ตอนที่ 2 ร้านอาหารใบไม้กลางกรุง
ชายฉกรรจ์ที่เกาะรั้วด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ข้างร้าน ทำให้จักรพรรดิสงสัย เขาเป็นใครกัน หากเป็นญาติหรือคนที่มารอรับพนักงานหลังปิดร้าน ก็ไม่น่าที่จะต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ขนาดนี้ หรือเป็นพวกหัวขโมยรองัดแงะหลังจากร้านปิด ลักษณะลุกลี้ลุกลนพิกล ทำให้เขาเลือกที่จะนั่งสังเกตอยู่ในรถ หลังจากที่วางแผนว่าจะมานั่งดื่มคนเดียวเงียบ ๆ หลังร้านปิด แต่เปลี่ยนใจหลังจากคำบอกกล่าวของผู้จัดการร้าน ว่ามีการเลี้ยงส่งพนักงานลาออกในวันนี้
กุลวดีที่ทำงานวันสุดท้ายเก็บของใช้ส่วนตัวที่ยังหลงเหลือในร้าน เธอตั้งใจจะหยุดพักให้หายเหนื่อยหลังจากทั้งเรียนและทำงานมายาวนาน ก่อนเข้าไปช่วยงานทวีตามคำขอ และวันนี้เพื่อนพนักงานก็ขอเลี้ยงส่งท้ายการลาออกของเธอหลังจากร้านปิดจนดึกดื่น
เพื่อน ๆ ที่ร่วมงานเลี้ยงหลายคนเริ่มทยอยเดินออกจากร้าน ชายคนเดิมหลบมุมไปที่ข้างต้นไม้และชะเง้อมองมาที่ประตู ขณะที่กุลวดีเดินออกมาพร้อมเพื่อนพนักงาน ที่พูดคุยกันสองสามคำและโบกมือลาก่อนแยกย้ายกัน
หญิงสาวเดินไปอย่างเร่งรีบตามริมฟุตบาท รถเก๋งติดฟิล์มมืดขับมาจอดรับชายปริศนาและจอดนิ่งสักพักก่อนรถจะเคลื่อนตัวออกไปช้า ๆ ตามถนน จักรพรรดิที่เฝ้ามองตามหนุ่มปริศนาเห็นรถเคลื่อนออกไป แสดงว่าไม่ใช่หัวขโมยที่รองัดร้าน เขาคิดในใจ ก่อนจะติดเครื่องยนต์และขับตามออกไปเช่นเดียวกัน
เมื่อถึงปากทางหญิงสาวหยุดยืนตรงป้ายหยุดรถประจำทาง ถนนเส้นนี้ ณ เวลานี้คงหมดเที่ยววิ่งของรถประจำทางแล้ว น่าจะมีแค่แท็กซี่เท่านั้น เธอคิดในใจ
แสงไฟจากเสาไฟฟ้าริมทางทำให้มองเห็นได้อย่างชัดเจน ทันใดนั้นชายฉกรรจ์สองรายจากรถเก๋งคันเดิม เปิดประตูรถและเดินตรงไปที่หญิงสาว ท่าทีย่างสามขุมแบบไม่ต้องเดาก็รู้ว่าไม่ได้มาดี พร้อมกันที่เธอหันมามอง
กุลวดีถอยหลังกรูเตรียมจะวิ่งแต่ก้าวได้ไม่กี่ก้าวเท่านั้น ร่างใหญ่ทั้งสองก็คว้าข้อมือเล็กและฉุดกระชากร่างของเธอ หนึ่งในชายฉกรรจ์ที่ล็อกตัวเธอจากด้านหลัง ถือผ้าบางอย่างในมือและโปะไปที่ใบหน้าของหญิงสาว สักพักร่างที่ดิ้นรนต่อสู้ก็นิ่งสนิท ชายปริศนาหนึ่งในนั้นวิ่งไปเปิดประตูรถและเข้าประจำที่คนขับ อีกคนอุ้มหญิงสาวพาดบ่าแบกเธอตรงไปที่รถ
จักรพรรดิที่เคลื่อนรถตามออกมา หรี่ตาขมวดคิ้วมองภาพชายปริศนาที่อุ้มร่างหญิงสาวพาดบ่าอยู่ข้างหน้า ดูจากชุดยูนิฟอร์มของหญิงสาวที่สวมอยู่ นั่นคือพนักงานของร้านที่เพิ่งเดินออกมาเมื่อสักครู่ ไวเท่าความคิดเขาพุ่งรถออกไปด้วยความเร็ว ปาดหน้าและจอดขวางรถคันนั้นทันที เสียงแตรบวกกับเสียงเบรกดังสนั่น ชายปริศนาหันขวับมามอง
จักรพรรดิเปิดประตูรถและพุ่งเข้าใส่ชายฉกรรจ์ที่อุ้มร่างไร้สติของหญิงสาว อาศัยช่วงที่มันยังไม่ได้ตั้งตัว กระแทกหมัดไปที่ใบหน้าของมัน จนเซถลาและล้มลงกองกับร่างของผู้หญิง ถีบซ้ำเข้าที่ยอดยกร่างนั้นนอนราบไปกับพื้น เขาตามเข้ากระทืบซ้ำแต่มันเบี่ยงตัวหลบหวุดหวิด และรีบลนลานลุกขึ้น
วิ่งตรงไปที่รถพร้อมกับเสียงตะโกนเรียกของคนขับ มันวิ่งล้มลุกคลุกคลานหัวคะมำคว้าประตูรถเปิด ดันร่างตัวเองเข้าไปด้านในทันที รถเคลื่อนถอยหลังด้วยความเร็วบวกกับเสียงเบรกดังสนั่น หลบรถชายหนุ่มที่จอดขวางไว้และขับทะยานหลบหนีไป เขามองตามป้ายทะเบียนที่ห่างออกไปจนลับตา
“คุณ”
ช้อนร่างที่อ่อนปวกเปียกของหญิงสาวแตะที่แก้มเบา ๆ เพื่อเรียกสติ และต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นหน้าผู้หญิงที่อยู่ในวงแขนของเขาตอนนี้
“คุณมายด์” พูดพึมพำเบา ๆ
และต้องชะงักกับชื่อที่ระบุในบัตรพนักงานที่เธอห้อยสายคล้องที่คออยู่ “กุลวดี วิเศษชัย”
ร่างที่ไร้สติดวงตากลมโตที่หลับสนิทโดยไม่รับรู้เรื่องราวใด ๆ อกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจเข้าออกของหญิงสาวนอนอยู่บนโซฟานุ่มภายในบ้านกิตติณรงค์ โดยมีผู้เป็นพี่ เมยาวี ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดที่ใบหน้าและลำคอ
“ขอบคุณคุณเสือมากนะคะ” เธอเอ่ยขอบคุณอย่างซึ้งใจ ใบหน้ายังเต็มไปด้วยความกังวล
ระหว่างที่รอร่างที่หลับลึกอยู่ให้ได้สติก่อนถามไถ่หาสาเหตุ
กุลวดีลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยอาการสะลึมสะลือ ตาพร่ามองดูเพดานสีขาวด้านบนที่ประดับด้วยโคมไฟห้อยระย้าราคาแพงที่ไม่คุ้นตา เธอกวาดสายตาไปรอบบริเวณเสียงคนสนทนาดังแว่วเข้าหู ภาพเหตุการณ์วิ่งเข้ามาในความทรงจำ หญิงสาวลุกพรวดขึ้นมาทันที พร้อมเซถลาเพราะอาการปวดหนึบที่หัวเหมือนเอาก้อนหินมาผูกถ่วงไว้ จนต้องนั่งลงอีกครั้งที่โซฟาหรูอันเดิม
“ยัยมายด์”
ทันทีที่เห็นหน้าพี่สาวเธอก็โผเข้ากอดทันที กอดแน่นเหมือนกลัวหลุดหายไป น้ำใส ๆ เอ่อล้นขอบตา แม้ในเวลาที่เธอต้องการที่สุดหญิงคนเดิมก็โผล่มาให้เห็น
“พี่เป็นห่วงแทบแย่ ไม่เป็นไรใช่ไหม” ถามทั้งที่ยังกอดอยู่
“มายด์มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
เธอผละออกจากอ้อมแขนของเมยาวี และถามหลังจากคลายความตื่นตระหนก
“คุณเสือเขาเห็นเหตุการณ์พอดี เลยช่วยมายด์ไว้ได้ทัน”
เมยาวีหันมาทางชายหนุ่ม หญิงสาวหันไปมองตามพี่สาว แต่ยังไม่ทันจะขอบคุณคนที่ช่วยเธอไว้หน้าไอ้เจิดก็ลอยมาทันที
“ไอ้เจิด มันมากับใครไม่รู้”
“ไอ้เจิดเหรอ” เมยาวีทวนชื่ออีกครั้ง ผู้เป็นน้องพยักหน้า
“ไอ้เจิด” หรือ “บรรเจิด” ผีพนันสามีสุดที่รักของผู้เป็นแม่ หลังจากที่พ่อจากไปได้ไม่นาน แม่ของเธอก็พบรักใหม่กับไอ้เจิด คบหาดูใจกันได้ไม่นานแม่ก็พามันเข้ามาอยู่บ้าน ความสุขในชีวิตซึ่งไม่เคยจะได้รับจากผู้เป็นแม่อยู่แล้ว ขาดสะบั้นลงทันทีเมื่อบวกกับความเป็นไอ้เจิดเข้าไป
สองพี่น้องไม่สามารถแยกออกจากกันได้ไม่ว่าจะกินหรือนอน เพราะต้องคอยหวาดระแวงไอ้ชั่วที่อยู่ในบ้านในเวลาที่แม่ไม่อยู่ จากแววตาหื่นที่ออกจากสมองชั่วของไอ้เจิดมีหรือสองพี่น้องจะมองไม่ออก มีแค่แก้วตาเท่านั้นที่เหมือนจะตาบอดเรื้อรัง สุดท้ายบ้านที่พ่อแลกมาด้วยหยาดเหงื่อก็ต้องถูกยึดไป ด้วยฝีมือสองผัวเมียผีพนัน
