ตอนที่สาม ค่อยเป็นค่อยไป2 (กรุบกริบ)
ตอนที่สาม
ค่อยเป็นค่อยไป
เมื่อสัมผัสได้ถึงร่างที่สั่นสะท้าน ความฮึกเหิมในใจกลับเพิ่มพูนด้วยอยากจะกลืนกินอีกฝ่ายมากยิ่งขึ้น
ปากหนาเอ่ยจบก็ไล่ขบเม้มไปตามลำคออ่อนนุ่มราวกำลังค่อยๆ ละเลียดชิมรสอาหารอันโอชะ ขณะมือข้างหนึ่งยังคงจับเอวคอดไว้แน่น ส่วนอีกข้างยกขึ้นแตะแก้มนิ่มพลางลูบไล้สัมผัสความนวลเนียน แล้วหันใบหน้าหวานมาสบตาเผชิญหน้ากัน
แววตาวูบไหวสั่นระริกของสตรีตรงหน้าย่อมเกิดจากความหวาดหวั่น หากอีกฝ่ายกลับมองเป็นความออดอ้อนชวนรังแกทำให้ความดิบเถื่อนในกายตื่นขึ้น ขณะนิ้วมือยังคงไล้ไปตามพวงแก้มร้อนผ่าวซึ่งยามนี้แต่งแต้มด้วยสีแดงระเรื่อ
ปากบางที่อ้าออกคล้ายจะเอ่ยคำห้ามปรามแสลงหู ทำให้คุณชายหกสกุลเซี่ยไม่สามารถระงับความต้องการข้างในของตัวเองไว้ได้อีกต่อไป
ริมฝีปากหนาขยับเข้าประกบกลีบปากอวบอิ่ม โดยทันที ทั้งเพื่อปิดเสียงที่จะเล็ดลอดออกมาและลิ้มรสความบอบบางนุ่มนิ่มที่เฝ้าคะนึงหา
ครั้นได้ยินเพียงเสียงอืออา หากแต่ร่างบางไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนมากนัก ลิ้นอุ่นจึงถูกส่งเข้าลิ้มลองความหอมหวานจากโพรงปากชื้น ก่อนจะตวัดเกี่ยวหยอกเย้าเชิญชวนให้อีกฝ่ายตอบโต้เพื่อพัวพันกันและกัน
มือที่เอวปล่อยออกเพื่อสอดประคองหลังศีรษะของหญิงสาวให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม ขณะร่างกายช่วงล่างขยับเสียดสีถูไถร่างนุ่มนิ่มด้วยความซ่านกระสัน
เสียงคำรามทุ้มหลุดออกมาขณะดวงตาคมปลายมองร่างบางที่ค่อยๆ โอนอ่อนตามการชักนำของลิ้นชุ่มชื้นซึ่งรุกไล่พัวพันไม่หยุดอย่างตะกละตะกลาม
แม้อยากจะดื่มด่ำกับความเอร็ดอร่อยตรงหน้าให้หน่ำใจ แต่พอเห็นหญิงสาวทำท่าเหมือนจะหายใจไม่ทัน เซี่ยจื่อเซวียนจำต้องหยุดความเอาแต่ใจเอาไว้แล้วผละริมฝีปากออกมา
ชายหนุ่มไม่อยากให้ซูชิงเหยาตื่นกลัวเขามากเกินไป ทั้งคิดว่าควรค่อยเป็นค่อยไปจึงเพียงมอบจุมพิตเร่าร้อนก่อนในครั้งแรก
เมื่อเห็นสายตาสั่นไหวมองจ้องมา ใบหน้าหล่อเหลาชวนเคลิบเคลิ้มจึงฉีกยิ้มกว้าง ปาดลิ้นเลียริมฝีปากของตนเองเป็นการหยอกล้อ แล้วปล่อยมือออกจากร่างบอกบางช้าๆ ราวเสียดายความหอมหวานนักหนา
ซูชิงเหยาได้แต่ยืนค้างแข็งมองตามร่างของเพื่อนพี่ชายที่ดูดริมฝีปากของนางจนพอใจแล้ว กลับผละกายหลบหลีกไปจากสวนส่วนตัวของนางอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีกระทั่งคำขอโทษหรือเอ่ยลาราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเพียงแค่ฝันไป
เขา...ขโมยจุมพิตแรกของนาง
แล้วยังเดินลอยหน้าลอยตาออกไปหน้าตาเฉยเช่นนั้น
คุณหนูใหญ่ซูไม่อาจบอกได้ว่ารู้สึกอย่างไร ด้วยปะปนทั้งความไม่พอใจ ความกังวลใจ ความวาบหวามรัญจวนใจ และความอยากรู้อยากลอง
หญิงสาวไม่ได้คิดไปถึงว่าเมื่อมีครั้งแรกย่อมมีครั้งที่สอง ที่สาม และครั้งต่อๆ มาด้วยความได้ใจและติดใจในรสสัมผัสหวามไหวชวนใจสั่นสะท้าน
นับจากวันนั้นทุกคราที่มายังจวนสกุลซู คุณชายหกเซี่ยมักหาโอกาสลอบมาสร้างความหวั่นไหวให้กับซูชิงเหยา จากแค่สัมผัสลูบไล้ จุมพิตเร่าร้อน แลกลิ้นดูดดื่ม
ความเกินเลยค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นและมากขึ้น จนบัดนี้หญิงสาวเปลือยทรวงอก แอ่นความอวบอิ่มให้เขาได้สัมผัสกลืนกินโดยแทบไม่ขัดเขิน
ทั้งยังยอมให้เขาล้วงเข้าไปมอบความเสียวซ่าน สุขสมยังส่วนกลางกายด้วยเรียวลิ้นและนิ้วแข็งแรงที่ชวนให้หลงใหลในความหฤหรรษ์พร้อมกับคำเรียกขานที่เพิ่มความสนิทสนม
“น้องเหยาเหยาไม่ต้องกังวลไป พี่เพียงมอบความสุขให้แก่เจ้า ไม่นับเป็นการล่วงเกินจนเจ้าเสียหาย”
ด้วยประโยคปลอบประโลมนี้ แม้ซูชิงเหยาจะรู้ดีว่าไม่ควรปล่อยให้เซี่ยจื่อเซวียนลักลอบล่วงเกินนางเช่นนี้หลายครั้ง
หากการถูกบีบคั้นด้วยความสมบูรณ์แบบตั้งแต่เยาว์วัยจากบิดามารดา กลับทำให้คุณหนูใหญ่คิดอยากพยศด้วยการเอาแต่ใจตนเองดูบ้าง และเกิดความอยากลองความรู้สึกแปลกใหม่ จนเกิดเป็นภาพวาบหวามของสองหนุ่มสาวหลังต้นไม้ใหญ่
หากแต่ผู้ที่ชื่นชอบและเฝ้าตามติดซูชิงเหยามาหลายปีไม่ได้มีแค่คุณชายหกสกุลเซี่ย ชายผู้เป็นตัวเต็งความจริงแล้วคือ ‘มู่เหยียนถิง’ คุณชายรองสกุลมู่ผู้มีบิดาเป็นถึงเสนาบดีกรมอาญา
นั่นทำให้เซี่ยจื่อเซวียนซึ่งรู้ตัวเองว่าเป็นรอง รีบเร่งมือเพื่อหวังครอบครองหญิงสาวในดวงใจ
ทว่ามู่เหยียนถิงย่อมจับผิดได้ถึงความเก้อเขินของสองหนุ่มสาวผ่านการสังเกตการณ์อยู่หลายวัน
กระทั่งวันนี้จึงติดตามพวกเขาทั้งสองคนมาและได้เห็นภาพบาดตาของความแนบชิดและล่วงรู้ถึงแผนการล่อหลอกด้วยรสสวาทของเซี่ยจื่อเซวียน
