ตอนที่ 11 งานเลี้ยง
จักรพรรดิเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ในมือถือปากกาหมุนไปมาครุ่นคิดอยู่คนเดียว หลังจากวางสายจากพีรภัส หญิงวัยกลางคนหนึ่งในภาพจากกล้องวงจรปิดคือผู้เป็นแม่ของกุลวดี ที่มีประวัติเข้าออกห้องขังเป็นว่าเล่น ที่สิงสถิตเป็นประจำของหล่อนคือบ่อนการพนันกับสามีใหม่
“แม่ภาษาอะไรวางยาลูก”
“คุณเมย์จะรู้เรื่องนี้หรือเปล่า?”
เขาจะทำยังไงดีต่อไป ในเมื่อคนที่เขาคิดจะจัดการ กลับเป็นมารดาผู้ให้กำเนิดหล่อนแท้ ๆ และรู้สึกเห็นใจหญิงสาวขึ้นมาทันที หล่อนคงเสียใจไม่ใช่น้อยที่เห็นภาพในวันนั้น และต้องเข้มแข็งขนาดไหนที่ต้องผ่านมันไปให้ได้
กุลวดีเปิดหน้าต่างห้องนอนในตอนเช้า นั่งเท้าคางชมบรรยากาศนอกสวนไปเรื่อยเปื่อย วันนี้เป็นวันหยุดแทนที่ปกติแล้วเธอจะต้องลงไปทำกับข้าวพูดคุยเล่นกับป้าดาวเรืองแก้เหงา แต่ต้องมาขลุกอยู่ในห้องเพียงเพราะไม่อยากเจอหน้าใครบางคน แต่พอไม่ได้เจอกลับรู้สึกแปลก ๆ
ถึงแม้เหตุการณ์ในคืนนั้นจะเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ และก็พิสูจน์แล้วว่าเขาไม่ได้รู้เห็นกับแม่ ลึก ๆ ในใจแล้วเธอไม่ได้รู้สึกรังเกียจเขาแม้แต่น้อย แต่มันหาสาเหตุไม่เจอว่าเพราะอะไรถึงรู้สึกแปลก ๆ เวลาเจอหน้าเขาเลยเลี่ยงที่จะไม่เจอดีกว่า ส่วนที่ทำงานนั้นเลี่ยงไม่ได้ก็ให้เป็นไปตามเหตุการณ์ในแต่ละวันก็แล้วกัน
“ผมว่างานเลี้ยงเย็นนี้จะให้เจ้าเสือไปกับคุณนะ”
ทวีเอ่ยขึ้นกลางโต๊ะอาหารในตอนสายของวันหยุดกับภรรยา โดยสมาชิกของบ้านหายไปหนึ่งราย คือกุลวดีที่ไม่ยอมออกมากินข้าวและอ้างว่าลดน้ำหนัก
“คุณไม่ไปเหรอคะ?”
“ผมรู้สึกไม่ค่อยสบาย ถ้าไปคงเลี่ยงดื่มไม่ได้ เดี๋ยวจะไปกันใหญ่”
“งั้นเมย์อยู่เป็นเพื่อนคุณดีกว่าค่ะ ไปก็คงไม่สบายใจ เมย์เป็นห่วงคุณ”
“ให้ยัยมายด์ไปกับคุณเสือแทนก็แล้วกันนะคะ”
ชายหนุ่มที่กำลังจะปฏิเสธในตอนแรกหุบปากทันที และรับอาสาจะไปแทนเองโดยอ้างสุขภาพของผู้เป็นพ่อ ทวีพยักหน้าดูเหมือนลูกชายของเขาที่ตอนนี้จะว่านอนสอนง่ายเหลือเกิน ถ้าเป็นเมื่อก่อนอย่าได้หวังว่าจะสั่งให้เขาไปไหนแทนได้
กุลวดีที่หนีไม่ได้ทั้งคำสั่งจากประธานและผู้เป็นพี่สาวจำใจต้องไปงานเลี้ยงในคืนนี้กับเขา และคิดว่าเขาเองก็คงไม่ได้แฮปปี้ที่ต้องออกงานกับเธอเช่นเดียวกัน
ร่างบางเดินตรงมาหาเขาที่นั่งรออยู่ที่โซฟาห้องโถงในตอนเย็น ใบหน้าหวานที่ถูกแต่งแต้มอย่างเรียบง่าย แต่ทำให้เขาเผลอมองค้างอย่างลืมตัว ที่คุ้นชินคือภาพเธอในชุดยูนิฟอร์มของบริษัท หรือไม่ก็เสื้อยืดกางเกงขาสั้นตอนอยู่บ้าน แต่วันนี้ต่างออกไปจนแปลกตา
ผมยาวสลวยของเธอตอนนี้ถูกม้วนเป็นลอน และถูกรวบมัดครึ่งศีรษะม้วนง่าย ๆ ติดโบว์ด้านบนและปล่อยปลายผมที่เหลือทิ้งตัวลงสองข้างไหล่บาง ชุดเปิดไหล่สีหวานที่ด้านหลังเว้าจนเกือบถึงเอว และมีสายไพล่พาดแผ่นหลังโชว์ผิวขาวเนียนชวนมอง
“มีอะไรหรือเปล่าคะ?” ถามด้วยความสงสัยที่เขาเอาแต่มองแต่ไม่ยอมพูดจนรู้สึกประหม่า
“เปล่า”
ก่อนชายหนุ่มจะลุกขึ้นและเดินออกมาพร้อมกัน คนขับติดเครื่องรออยู่ด้านล่าง
งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสของบุตรสาวคู่ค้าทางธุรกิจของทวี ที่จัดขึ้นอย่างหรูหราในโรงแรมหรูห้าดาว แขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวล้วนเป็นบุคคลระดับเดียวกัน ตามที่กุลวดีสอดส่ายสายตามองจนทั่วงาน
จักรพรรดิยื่นกล่องของขวัญให้ผู้เป็นบิดาของเจ้าสาว หลังจากพูดคุยแนะนำกันสั้น ๆ เท่านั้น เนื่องจากเจ้าของงานเป็นผู้คร่ำหวอดในวงการธุรกิจ ถึงแม้สถานที่จะใหญ่โตรโหฐาน แต่ก็แน่นขนัดด้วยแขกเหรื่อที่มาอวยพรและแสดงความยินดี ดูจากลักษณะแล้วน่าจะเป็นสถานที่สำหรับคุยเรื่องธุรกิจกันเสียมากกว่า
“คุณพ่อฝากมาแสดงความยินดีครับ” พูดคุยกันสองสามคำก่อนเจ้าภาพจะขอตัวไปทักทายแขกท่านอื่น
“เสือคะ” เสียงเรียกอย่างสนิทสนมจากด้านหลัง สองหนุ่มสาวหันไปมองพร้อมกัน
“ฉัตรนึกว่าคุณไม่มา”
หญิงสาวหน้าตาสะสวย ร่างเพรียวระหงเดินเฉิดฉายตรงมาหาจักรพรรดิ หลังจากที่เธอยืนเล็งเขาอยู่นานสองนาน หาข้อมูลจนแน่ใจแล้วว่าหญิงสาวที่ยืนเคียงข้างชายหนุ่มในคืนนี้เป็นแค่พนักงานในบริษัทของเขาเท่านั้น
“สวัสดีค่ะ” ผู้มาใหม่เอ่ยทักทายชายหนุ่ม
“สวัสดีครับคุณฉัตร”
“สวัสดีค่ะ” กุลวดียิ้มและทักทายเจ้าของเสียงใสที่เดินเข้ามาหา ทว่าเหมือนผู้ถูกทักจะมีปัญหาเรื่องการได้ยินกับเพศเดียวกัน มองเลยหน้าเธอไป ส่งยิ้มให้ชายหนุ่มอย่างหวานซึ้ง
“งานยุ่งเหรอคะ ไม่ค่อยแวะมาหาเลย” เธอตั้งใจพูดเพื่อให้เข้าใจผิด
“งานยุ่งครับ อีกอย่างผมดื่มที่บ้านสะดวกดี ขี้เกียจขับรถ”
เขาพยายามพูดอธิบายเพื่อให้คนข้าง ๆ ได้ยิน
“กินอะไรมาหรือยังคะ ทางนี้ดีกว่าค่ะ ของอร่อยเยอะแยะเลย”
พลางประคองแขนเขาและดึงไปโซนอาหารและเครื่องดื่ม ชายหนุ่มดึงแขนออกอย่างสุภาพ พยักหน้าชวนผู้มาด้วยกัน
“คุณไปก่อนเลยค่ะ มายด์ขอเข้าห้องน้ำก่อน”
“ผมรออยู่แถว ๆ นั้นนะ” เขาตวัดตาและมองไปทางโซนอาหาร
กุลวีออกจากห้องน้ำและเดินชมบรรยากาศรอบงาน มองความหรูหราแปลกตาของสถานที่สุดหรูตามลำพังจนลืมนึกถึงอีกคนที่มาด้วยกัน ก่อนจะกวาดสายตามองหาเขา เธอไม่รู้จักใครในงานเลยนอกจากเขาคนเดียว บรรยากาศแบบนี้สำหรับเธอถือว่าน่าเบื่อ พี่เมย์ทนได้ยังไงกัน แต่นักธุรกิจก็น่าจะคุ้นชินกับบรรยากาศประมาณนี้ที่เธอเคยเห็นในทีวี
จักรพรรดิที่ยืนชะเง้อมองหาหญิงสาวนึกห่วงอยู่ในใจเพราะเธอไม่รู้จักใครเลยในงาน ก่อนสายตาสองคู่จะหากันเจอในระยะไกล
หลังจากเจอร่างใหญ่กุลวดีก็ก้าวขาฉับ ๆ ตรงไปหาเขา แต่แล้วร่างเล็กก็เซถลาจากการถูกกระแทกที่หัวไหล่อย่างเต็มแรง มือคว้าขอบโต๊ะพยุงตัวไว้ไม่ให้ล้ม แต่ดันไปคว้าโดนจานอาหารที่วางบนโต๊ะเลอะเต็มฝ่ามือ เงยหน้ามองเจ้าของแรงกระแทก
“ยัยฉัตรบ้านี่เอง”
“เป็นอะไรหรือเปล่า?”
เขาถามหลังจากเดินมาถึง พยุงตัวเธอไว้หยิบกระดาษชำระที่โต๊ะมาเช็ดคราบอาหารที่มือของเธอออก
“ไม่เป็นไรค่ะ”
พูดพลางช้อนตาขึ้นมองต้นเหตุที่ทำให้เธอเกือบต้องลงไปกองอยู่กับพื้น เดินมายืนข้างชายหนุ่มลอยหน้าลอยตา ไม่มีแม้กระทั่งคำว่าขอโทษ
“นี่ของคุณค่ะ” ฉัตรวดี ยื่นแก้วไวน์ส่งให้เขา
“อาทิตย์หน้าคุณพ่อจะเปิดร้านสาขาใหม่ ฉัตรถือโอกาสนี้เชิญก่อนล่วงหน้าเลยนะคะ ยังไงคุณต้องมาให้ได้ เชิญทางนี้ดีกว่าค่ะ เพื่อน ๆ เขาถามถึงคุณกันใหญ่เลย”
พลางเกาะแขนชายหนุ่มและดึงไป
“โอ๊ย...” กุลวดีลากเสียงยาว พร้อมยกมือขึ้นกุมขมับ
“คุณเสือคะ” ส่งเสียงง๊องแง๊ง ออดอ้อน
“มายด์เวียนหัวมากเลย” ซบลงที่ไหล่กว้าง
“เหม็น…” ตวัดสายตามามองฉัตรวดี
“กลิ่นอะไรก็ไม่รู้ค่ะ และก็ง่วงมากด้วย” ปิดปากหาว
“เรากลับกันเลยไหม๊คะ?”
“จะได้นอน…พักผ่อน”
แหงนหน้าขึ้นมองเขาและส่งยิ้มหวาน ละสายตาลงมามองหน้าคนสวยนิสัยเสีย แกะมือหล่อนออกจากแขนแข็งแรงที่เกาะอยู่ออกไปให้พ้น ขยับมายืนข้างหน้าชายหนุ่ม และเอนหลังพิงร่างใหญ่สบายใจ คว้ามือเขาที่แนบอยู่ข้างลำตัวมากุมไว้แสดงความเป็นเจ้าของ จับมืออีกข้างของเขามาโอบไว้ที่เอวคอดของตัวเอง เอียงหน้าชิดปลายคางเขาให้เป็นที่พักวางศีรษะหล่อน ย่นปากจนเจ่อขึ้น ยกคิ้วขึ้นสูงมองสาวงามตรงหน้าอย่างยั่วยวน
ผู้ถูกยั่วถึงกับลมออกหู ยัยโนเนมนี่เป็นใครกัน หล่อนที่เป็นไฮโซโปรไฟล์ดียังไม่เคยได้ออกงานกับเขาเลยสักครั้ง ถึงแม้พ่อของเขาและพ่อของหล่อนจะมีความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่ตัวชายหนุ่มที่เหมือนจะไม่ยอมคุ้นเคยกับหล่อนเอาเสียเลย ยืนกำมือแน่น กัดริมฝีปากและหายใจถี่แรง
สิ่งสำคัญที่ทำให้ฉัตรวดีรู้สึกขายหน้าเป็นอย่างมาก คือเจ้าของร่างที่เป็นกำแพงให้พิงดูจะพึงพอใจกับการกระทำของกุลวดีเอาเสียมาก ๆ ไม่ว่าจะจับ จะเขี่ย จะถู เขาก็ปล่อยเลยตามเลยเสียอย่างนั้น แต่กับหล่อนแค่เกาะแขนเขานิดเดียวเขาก็แกะออกเสียแล้ว แสดงว่าผู้หญิงคนนี้คงไม่ธรรมดา ก่อนสะบัดหน้าหมุนตัวเดินผ่านหญิงสาว แต่ต้องสะดุดกับปลายเท้าของกุลวดีที่ยื่นออกมาขวางหัวคะมำลงกองอยู่กับพื้น
แล้วดึงมือชายหนุ่มที่กำลังจะเดินไปช่วยพยุงหญิงในชุดแดงที่กองอยู่กับพื้นให้ลุกขึ้น
“เรากลับกันเถอะค่ะ”
แขกเหรื่อที่ยืนอยู่ใกล้บริเวณหันมามองฉัตรวดีเป็นตาเดียว
“เธอสะดุดล้มค่ะช่วยเธอด้วยนะคะ”
หันไปมองบริกรที่เดินถือถาดเครื่องดื่มผ่านหน้า หยิบแก้วไวน์ขึ้นดื่มจนหมดแล้วและวางแก้วเปล่าลงที่เดิมพร้อมส่งยิ้มให้ ก่อนจูงมือชายหนุ่มเดินออกจากงานอย่างอารมณ์ดี จักรพรรดิเผลอยิ้มน้อย ๆ ให้กับพฤติกรรมของหล่อน เดินมาเกือบจะถึงรถเพิ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้ปล่อยมือเขาแถมยังกุมแน่นแกว่งไปมาอย่างอารมณ์ดี รีบผละวางทันทีที่นึกได้แต่อีกคนไม่ยอมปล่อยและเฉมองไปทางอื่นไม่รับรู้การดึงมือกลับของเธอ
จนเดินมาถึงรถเปิดประตูรถและดันเธอเข้าไปนั่งด้านในก่อนจะเบียดตัวเองตามเข้าไปแต่ยังไม่ยอมปล่อยมือ จนเสียงโทรศัพท์หญิงสาวดังขึ้นและดึงมือออกมากดรับสาย คนตัวสูงที่มองออกไปนอกรถในความมืดเผลอยิ้มมุมปากก่อนจะเอนหลังพิงพนักและหลับตาผ่อนคลาย ก่อนคนขับรถจะเคลื่อนรถออกไป
