3 กุหลาบหนามแหลม
“นี่นาย!!!... คงเพิ่งมาทำงานใหม่สินะ?”
บัวบุษยา ทายาทสาวเพียงคนเดียวของอาณาจักรยางรถยนต์แห่งนี้แผดเสียงถาม ดวงตาคู่สวยตวัดมองร่างสูงใหญ่ตรงหน้าอย่างพิจารณา แม้จะพยายามรักษามาดนางพญา แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมปลาบที่แฝงไปด้วยอำนาจบางอย่างที่เธอไม่เคยพบในตัวพนักงานคนไหน
กันตธีร์นิ่งงันไปชั่วครู่ ความสวยสะพรั่งของหญิงสาวตรงหน้าสะกดสายตาเขาได้ชะงัด ผิวขาวละเอียดดุจน้ำนมที่โผล่พ้นชุดเดรสสีหวาน และกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ลอยมาแตะจมูก ปลุกสัญชาตญาณบางอย่างในกายหนุ่มให้ตื่นตัว แต่เมื่อได้ยินถ้อยคำเหยียดหยาม ความหลงใหลชั่ววูบก็แปรเปลี่ยนเป็นความหมั่นไส้
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถาม แต่เขากลับฝืนยิ้มเจื่อนที่ดูกวนประสาทที่สุดเท่าที่จะทำได้ พลางยักไหล่กว้างอย่างไม่สะทกสะท้าน ท่าทางยียวนนั้นทำให้บัวบุษยาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง
“อยากโดนไล่ออกรึยังไง! หรือว่าเป็นใบ้ถึงไม่ยอมตอบคำถามของฉัน แล้วนี่ยังไม่รู้จักที่จะขอโทษฉันอีกเหรอ!” เธอตวาดเสียงแหลม พลางก้าวเข้าหาเขาจนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะกัน
กันตธีร์ขบกรามแน่นจนเห็นสันนูนเด่นชัด เขาอยากจะสวนกลับไปใจจะขาดว่าเธอต่างหากที่เป็นฝ่ายผิด ที่ขับรถเร็วในเขตโรงงาน แต่เสียงเตือนของเพื่อนๆ ในแผนกเรื่องคุณหนูจอมวีนก็ดังขึ้น ถ้าเขาต่อล้อต่อเถียงตอนนี้ ชีวิตพนักงานธรรมดาที่เขาสร้างมาหลายเดือนคงพังพินาศ
“พวกผมต้องขอโทษด้วยครับ... คุณบัว พอดีพวกผมไม่ทันมองจริงๆ ครับ” ปวินที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างๆ รีบก้มหัวปรกๆ กล่าวขอโทษเสียงระรัว ก่อนจะรีบกระชากแขนกันตธีร์ให้เดินเลี่ยงออกมา สายตาของบัวบุษยายังคงจับจ้องที่แผ่นหลังกว้างของ พนักงานหนุ่มจองหอง คนนั้นด้วยความขุ่นเคืองที่คุกรุ่นอยู่ในอก
“มีอะไรกันหรือเปล่า... บัว!” เสียงเข้มทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายสูงวัยท่าทางภูมิฐาน คุณพรตพิพัฒน์ ประธานบริษัทก้าวลงจากรถตู้วีไอพีคันหรู เขามองดูเหตุการณ์ด้วยสายตาเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความดุดัน
“ก็พนักงานพวกนี้น่ะสิคะคุณพ่อ เดินไม่ดูทาง บัวเกือบจะชนเข้าให้แล้ว แทนที่จะสำนึกกลับทำท่าทางกวนประสาทใส่บัวอีก!” หญิงสาวรีบหันไปฟ้องบิดา ทรวงอกอิ่มกระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ที่ยังไม่มอดดับ
คุณพรตพิพัฒน์มองตามร่างของชายหนุ่มสองคนที่เดินห่างออกไป สายตาของเขาหยุดอยู่ที่แผ่นหลังของกันตธีร์ชั่วครู่... ความรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาดทำให้เขาขมวดคิ้ว แต่ก็ต้องรีบบอกลูกสาวไป
“ช่างเถอะบัว รีบกลับบ้านเถอะ เดี๋ยวเย็นนี้พ่อมีเรื่องด่วนจะคุยด้วย”
บัวบุษยาสะบัดหน้าอย่างขัดใจ เธอก้าวขึ้นรถแล้วกระแทกประตูเสียงดังสนั่น ในหัวยังคงวนเวียนอยู่กับใบหน้าหล่อเหลาและรอยยิ้มยียวนนั้น
“นายเป็นใครกันแน่ แต่ฝากไว้ก่อนเถอะ... แล้วเราจะได้เห็นดีกัน” หญิงสาวพึมพำในรถ ขณะที่กันตธีร์ที่เดินห่างออกมาได้ไกลแล้ว แต่กลับรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าแปลกๆ ที่ยังคงซ่านอยู่ตามผิวหนัง หลังจากการปะทะคารมเมื่อครู่ เขารู้ดีว่ากุหลาบงามอย่างบัวบุษยานั้นมีหนามแหลมคม แต่ยิ่งอันตรายเท่าไหร่... มันกลับยิ่งท้าทายสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้พุ่งพล่านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน