บท
ตั้งค่า

12 เกือบไปแล้ว

“งั้นแสดงว่าพ่อของนาย... คงต้องการให้นายเรียนจบมาทางด้านนี้เพื่อต่อยอดธุรกิจโดยเฉพาะเลยสินะคะ” บัวบุษยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า นัยน์ตาคู่สวยจ้องลึกลงไปในดวงตาคมปลาบของชายตรงหน้า เธอสัมผัสได้ถึงกระแสความขมขื่นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา ราวกับพายุที่ถูกกักขังไว้ภายใต้ท่าทีที่ดูเย่อหยิ่ง

“ครับ... พ่ออยากให้ผมเป็นหมอ แต่ผมกลับเลือกวิศวะ สิ่งที่ผมทุ่มเทเรียนมา พ่อเลยไม่ภูมิใจสักเท่าไหร่... เพราะในสายตาท่าน มันเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะกับธุรกิจของครอบครัวเลยสักนิด”

น้ำเสียงทุ้มต่ำของกันตธีร์สั่นไหวเล็กน้อยในตอนท้าย ความใกล้ชิดทำให้เขาเผลอเปิดเปลือยความอ่อนแอให้หญิงสาวเห็นอย่างที่ไม่เคยทำกับใคร

“ฉันเห็นใจนายนะ...” บัวบุษยาพึมพำ เอื้อมมือเรียวไปแตะที่ต้นแขนแกร่งเบาๆ หวังจะปลอบประโลม ทว่าสัมผัสจากปลายนิ้วเพียงแผ่วเบากลับสร้างกระแสไฟประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วร่างของคนทั้งคู่

ตึก! ตึก! ตึก!

ก่อนที่ความรู้สึกบางอย่างจะก่อตัวขึ้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกลับดังใกล้เข้ามาจนกันตธีร์สะดุ้งสุดตัว เขาหันไปมองต้นทางก่อนจะพบนายสนที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา หอบหายใจจนตัวโยน

“คุณกันต์ ๆ... ขะ...คุณ...คุณท่าน มะ..มะ มา ขอรับ!!” นายสนละล่ำละลักพูดติดอ่างด้วยความหวาดวิตก เหงื่อเม็ดเป้งผุดพรายตามใบหน้าเพราะกลัวความลับที่ช่วยกันตธีร์ปกปิดไว้จะแตกกระจุย

“คุณบัว!!!...ไปหลบที่ห้องผมก่อน เร็ว!!!..ทางนี้ครับ!”

กันตธีร์ไม่รอช้า เขาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของบัวบุษยาแล้วฉุดลุกจากโต๊ะทันที แรงดึงมหาศาลทำให้หญิงสาวถลาไปตามแรงบีบที่มั่นคง

“ว้าย!!!”

ด้วยความรีบเร่งบวกกับรองเท้าส้นสูงที่สวมอยู่ ทำให้บัวบุษยาก้าวพลาดจนร่างระหงเสียหลักล้มกลิ้งลงกับพื้น กันตธีร์สบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะตัดสินใจทรุดตัวลงช้อนอุ้มร่างอวบอิ่มขึ้นแนบอก แขนแกร่งตวัดโอบรัดเอวคอดกิ่วและข้อพับเข่าไว้อย่างแน่นหนา

ความนุ่มหยุ่นจากทรวงอกอิ่มที่บดเบียดกับแผงอกของชายหนุ่ม ภายใต้เสื้อเชิ้ตบางเบา ทำเอาบัวบุษยาใจแกว่งจนแทบหยุดหายใจ เธอได้กลิ่นบุรุษ ผสมน้ำหอมจากกายชายที่ชวนให้รู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องอย่างรุนแรง

กันตธีร์พุ่งตัวเข้าห้องนอนส่วนตัวไปอย่างรวดเร็ว ปลายเท้าถีบประตูให้ปิดสนิทพร้อมกับล็อคเอาไว้แน่นหนา... ทิ้งความวุ่นวายไว้ข้างหลัง เหลือเพียงความเงียบสลัวและเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนสองคนที่ใกล้ชิดกันจนไร้ช่องว่าง

ภายนอกห้องนอน... นายสนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะรีบสาวเท้าออกไปต้อนรับผู้เป็นนายที่กำลังก้าวเข้าบ้านมาด้วยความเคร่งขรึม อย่างน้อยก็เพื่อซื้อเวลาให้กันตธีร์ได้หาที่หลบซ่อนทันเวลา

วุฒิไกร ประมุขของบ้านผู้เคร่งขรึมหยุดชะงัก สายตาคมกริบจ้องมองออกไปยังรถสปอร์ตคันหรูที่จอดตระหง่านอยู่ก่อนจะเอ่ยถามลูกน้อง “ข้างนอกนั่นรถใคร?”

“เอ่อ... รถเพื่อนของคุณกันต์ขอรับคุณท่าน” สนรีบฉีกยิ้มกว้าง กุมมือเข้าหากันพลางบีบแน่นเพื่อซ่อนอาการสั่น

“เพื่อนเจ้ากันต์งั้นเรอะ...?”

“คุณชิน ขอรับ” สนอ้างชื่อลูกชายนักธุรกิจใหญ่ที่เจ้านายคุ้นเคยหวังให้รอดพ้นจากการซักไซ้

“แล้วแกบอกเจ้าชินไปหรือยังว่าไอ้ตัวแสบมันไม่ได้อยู่ที่บ้านนี้แล้ว”

“ครับ ผมเรียนคุณชินไปเรียบร้อยแล้วขอรับ”

“แล้วตอนนี้ล่ะ ชินภัทรอยู่ที่ไหน?”

“เห็นป้าอุ่นเรือนจัดที่พักให้เป็นห้องของคุณกันต์ขอรับคุณท่าน”

“ป้าอุ่นนี่ก็แปลก! แทนที่จะจัดห้องรับแขกให้” วุฒิไกรบ่นอุบด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“แกจะไปไหนก็ไป”

“ขอรับ” สิ้นคำ ประมุขของบ้านก็เดินตรงลิ่วไปยังเป้าหมายทันที นายสนหน้าเสียจนซีดเผือด อุทานในใจด้วยความตระหนกสุดขีด ‘ซวยแล้วคุณกันต์!’

วุฒิไกรตั้งใจว่าจะเข้าไปทักทายเพื่อนลูกสักหน่อย เผื่อจะได้เบาะแสว่าไอ้ลูกชายตัวดีมันไปมุดหัวอยู่ที่ไหน

“คุณท่านขอรับ! คุณท่าน!” สนรีบถลาเข้าไปขวางด้วยท่าทางลนลาน “เอ่อ... ผมเกรงว่าตอนนี้คงจะไม่ค่อยสะดวกขอรับคุณท่าน คุณชินคงจะเพลียมาก เห็นว่าขับรถทางไกลมาเหนื่อยๆ ผมว่าคุณท่านอย่าเพิ่งไปหาเลยขอรับ...”

วุฒิไกรชะงักเท้า ขมวดคิ้วจ้องมองท่าทางมีพิรุธของลูกน้องด้วยสายตาจับผิด เขาไม่เชื่อคำพูดของสนแม้แต่น้อย ท่าทางกระสับกระส่ายนั่นมันเหมือนกำลังปกปิดอะไรบางอย่าง!

ภายในห้องนอนที่ปิดไฟมืดสนิท...แผ่นหลังของกันตธีร์แนบสนิทอยู่กับบานประตูไม้เนื้อแข็ง โดยมีร่างระหงของบัวบุษยาถูกโอบกอดไว้ในวงแขนแกร่ง เขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากฝีเท้าของบิดาที่เดินใกล้เข้ามาทุกที

“อื้อ!!...”

บัวบุษยาครางแผ่วในลำคอด้วยความหวาดวิตก ทว่าความกลัวกลับถูกแทนที่ด้วยความรัญจวนใจเมื่อแผ่นอกกว้างที่ร้อนระอุบดเบียดเข้าหาเธอจนไร้ช่องว่าง ลมหายใจอุ่นจัดของชายหนุ่มเป่ารดที่ขมับ กลิ่นอายความเป็นชายที่รุนแรงและดิบเถื่อนทำให้ขาของเธอเริ่มอ่อนแรง

“ชู่วววว!!!!... เงียบ ๆ นะครับบัว ถ้าไม่อยากให้พ่อผมเจอคุณอยู่กับผมในห้องนี้” กันตธีร์ก้มลงกระซิบชิดใบหูเล็ก

ฝ่ามือหนาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่ว พลางลูบไล้เบาๆ อย่างลืมตัว แรงดึงดูดระหว่างชายหญิงท่ามกลางวิกฤตกลับกลายเป็นความซ่านสยิวที่พุ่งพล่านไปตามเส้นเลือด บัวบุษยาหลับตาพริ้ม พยายามกลั้นเสียงสะอื้นไห้เพราะหัวใจที่เต้นรัวแรงจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก

ในวินาทีที่วุฒิไกรกำลังจะยกมือเคาะประตูเรียก... จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็ดังขึ้นขัดจังหวะ!

Grrrrrrrrrrrrrrr! Grrrrrrrrrrrrrrr!

เสียงนั้นเปรียบเสมือนระฆังช่วยชีวิตคนทั้งคู่ที่กำลังลุ้นจนตัวโก่งอยู่หลังบานประตูนั้นเอง!

“สวัสดีค่ะคุณท่าน... คือว่ารถของอรสตาร์ทไม่ติด ตอนนี้อรอยู่ที่ออฟฟิศคนเดียว ไฟดับมืดมากเลยค่ะ อร...อรกลัวมากเลย ท่านช่วยมาหาอรก่อนได้ไหมคะ”

น้ำเสียงหวานที่เจือไปด้วยความตื่นตระหนกของ อรนุช เลขาสาวพราวเสน่ห์ ดังลอดออกมาจากโทรศัพท์ในมือของวุฒิไกรที่ยืนอยู่หน้าห้องนอนพอดิบพอดี เสียงนั้นเปรียบเสมือนสวรรค์มาโปรดสำหรับคนที่กำลังลุ้นจนตัวโก่งอยู่หลังบานประตูรอดพ้นอย่างหวุดหวิด

กันตธีร์ลอบระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก แผ่นหลังกว้างยังคงแนบสนิทกับประตูไม้หนา แผนการที่เขาเพิ่งสั่งการผ่านไลน์ไปหาป้าอุ่นและนายสนเพื่อประสานงานกับอรนุชนั้นได้ผลชะงัด เขารู้ดีว่าบิดาของตนนั้นหลงใหลเลขาฯ สาวคนนี้เพียงใด แม้ว่าฝ่ายหญิงจะยังคงสงวนท่าทีเพราะกิตติศัพท์ความเจ้าชู้ของผู้เป็นบิดาก็ตาม

“ไม่ต้องกลัวนะอร... เดี๋ยวผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ รอก่อนนะ!” วุฒิไกรตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น ทิ้งความสงสัยในห้องลูกชายไว้เบื้องหลัง แล้วรีบก้าวยาวๆ ออกไปจากหน้าห้องทันที

ภายในห้องนอนที่ตกอยู่ในความมืดสลัว มีเพียงแสงจันทร์รำไรที่ลอดผ่านผ้าม่านลูกไม้เข้ามาทาบทับลงบนร่างของคนทั้งคู่ เมื่อเสียงฝีเท้าของบิดาเงียบหายไปไกลแล้ว ความหวาดหวั่นจากสถานการณ์คับขันก่อนหน้าก็มลายสิ้น ทว่าสิ่งที่คืบคลานเข้ามาแทนที่กลับเป็นแรงดึงดูดทางเพศที่รุนแรงจนแทบจะระเบิดออกมา

บัวบุษยาที่ยังคงตกอยู่ในอ้อมแขนแกร่งพยายามจะขยับตัวประท้วง แต่ยิ่งเธอดิ้นรน พันธนาการจากท่อนแขนล่ำสันนั้นกลับยิ่งรัดแน่นขึ้นจนร่างกายทุกสัดส่วนบดเบียดเข้าหากัน

“ปล่อยได้แล้ว...” เธอประท้วงเสียงแผ่วเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ

แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวกระหน่ำผิดจังหวะ เมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากแผงอกเปลือยเปล่าที่หนั่นแน่นไปด้วยมัดกล้าม มันซอกซอนเบียดชิดเข้าหาทรวงอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงหายใจจนไร้ซึ่งช่องว่างให้ลมผ่าน

“ผมไม่ปล่อย... จนกว่าคุณจะเรียกผมเสียใหม่”

“จะให้เรียกว่าอะไรล่ะ” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นอย่างแง่งอน ทั้งที่ลมหายใจเริ่มติดขัด

“ผมอายุมากกว่าคุณหลายปี... เรียกพี่ได้มั้ยครับ”

“อยากแก่ว่างั้น”

“ยอมแก่ก็ได้...” กันตธีร์กระซิบตอบ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าและแหบพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามสะกดกลั้น เขาไม่เพียงไม่ปล่อยตามคำขอ แต่กลับโน้มใบหน้าคมสันลงมาจนจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับพวงแก้มเนียนใส สูดดมความหอมกรุ่นจากผิวกายสาวอย่างถือวิสาสะ

กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลอยู่ก่อนหน้า เมื่อผสมปนเปกับกลิ่นอายฟีโรโมนดิบเถื่อนของบุรุษเพศ มันกลับกลายเป็นยาปลุกเร้าชั้นดีที่ทำให้บัวบุษยาเคลิบเคลิ้มจนลืมขัดขืน

“นายนี่มัน... เจ้าเล่ห์ที่สุดเลย” หญิงสาวพึมพำชิดริมฝีปากเขา ขณะที่มือเรียวทั้งสองข้างเผลอวางลงบนบ่ากว้าง ลูบไล้ไปตามมัดกล้ามที่แข็งแกร่งราวกับถูกมนต์สะกด

“ถ้าไม่เรียกพี่... คืนนี้จะไม่ปล่อยเด็ดขาด จะกอดเอาไว้แบบนี้แหละ และจะทำมากกว่ากอดด้วย” สายตาคมปลาบของกันตธีร์วาววับในความมืด เขามองริมฝีปากอิ่มที่เผยอออกน้อยๆ อย่างกระหาย บรรยากาศรอบกายเริ่มเปลี่ยนเป็นหนักอึ้งและร้อนระอุขึ้นทุกที แรงปรารถนาที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความกดดันเมื่อครู่เริ่มปะทุขึ้นราวกับลาวาที่พร้อมจะหลอมละลายคนทั้งคู่เข้าด้วยกัน

“ก็ได้ๆ... พี่กันต์ พอใจรึยัง”

“มีหางเสียงด้วยสิครับคนสวย...” เขาเย้าเสียงต่ำ ฝังจมูกลงบนลำคอระหงจนเธอขนลุกซู่

“พี่กันต์ขา... ”

“ดีมาก...ที่รัก”

สิ้นคำนั้น กันตธีร์ก็ไม่ปล่อยให้ริมฝีปากที่ช่างเจรจาได้เอ่ยคำใดออกมาอีก เขาทาบทับริมฝีปากร้อนระอุลงไป ปิดกั้นทุกเสียงประท้วงด้วยจุมพิตที่เรียกร้องและทรงพลัง บดขยี้ความรู้สึกของบัวบุษยาให้แตกกระเจิง จนเหลือเพียงความวาบหวามที่กำลังแผดเผาคนทั้งคู่ให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel