13 ไม่ต้องอาย
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องนอนกว้างอีกครั้งเมื่อเสียงรถยนต์ของวุฒิไกรจางหายไป แต่บรรยากาศระหว่างคนสองคนที่ยังคงยืนชิดกันกลับดูอึดอัดและร้อนรุ่มยิ่งกว่าเดิม
“พี่กันต์จะทำให้คุณพ่อเป็นห่วงแบบนี้บ่อย ๆ ไม่ได้นะคะ...” บัวบุษยาเอ่ยเตือนด้วยเสียงที่พยายามให้มั่นคง ทั้งที่ลมหายใจยังติดขัดเพราะอ้อมกอดที่เพิ่งคลายออก
“พี่ว่าน้องบัวก็ไม่ต่างจากพี่หรอกมั่ง...” กันตธีร์ขยับเข้าหาพลางก้มลงกระซิบชิดใบหู
“เพราะน้องบัวเองก็ทำให้คุณพ่อเป็นห่วงจนต้องส่งคนตามเฝ้าเหมือนกันไม่ใช่เหรอ? เราสองคนมันพวกเดียวกัน... พวกที่ชอบลองดีกับกฎเกณฑ์จริงม่ะ” นัยน์ตาคมปลาบที่จ้องมองมาทำเอาหญิงสาวใจสั่นสะท้าน เธอรีบเบือนหน้าหนีเมื่อรู้สึกถึงแรงดึงดูดที่มากเกินไป
ความวาบหวามที่กำลังก่อตัวถูกตัดตอนลงฉับพลันด้วยเสียงเรียกเข้าจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าของบัวบุษยาที่แผดดังขึ้นกลางความเงียบ กันตธีร์ลอบยิ้มมุมปากอย่างนึกเสียดาย
ก่อนจะผละออกจากร่างระหง แล้วหันไปจัดการเรื่องที่สำคัญกว่า เขาเปิดประตูห้องเพื่อเดินออกไปยังด้านนอก
ก่อนจะส่งกุญแจรถสปอร์ตคันหรูของบัวบุษยาให้กับนายสน ลูกน้องคนสนิทของบิดาที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ด้วยท่าทางเลิกลั่ก
“แกขับรถคุณบัวไปที่ผับนะ ส่วนแผนที่ฉันส่งเข้าไปในไลน์ให้แล้ว แกเปิดกูเกิ้ลแมบแล้วขับไปให้ถึงล่ะ”
“แล้วคุณกันต์จะให้ผมกลับยังไงเหรอขอรับ?” นายสนเกาหัวแกรก พลางมองกุญแจรถสปอร์ตในมืออย่างไม่เชื่อสายตา
“แกก็เรียกแท็กซี่กลับไปเองสิวะ!” กันตธีร์ตวาดเสียงไม่ดังนักแต่เข้มจัดเพราะอารมณ์ที่ยังค้างคา
“แล้วก็รออยู่ที่รถจนกว่าจะมีคนออกมารับกุญแจ เข้าใจไหม!”
“ขอรับๆ!” นายสนรับคำเสียงหลง รีบหมุนตัวจ้ำอ้าวหนีรัศมีอำนาจของเจ้านายน้อยทันที
เมื่อก้าวออกมาถึงรถสปอร์ตสีแดงเพลิงที่จอดตระหง่านอยู่ นายสนก็อดไม่ได้ที่จะบ่นอุบพร้อมกับลูบไล้ไปตามตัวถังรถที่ขัดเงาวับจนสะท้อนแสงไฟ
“เฮ้อ! เกิดเป็นไอ้สนนี่มันลำบากจังวุ้ย เดี๋ยวก็ใช้ไปนู่นเดี๋ยวก็ใช้มานี่!” เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนที่ตาจะวาวโรจน์
“แต่ก็ดีว่ะ คืนนี้จะได้ขับรถราคาหลายสิบล้าน เป็นบุญตูดของไอ้สนล่ะวุ้ย ฮื้มมม! พ่อจะเหยียบให้มิดไมล์เลยคอยดู!”
ในขณะที่นายสนกำลังเพลิดเพลินกับความฝันกลางอากาศ ภายในห้องนอนนั้นกันตธีร์ก็เปิดไฟสว่างขณะกลับเข้ามาหาหญิงสาวที่เพิ่งคุยโทรศัพท์เสร็จพอดี
บัวบุษยายังคงยืนตัวสั่นเทาเล็กน้อย ร่องรอยความกระสันที่เขาจุดทิ้งไว้ยังไม่จางหายไปจากใบหน้า เผยให้เห็นทรวงอกที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหอบหายใจของเธอได้ถนัดตา กันตธีร์ก้าวเข้าไปหาเธออีกครั้ง คราวนี้เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง แต่คว้าเอาตัวเธอเข้ามาชิดอกอีกครั้งแล้วเอ่ยขึ้น
“พี่ให้นายสนเอารถไปให้เพื่อนของน้องบัวแล้วล่ะ คืนนี้อยู่ต่อกับพี่นะ”
“จะดีเหรอคะ”
“ไม่เห็นเป็นไรเลย เราจะได้ทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้ไง”
“งั้นบัวขอโทรไปบอกเพื่อนก่อนได้มั้ยคะ”
“อืม..เอาสิ”
บัวบุษยารีบโทรหาเพื่อนสนิทพลางเดินเลี่ยงไปยังมุมหนึ่งของห้องนอน
“ฉันส่งคนไปรับพวกแกแล้วนะ เค้าชื่อคุณสน เบอร์โทรอยู่ในไลน์... รับรถแล้วก็ขับกลับไปนอนที่คอนโดฉันได้เลย”
“แหม่! ไวไฟจริงนะไอ้บัว!” เสียงพิมพ์ประภา ดังแทรกเข้ามาอย่างรู้ทัน “ตอนแรกทำเป็นสะดีดสะดิ้งบอกไม่เอา ๆ ที่ไหนได้... ระวังนะจ๊ะ... ถ้าคุณพ่อจับได้ว่าลูกสาวแอบคั่วพนักงานในบริษัทล่ะก็ เป็นเรื่องแน่!”
“หยุดพูดบ้า ๆ เลยยัยพิมพ์!” บัวบุษยาหน้าแดงซ่านจนลามไปถึงลำคอ “คุณพ่อไม่สนใจเรื่องของฉันหรอก แล้วคืนนี้ฉันก็บอกท่านแล้วว่าจะนอนคอนโด แกสองคนนั่นแหละปิดปากให้สนิทก็แล้วกัน... อ้อ! แล้วห้ามพาผู้ชายหน้าไหนขึ้นไปบนห้องฉันเด็ดขาด เข้าใจไหม!”
“จ้า ๆ เข้าใจแล้วจ้าแม่คุณ.. แล้วคืนนี้ก็อย่าหักหาม” โรสรินทร์ แอบแซวเสริม
“ขอให้มีความสุขกับค่ำคืนอันแสนหวานนะจ๊ะเพื่อนรัก!”
“เอ่อน่า! อย่าพูดมาก แค่นี้ก่อนนะ!” บัวบุษยารีบกดวางสายทันที หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุอก
เธอยังไม่ทันได้เก็บโทรศัพท์ลง กระแสความร้อนจากเบื้องหลังก็ขยับเข้าใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่น กันตธีร์ยืนพิงขอบประตูห้องน้ำ จ้องมองเธอด้วยสายตาที่ลึกซึ้งและมีความหมาย มือหนาค่อย ๆ เอื้อมมาเชยคางมนให้สบตาเขา
“เคลียร์กับเพื่อนแล้วก็บอกคุณพ่อแล้วใช่มั้ยจ๊ะ” เสียงพร่าต่ำของเขาทำให้บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป
“ค่ะ เรียบร้อยแล้ว”
“งั้นคราวนี้... ก็เหลือแค่เรื่องของเราสองคนแล้วนะครับน้องบัว”
บัวบุษยาหายใจหอบถี่ เมื่อเห็นประกายไฟแห่งความปรารถนาลุกโชนอยู่ในดวงตาคู่นั้น ความลับที่เธอแอบซ่อนไว้กำลังจะถูกมอดไหม้ไปพร้อมกับสัมผัสที่เข้มข้นขึ้นทุกวินาที...
บรรยากาศภายในห้องนอนกว้างขวางเงียบสงัดลงหลังจากพายุความวุ่นวายผ่านพ้นไป แสงไฟสีนวลตาจากหัวเตียงสาดส่องกระทบใบหน้าเนียนใสของบัวบุษยาที่นั่งอยู่บนเตียงหนานุ่ม กันตธีร์จ้องมองหญิงสาวด้วยแววตาที่ห่วงใยปนเปไปกับความปรารถนาที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ
“ที่ล้มเมื่อกี้... น้องบัวหายเจ็บหรือยังครับ?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน นึกย้อนไปตอนที่เขาอุ้มเธอวิ่งหนีบิดาขึ้นมา ความนุ่มนิ่มของร่างอรชรในอ้อมแขนยังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายนิ้ว
“ดีขึ้นบ้างแล้วค่ะ” บัวบุษยาตอบเบาๆ ทว่าเมื่อลองหยั่งเท้าเรียวงามลงบนพื้นตามคำแนะนำของเขา ความเจ็บแปลบก็แล่นปราดเข้าสู่ขั้วหัวใจ
“โอ๊ะ! โอ๊ย!”
ร่างบางเสียหลักซบลงกับแผงอกกว้าง กันตธีร์รีบรั้งเอวคอดกิ่วไว้แน่น กลิ่นหอมกรุ่นจากกายสาวปะทะจมูกจนเขาต้องลอบสูดลมหายใจ “ข้อเท้าน้องบัวน่าจะแพลง... นั่งลงก่อนเถอะครับ นอกจากตรงนี้แล้ว ยังเจ็บตรงไหนอีกไหม?”
“บัวเจ็บสะโพกด้วยค่ะ... สงสัยตอนล้มก้นคงกระแทกพื้นแรงไปหน่อย”
กันตธีร์รีบไปหยิบกล่องพยาบาลมาวางข้างตัว เขาคว้าหลอดโมนจากมือหญิงสาวที่ทำท่าจะทาเอง
“ให้พี่ทายาให้นะน้องบัว”
“บัวทาเองได้ค่ะ พี่กันต์”
บัวบุษยาแย้งขึ้นด้วยเสียงแผ่วพร่า ใบหน้าสวยร้อนผ่าวจนขึ้นสีระเรื่อเมื่อต้องอยู่ลำพังกับชายหนุ่มบนเตียงกว้าง ทว่ากันตธีร์กลับส่ายหน้าช้าๆ พร้อมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย
“อย่าดื้อสิ... น้องบัวเอื้อมไม่ถึงหรอก” คำดุนั้นนุ่มนวลทว่าทรงอำนาจจนคนฟังใจสั่นระริก
“ก็บัวอายนี่คะ จู่ๆ จะมาให้แก้ผ้า... ช่างคิดได้เนอะ?”
“นอนคว่ำไป พี่ไม่เห็นอะไรหรอกน่า” กันตธีร์กระตุกยิ้มที่มุมปาก แววตาคมปลาบฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างปิดไม่มิด
“ทะลึ่งแล้ว! บัวรู้นะว่าพี่คิดอะไรอยู่” นิ้วเรียวสวยจิ้มลงบนริมฝีปากหยักของเขาเบาๆ ท่าทางออดอ้อนนั้นทำเอาชายหนุ่มแทบคลั่ง เขาคว้ามือน้อยนั้นมาจุมพิตที่ปลายนิ้วแล้วกระซิบตอบ
“เปล่าสักหน่อย พี่แค่เป็นห่วง...”
“งั้นพี่ห้ามมอง โอเคมั้ยคะ?”
“แต่มันก็ต้องใช้มือคลำอยู่ดีไม่ใช่เหรอครับ?” เขาแกล้งแหย่จนหญิงสาวหันค้อนขวับ
“ยิ้มอะไร... รู้นะคะว่าพี่จะหลอกแต๊ะอั๋งบัว”
“แต่ก้นนุ่มๆ ของน้องบัว... พี่ก็เคยสัมผัสมาแล้วนะครับ ตอนนั้นไม่เห็นน้องบัวจะว่าอะไรพี่เลย”
“ตอนไหนคะ!” บัวบุษยาอุทานหน้าตื่น
“ก็ตอนที่พี่อุ้มน้องบัวห้องมาห้องนี้ไง...” เขาหัวเราะในลำคอก่อนจะปรับสีหน้าให้จริงจัง
“เร็วเข้า อย่าดื้อสิครับ ทายาช้ามันก็หายปวดช้านะ... รู้มั้ย?”
บัวบุษยายอมจำนนต่อสายตาคู่นั้น เธอนอนตะแคงหันสะโพกด้านที่ได้รับบาดเจ็บขึ้น เสื้อสายเดี่ยวตัวบางเลื่อนไถลจนหมิ่นเหม่ ยอดปทุมถันสล้างสั่นไหวตามจังหวะการหายใจที่เริ่มหอบถี่ กันตธีร์ลอบกลืนน้ำลาย จิตใจเตลิดไปไกลเกินกว่าจะกู้คืน
“พี่ขอดึงชั้นในออกนิดนะครับ... มันบัง” เสียงของเขาเริ่มพร่าสั่นเมื่อปลายนิ้วสัมผัสกับขอบแพรพรรณเนื้อบางที่ปิดบังความงดงามได้เพียงเสี้ยว
“อื้อ!!! ไม่เอานะคะ” เธอแสร้งถามพลางช้อนตาขึ้นมองอย่างท้าทาย ปลุกปั่นอารมณ์ดิบในตัวชายหนุ่มให้พลุ่งพล่าน
“มันจะเปื้อนยา... แล้วพี่ก็อยากเห็นชัดๆ ว่ารอยช้ำบนก้นสวยๆ ของน้องบัวมันอยู่ตรงไหน จะได้ทายาถูก”
เขารั้งขอบกางเกงชั้นในและขาสั้นตัวจิ๋วลงอย่างช้าๆ เผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียดดุจน้ำนม สะโพกผายมนและเรียวขาสวยงามปานรูปสลักทำให้กันตธีร์นิ่งงันไปครู่หนึ่ง แม้เขาจะผ่านผู้หญิงมามากมาย แต่ไม่มีใครเลยที่จะปลุกเร้าสัญชาตญาณความต้องการของเขาได้รุนแรงเท่าผู้หญิงตรงหน้า
มือหนาเริ่มนวดคลึงยาทาลงบนผิวเนื้อนุ่มละมุน สัมผัสจากฝ่ามือร้อนผ่าวที่จงใจลากไล้เน้นย้ำทำเอาบัวบุษยาครางแผ่วในลำคอ ความเจ็บปวดมลายหายไป ทว่ากลับถูกแทนที่ด้วยความซ่านสยิวที่แล่นพล่านไปทั่วกาย
“ทาเสร็จหรือยังคะ...?”
“เสร็จแล้ว” สิ้นเสียงบัวบุษยาก็รีบพลิกกายกลับมาสบตาเขาในระยะประชิดพลางดึงชั้นในบริเวณต้นขาขึ้นสวมใส่อย่างรวดเร็ว เสื้อสายเดี่ยวเลื่อนหลุดลงมาจนเห็นเนินเนื้ออวบอิ่มชวนหลงใหล ในวินาทีนี้... ทั้งหน้าที่การงานและฐานะต่างถูกลืมเลือนไปสิ้น เหลือเพียงไฟเสน่หาที่โหมกระพือ พร้อมจะเผาคนทั้งคู่ให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันในค่ำคืนอันยาวนาน