและอภินันท์ ยืนรออยู่ด้านหลัง ในมือถือเอกสารรอเข้าพบท่านประธานอยู่ ทวีพยักหน้าส่งสัญญาณให้เข้ามา

“งั้นให้คุณอภินันท์ไปช่วยผม”

“ไม่ได้”

ผู้เป็นพ่อเสียงแข็งสวนทันควัน

“อภินันท์เขาดูงานส่งออกทั้งหมดของฉันก็ไม่มีเวลาเหลือแล้ว ไหนจะงานอสังหาฯ อีก”

“งั้นก็”

ชี้มือมาที่กุลวดี ผู้หญิงน่าจะเอาใจลูกค้าได้ดีกว่า เขาคิดในใจ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel