บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 12 ใกล้ชิด

บรรยากาศห้องทำงานของประธานอบอวลด้วยความตึงเครียด กับหัวข้อการสนทนาโครงการเปิดตัวคอนโดมิเนียมหรูของลูกค้า ที่กิตติณรงค์เป็นเอเจนซีอยู่ และจะกำหนดเปิดตัวในไม่อีกกี่วันข้างหน้านี้ ข้อมูลหลุดรั่วไปอยู่ในมือคู่แข่งทางธุรกิจ ที่เพิ่งโปรโมทไปในตอนเช้าของวันนี้

นั่นก็เท่ากับว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้าที่เจ้าของไอเดียตัวจริงจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เท่ากับก๊อบปี้ไอเดียของอีกฝั่งทั้งที่เป็นของตัวเอง

“ข้อมูลหลุดได้ยังไง?”

ทวีเอ่ยหลังจากระงับไฟที่สุมอยู่ในหัวจนเส้นเลือดบนขอบหน้าผากปูดขึ้น เมยาวีแตะมือสามีเบา ๆ เป็นการปลอบให้คลายความขุ่นเคือง ความเครียดที่มีผลต่อความดันตามที่หมอแนะนำเรื่องสุขภาพของทวี

“ไม่เป็นไรนะคะคุณ เมย์ให้คนสืบอยู่อีกไม่นานคงได้ข้อสรุป”

“คิดเสียว่าเป็นโอกาสอันดีให้คุณเสือกับยัยมายด์โตขึ้นและรอบคอบกว่านี้นะคะ”

นี่คือสาเหตุที่เขาเลือกเมยาวีมาเป็นคู่ชีวิต หญิงสาวที่จิตใจแข็งแกร่งกว่าร่างกาย ฉลาด และรอบคอบ ที่สำคัญหนักแน่นเป็นที่สุด ไม่ว่าเรื่องจะหนักหนาแค่ไหนเขาสามารถปรึกษากับเธอได้ทุกเรื่องและได้ไอเดียดีๆ กลับมาเสมอ

เมยาวีที่มากประสบการณ์จากการเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการบริหารการเงินของธนาคารดัง ที่ทวีติดต่องานด้านธุรกรรมการเงินจนสานสัมพันธ์ต่อและลงเอยด้วยความรัก

หลังจากสองหนุ่มสาวออกมาจากห้องทำงานของประธาน เจ้านายหนุ่มและเลขาก็เงียบกริบทั้งคู่จากปัญหางานที่เกิดขึ้นในวันนี้ และเงียบอยู่อย่างงั้นนานสองนาน จักรพรรดิเอนกายพิงพนักเก้าอี้หลับตาผ่อนคลาย เรื่องนี้ตามต่อไม่ยากแต่ตอนนี้ขอพักสมองก่อน เครียดมาทั้งสัปดาห์เพิ่งจะได้พักวันนี้ก็งานเข้าเสียแล้ว

กุลวดีนั่งครุ่นคิดความสงสัยในวันนั้นยังไม่คลายออกจากหัว วันที่เธอนั่งปั่นงานโปรเจคนี้ทั้งวันและปริ้นงานออกมาให้เจ้านายแล้ว หลังจากนั้นผ่านไปยังไม่ถึงสัปดาห์ ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ก็หายไปทั้งโฟลเดอร์ จนต้องมานั่งพิมพ์ใหม่ หายังไงก็ไม่เจอ ฝ่ายไอทีมาตรวจสอบก็ช่วยอะไรไม่ได้ ถ้าเผลอลบก็ต้องไปอยู่ในถังขยะ มันแปลกพิกล แต่กล้องวงจรปิดในแผนกการตลาดแพนมาไม่ถึงโต๊ะทำงานของเธอ

“มีกล้องตัวไหนที่ส่องเห็นโต๊ะทำงานของมายด์ไหม๊คะ?” เธอเอ่ยถามเจ้านายหนุ่ม

จักรพรรดิเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดอีกตัวในห้องเก็บเอกสาร ที่ส่องออกมาข้างนอกเห็นโต๊ะทำงานของหญิงสาวแค่ครึ่งเดียว ภาพหัวหน้าแผนกการตลาด “โชคอนันต์” เดินเข้ามาในสำนักงานหลังเลิกงานที่ไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว

ท่าทีของเขาที่เหลียวซ้ายแลขวามันส่อพิรุธให้เห็นว่าไม่ปกติ ตรงเข้ามาเปิดคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะทำงานของกุลวดีไล่ดูข้อมูลที่หน้าจอพลางชะเง้อมองที่ประตูเป็นครั้งคราว ก่อนเสียบเมมโมรีการ์ดเข้าไปและนั่งเคาะโต๊ะมองไปที่ประตูบ่อยครั้ง ก่อนถอดเมมโมรีการ์ดออกปิดเครื่องและเดินออกไป

กุลวดียื่นหน้าเข้าไปใกล้หน้าจอมองการกระทำของคนในภาพอย่างลืมตัว จนหน้าอกของเธอเกือบจะเกยแขนของเขาที่วางบนโต๊ะอยู่แล้ว ใบหน้าที่ห่างกันไม่ถึงศอก จนได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากกายหญิงสาวลอยเข้าจมูก จักรพรรดิเผลอมองซอกคอขาวและไต่ไปตามเรียวหน้าด้านข้าง หยุดอยู่ที่ติ่งหู ก่อนจะไล่ลงไปที่คางมน และวนลงมาที่หน้าอกซึ่งอีกนิดเดียวก็จะทับแขนเขาแล้ว เผลอคิดถึงคืนนั้น

“ว่าแล้วเชียวข้อมูลมันจะหายไปได้ยังไง”

พูดคนเดียวย่นคิ้วทำท่าครุ่นคิดสงสัย ค้ำศอกลงที่โต๊ะของเจ้านาย เท้าคางมองจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า

“เขาทำไปทำไมนะ”

และหันมามองหน้าเจ้านายสบตากับเขาที่จ้องมองอยู่ก่อนแล้ว ตอนนี้ใบหน้าห่างกันไม่ถึงศอก เขากะพริบตาและช้าๆ ไม่ละสายตาจากใบหน้าเธอ จ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ทำให้เธอร้อนวูบวาบก่อนจะดันตัวขึ้นถอยออกมาอัตโนมัติ

เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลถือแฟ้มประวัติพนักงานเข้าพบเมยาวีในห้องกรรมการบริหาร

“ขอบใจมาก”

เมยาวีเอ่ยกับเจ้าหน้าที่ ที่ให้ข้อมูลก่อนเดินออกห้องไป

ไม่ยากที่เริ่มตามจากประเด็นไหนก่อน “โชคอนันต์” พนักงานเก่าแก่ของบริษัทที่ชื่ออยู่ในลิซการปรับเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่าย ความสามารถของเขาหากอยู่ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดก็ไม่เป็นที่กังขา แต่ที่ติดคือการทุจริตโดยใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางมิชอบอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ทวีปฏิเสธการเซ็นอนุมัติ

หลังจากที่เมยาวีมารับตำแหน่ง และดูแลเรื่องการเงินแทนทวีได้ไม่นาน ก็พบความผิดปกติของรายรับรายจ่าย และงบประมาณประจำปี หลังจากตามเก็บข้อมูลและสืบหาต้นตอไม่นานก็ได้คำตอบ ริษา เจ้าหน้าที่การเงินที่แอบคบหาอย่างลับ ๆ กับโชคอนันต์ แอบยักยอกเงินในส่วนค่าใช้จ่ายของบริษัทในทางมิชอบเข้าบัญชีตนเอง และปลอมแปลงตัวเลขอันเป็นเท็จเพื่อประโยชน์ส่วนตัว

จากที่เรียกคุยเธอให้การปฏิเสธ และไม่ยอมซัดทอดถึงโชคอนันต์แต่อย่างใด เมยาวีไม่เอาผิดดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ให้เธอเลือกเซ็นใบลาออกจากการเป็นพนักงานโดยไม่มีค่าชดเชยใด ๆ โชคอนันต์คงแค้นอยู่ในใจไม่น้อย ทั้งเม็ดเงินที่หายไปและตำแหน่งที่โดนปิดกั้น แถมชู้รักยังต้องถูกออกจากงานอีก

กิตติณรงค์ออกเอกสารแถลงการณ์ติดทุกมุมประชาสัมพันธ์ของบริษัท และในช่องทางโซเชียลมีเดีย เรื่องการถอดถอนพนักงานที่ทุจริตในหน้าที่ ขายข้อมูลความลับสร้างความเสื่อมเสียให้กับบริษัท ดำเนินคดีกับทุกบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของกิตติณรงค์ รวมถึงฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากคู่แข่งทางธุรกิจที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ถือเป็นข่าวใหญ่ในหน้าข่าววงการธุรกิจในเดือนนี้

หลังสิ้นสุดความวุ่นวายของเรื่อง ทำให้เลขาและเจ้านายหนุ่มได้ใกล้ชิดและเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น

ภาพเลขาและเจ้านายที่นั่งคุยงานอย่างอารมณ์ดีอยู่กับลูกค้าในร้านอาหาร ทำให้บรรเจิดแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ เพิ่งมารับจ๊อบพิเศษเป็นเจ้าหน้าที่รับรถในลานจอดรถของร้านอาหาร ก็มีข่าวดีเสียแล้วไม่รอช้าที่จะโทรหาแก้วตาทันที

มันพยายามหรี่ตามองภาพข้างหน้า ขณะที่แก้วตาก็ด้อม ๆ มอง ๆ รอจังหวะอยู่นานสองนาน สายตาจับจ้องไปที่บุคคลบนโต๊ะอาหารในร้าน กุลวดีและจักรพรรดิที่พูดคุยกับลูกค้าอยู่ด้านใน

“ใครวะที่นั่งข้างไอ้มายด์ใช่ผัวมันหรือเปล่า?”

“ข้าว่าต้องเป็นผัวมันแน่ ๆ”

“แกดูสายตาที่มันมองไอ้มายด์สิ” ไอ้เจิดคาดเดาจากภาพตรงหน้า

“ยังไงเราต้องลองดู มีเวลาอีกไม่กี่วันหากไม่มีเงินไปให้พวกมัน มันฆ่าเอ็งยัดกระสอบถ่วงน้ำแน่แก้วตา แกต้องขู่เอาเงินจากลูกเขยแกมาให้ได้” มันคิดไปเองและปากก็พูดไปตามสมองสั่ง

“ดูท่าแล้วน่าจะรวยเอาเรื่องอยู่ มิน่าล่ะถึงออกจากงานร้านอาหารเก่านั่น มีผัวรวยนี่เอง” แก้วตาหันขวับทันที

“เอ็งรู้ได้ไงว่ามันทำงานที่ไหน แล้วทำไมไม่บอกข้า”

“เฮ้ย…ข้าได้ยินมันคุยกับไอ้เก่งวันที่มันซ้อมข้าปางตายไงล่ะ” มันโกหกหน้าตาย

“ลูกแกสองคนนี่ก็โคตรจะอกตัญญูเหลือเชื่อ ย้ายงานย้ายห้องหนีไม่บอกแกสักคำ” พล่ามไปเรื่อยของมัน

มื้อเที่ยงที่คุยงานกับลูกค้าในวันนี้ผ่านไปอย่างราบรื่น หลังจากที่ลูกค้าออกจากร้านไป กุลวดีขอตัวเข้าห้องน้ำก่อนกลับ และชายหนุ่มที่ยืนรออยู่ด้านหน้า เดินออกจากห้องน้ำก็ต้องชะงักกับบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้า

“แม่”

อุทานเบา ๆ ตะลึงอยู่ชั่วขณะ

แก้วตาและบรรเจิดยืนดักรออยู่ข้างห้องน้ำโซนลานจอดรถของร้านอาหาร มองหน้าผู้เป็นลูกแสดงอาการไม่พอใจหลังจากแทบพลิกแผ่นดินตามหาทั้งพี่ทั้งน้องก็ไร้เงามาเป็นแรมเดือน

บรรเจิดที่มายืนอยู่ตรงหน้ากุลวดี ความรู้สึกจุกที่กล่องดวงใจก็ป๊าบขึ้นมาทันที วันนี้ล่ะที่จะได้คิดบัญชีกับไอ้เด็กอวดดีเมื่อวานซืนคนนี้เสียที และมองอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง

“แกไปอยู่ไหนมา ย้ายห้องหนีไปไม่บอกฉันสักคำ”

“บอกให้แม่รู้เพื่อจะเอาฉันไปขายให้ไอ้แก่ตัณหากลับพวกนั้นน่ะเหรอ”

พูดไปอย่างสุดจะทนกับผู้หญิงตรงหน้าที่เรียกตัวเองว่าแม่ ที่ทำทุกอย่างได้จนแทบจะไม่เหลือความเป็นมนุษย์แม่ที่ควรจะเป็น แก้วตาอึกอักกลืนน้ำลายลงคอ หน้าเปลี่ยนสีแต่ก็แค่แวบเดียวเท่านั้น

“แล้วนี่แกมากับใคร?”

“เกี่ยวอะไรกับแม่ และอย่าคิดหาแผนอะไรมาทำแถวนี้อีกล่ะ ครั้งนี้ฉันไม่หลงกลแม่หรอก ต่อให้โดนไอ้เหี้..นี่ควักลูกกะตาแม่ไปขายก็อย่าคิดว่าฉันจะสน”

“อีมายด์”

บรรเจิดที่สวนทันควันและหูผึ่งกับสรรพนามอันไพเราะที่หล่อนเรียก

“ทำไมไอ้เจิด”

สวนกลับอย่างท้าทาย

“ฉันกำลังเดือดร้อน จะขอยืมเงินแกก่อนเดี๋ยวใช้คืนให้” แก้วตาที่ตัดบทก่อนเรื่องจะวุ่นวาย

“มายด์ไม่มี” ตอบแบบไม่ต้องคิด

“แกมีการมีงานทำทั้งพี่ทั้งน้องแล้วไม่ไยดีแม่บ้างเลยหรือไง”

นางต่อว่าและทวงบุญคุณที่แทบไม่มีให้ทวง

“พี่เมย์โอนให้แม่ทุกเดือน”

“เลี้ยงทั้งแม่ทั้งไอ้กาฝากนี้ได้สบายอยู่แล้ว แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วมั้ง”

พูดอย่างเหลืออดและเบือนหน้าหนี ตั้งแต่จำความได้เพื่อนบ้านต่างเล่าเป็นเสียงเดียว หลังจากที่คลอดลูกคนโตได้ไม่นานนางก็ออกท่องยุทธภพ ใช้เงินเป็นเบี้ยไปกับความสวยและความสนุกส่วนตัว ไม่เคยจะสนใจลูกน้อยด้วยซ้ำ พ่อต่างหากที่ทั้งทำงานและจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาช่วยเลี้ยงลูก ส่วนผู้เป็นแม่ที่อ้างว่าไปทำงานแต่ก็แบมือขอเงินจากพ่ออยู่เหมือนเดิม

เงินในบัญชีที่พ่อแอบออมไว้ให้ลูกเพื่อใช้เป็นทุนการศึกษาในอนาคต ถูกนางขโมยไปใช้ตอนไหนไม่มีใครรู้ แถมรถที่พ่อผ่อนจนหมดนางก็แอบเอาเล่มไปจำนำ รู้ตัวอีกทีเจ้าหนี้ก็มายึดถึงบ้าน พ่อที่ไม่อยากให้เรื่องต้องวุ่นวายก็เลือกที่จะเงียบเพราะสงสารลูก จนกระทั่งคลอดลูกคนที่สองนางก็ออกลายอีกครั้ง และเหมือนจะหนักขึ้น ถึงขนาดมีผู้ชายมาส่งบ้าน ผู้เป็นพ่อขอหย่าแต่นางปฏิเสธและขนเสื้อผ้าหนีออกจากบ้านไป และสุดท้ายก็ซมซานกลับมาขออาศัยอยู่บ้าน แต่ก็แค่ต่างคนต่างอยู่ เพราะนางไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง ยังคงเป็นแก้วตาคนเดิมจนพ่อตายจากไป

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel