บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 ผู้มีพระคุณ

ยามอิ๋น ณ หอนางโลมอี้ฉิน

นางโลมรุ่นพี่ นางโลมรุ่นป้า รุ่นมามาผู้มากประสบการณ์ต่างเข้ามาห้อมล้อมให้กำลังใจหวางเหยาจี นางโลมลูกรักอันดับหนึ่งแห่งหอนางโลมอี้ฉิน นางเป็นนางโลมคนแรกที่ได้เปิดศักราชการตบแต่งอภิเษกเป็นพระชายาให้กับชายเชื้อพระวงศ์ นางโลมทั้งอายุมาก อายุน้อยต่างก็ตื่นเต้นยินดีกันถ้วนหน้า

หอนางโลมอี้ฉินตกแต่งอย่างหรูหรา นางโลมล้วนแต่งามล้ำ สาวงามนมเพิ่งตั้งเต้าฐานะยากจนทั่วแคว้นต่างใฝ่ฝันอยากถูกคัดเลือกเข้ามาเป็นนางคณิกาในหอนางโลมแห่งนี้ แม่เล้าเสวี่ยอี้หลิงวัย 36 ปีผู้งดงามผุดผาดดังสาวแรกแย้ม ความงามหยดย้อยจนนางคณิการุ่นเล็กยังอาย แม่เล้าผู้นี้ขึ้นชื่อว่าหน้าเลือดอย่างเป็นธรรม แม้จะหน้าเลือดเรื่องการค้าขาย แต่นางไม่เคยทรมาน ทำร้ายนางโลมในสังกัดเช่นหอนางโลมอื่น ซ้ำยังอนุญาตให้ตบแต่งบุรุษได้หากบุรุษเหล่านั้นพึงใจ มีปัญญามาไถ่ตัวนางโลมในราคาสามเท่าที่ซื้อมา นางโลมอี้จีที่นี่บางคนโชคดีได้เป็นแต่งเป็นฮูหยินรอง แต่งเป็นอนุให้คหบดีผู้ร่ำรวยก็หลายราย

ภายในห้องนอนชั้น 3 ของหวางเหยาจี

“จีเอ๋อร์หากเจ้าแต่งออกไปแล้วผู้ใดจะเรียกแขกเล่า” อี้เหรินนางโลมรุ่นพี่เอ่ยอย่างเสียดาย

“นั่นสินะ ผู้ใดจะหลอกบรรดาแขกวัยใกล้เข้าโลงเข้าห้องเชือดมาให้พวกข้าได้ปอกลอกเงินทองกันเล่า” เจาอิ๋งนางโลมผู้มีเรือนร่างคล้ายหวางเหยาจีเอ่ยขึ้น

เจาอิ๋งกดสลักประตูในห้องนอนชั้น 3 ของหวางเหยาจีโผล่หน้าออกมา ประตูนั้นเชื่อมกับห้องลับด้านข้าง เจาอิ๋งรูปร่างเย้ายวนใจ ขนาดหน้าอก ขนาดสะโพก ทรวดทรงองค์เอว ความสูง ผิวพรรณคล้ายคลึงกับหวางเหยาจียิ่งนัก แต่ใบหน้าของนางนั้นไม่ได้งดงามเรียกได้ว่าธรรมดาค่อนไปทางขี้ริ้ว เป็นนางโลมรูปร่างดี เต้นรำได้ยั่วยวน ทุกสิ่งดีหมดหากใช้ผ้าโปร่งปิดหน้า เจาอิ๋งเป็นนางโลมลูกเป็ดขี้เหร่เพียงคนเดียวของหอแห่งนี้

“พี่เจาอิ๋ง ท่านก็ขายการเต้นรำของท่านแทนการรับแขกแทนข้า ท่านเต้นรำเก่งยิ่งนัก ข้าเต้นรำได้เก่งเพราะท่านเป็นผู้สอนข้า” หวางเหยาจีคารวะนางโลมรุ่นพี่เจาอิ๋งผู้เป็นตัวตายตัวแทนรับแขกชราแทนนางทุกครั้ง

“เหยาจีข้าคงคิดถึงเจ้า ลำพังรายได้จากการเต้นรำไม่ได้มากมายเท่ารับแขกแทนเจ้า แถมบรรดาบุรุษชราเหล่านั้นเพียงทิ่มแทงเข้ามาในกายข้าครั้งสองครั้งก็เสร็จสม สบายข้ายิ่งนัก” เจาอิ๋งนางโลมตัวแทนหัวเราะด้วยเสียงร่าเริง

ทุกครั้งที่มีการรับแขกแบบค้างคืน เจาอิ๋งผู้นี้เป็นตัวแทนรับแขกแทนหวางเหยาจี เมื่อดับเทียน หวางเหยาจีจะลอดออกตรงม่านข้างเตียงให้เจาอิ๋งนางโลมรุ่นพี่ผู้มากประสบการณ์มาขึ้นเตียงแทน ราคาค้างคืนของหวางเหยาจีคือ 3,000 ตำลึงเงิน แม่เล้าหักไป 1500 ตำลึงเงิน นางให้นางโลมเจาอิ๋ง 500 หวางเหยาจีเก็บเข้ากระเป๋า 1000 ตำลึงเงิน ทุกฝ่ายต่างได้ประโยชน์ เพราะหากนางโลมหน้าตาเช่นเจาอิ๋งหากไม่ขายความสามารถคงรับแขกได้ค่าตัวไม่เกิน 100 ตำลึงเงินเท่านั้น

หวางเหยาจีจะหลบไปอยู่ในห้องลับด้านข้าง แอบดูผ่านผ้าม่านโปร่งปิดทับรูปภาพแบบหลอกๆบนฝาผนัง คอยส่งเสียงครางกับเสียงสยิวหูโดยใช้เสียงของนางเมื่อเจาอิ๋งรับแขกบุรุษชราพวกนั้น

นางจะไม่ยอมรับแขกค้างคืนจำพวกแม่ทัพ คหบดีหนุ่มๆ กุนซือฉลาดๆ พวกชายหนุ่มแรงดังม้าพยศเหลี่ยมจัด ผู้ใดมากเล่ห์ ฉลาดล้ำนางจะบอกปัดทันที เพียงได้ดื่มสุราเคล้าเคลียร่างนางในราคา 500 ตำลึงเงินแลกกับเป็นเพื่อนดื่มครึ่งชั่วยาม

จนมีเสียงร่ำลือหนาหูในหมู่บุรุษว่าหวางเหยาจีมีรสนิยมประหลาด เป็นนางโลมโฉมงามวิปริต ชอบรับแขกชรามะเขือเผาค้างคืน แต่แขกหนุ่มๆ นางไม่ค่อยรับ นอกเสียจากเห็นว่ารายนั้นนางเอาตัวรอดได้

แม่เล้าเสวี่ยอี้หลิงเดินนวยนาดนมกระเพื่อมเข้ามา ทุกคนในห้องต่างแต่งกายเปิดเผยเนื้อหนังมังสา เปิดเผยเรือนกายเป็นเรื่องปกติ

“ตำหนักอ๋องเจ็ดส่งผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวมาให้เจ้า” แม่เล้านำกล่องกำมะหยี่สีแดงสดวางลงบนโต๊ะ

“ผู้ใดส่งมาให้ข้า”

หวางเหยาจีรับมาเปิดดู นางตกตะลึงเล็กน้อยกับผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวแสนงาม ปักด้วยดิ้นทองคำแท้ ลายหงส์คู่อินทรีย์

“ว่าที่สวามีเจ้าอย่างไรเล่า”

“เขาเอ่ยว่ารังเกียจสตรีเช่นข้า” นางหัวเราะเบาๆ

“โถๆๆๆ ลูกสาวของแม่ บุรุษที่รังเกียจเจ้าจะส่งผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวราคาสูงลิบเช่นนี้มาให้เจ้าด้วยเหตุใด รังเกียจเป็นอันมากกระมังจึงต้องจัดเตรียมให้ถึงเพียงนี้ เจ้าดูลายปักนี้เถิด ดูอัญมณีสีแดงเม็ดเล็กที่ปักด้วยมืออย่างละเอียด ผ้าคลุมนี้ต้องทำล่วงหน้าไม่ต่ำกว่าหนึ่งเดือนจากช่างกองภูษาของราชวงศ์” แม่เล้าป้องปากหัวเราะทันที

“จริงด้วย ช่างงดงามนัก เจ้าลองมองลายปักบนผ้า แหม! ลายหงส์คู่อินทรีย์ ปีกพญาอินทรีย์ยังโอบล้อมตัวหงส์ ลายปักประจำพระองค์ของอ๋องเจ็ด ช่างรังเกียจเจ้าเสียจริงจึงสั่งช่างปักลายอินทรีย์เกี้ยวหงส์” นางโลมรุ่นพี่ต่างส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด วี๊ดว๊าย ล้อเลียนลายปักบนผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว

หวางเหยาจีก้มหน้าเขินอาย นางหน้าแดงเล็กน้อย บนหน้างามล้ำพยายามกลั้นยิ้ม

“ให้ข้าถามหน่อยได้หรือไม่” แม่เล้าเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง ขณะมองช่างวาดหน้าแต่งหน้าเจ้าสาวให้กับนางโลมลูกรัก

“ท่านแม่ถามข้ามาได้ทุกคำถาม ข้ายินดีตอบ” นางเอ่ยตอบแม่เล้าเสวี่ยอี้หลิง ผู้ที่นางเรียกว่าท่านแม่

“เหตุใดเจ้าจึงเลือกแต่งให้อ๋องเจ็ด ทั้งๆที่องค์ชายแคว้นฉู่เคยขอเจ้าแต่งเป็นชายารองด้วยจำนวนเงินมากกว่านี้ถึงสามเท่า เจ้ายังไม่ตกลง เหตุใดเจ้าจึงต้องแต่งให้ชายพิการเช่นอ๋องเจ็ด” แม่เล้าถามตามตรง

ครั้งหวางเหยาจีพ้นวัยปักปิ่น องค์ชายแคว้นฉู่เข้ามาเที่ยวในหอนางโลมแห่งนี้ เกิดถูกใจหวางเหยาจีต้องการอภิเษกนางเป็นชายารอง แคว้นฉู่เป็นแคว้นเสรีเรื่องเพศ มีการแสดงความต้องการเรื่องเพศอย่างเปิดเผย สตรีมีหลายบุรุษ บุรุษมีหลายสตรี การแต่งนางโลมหรือแต่งสตรีหม้ายเป็นเรื่องธรรมดา องค์ชายแคว้นฉู่ขอนางแต่งเป็นชายารองด้วยเงินถึงพันหน้าร้อยตำลึงทองแต่นางไม่ตกลง

“ท่านยายของข้าขอร้องให้แต่งกับอ๋องเจ็ด” หวางเหยาจีเอ่ยตอบแม่เล้าอย่างไม่ปิดบัง ผู้ซึ่งนางถือว่าเป็นผู้มีพระคุณของนาง

“เหตุใดท่านยายของเจ้าจึงขอร้องเจ้าเช่นนั้น”

“ข้าไม่รู้ ท่านยายบอกเพียงว่า ‘เป็นดวงตะวันในชีวิตชายพิการคนหนึ่ง ดีกว่าเป็นเพียงก้อนกรวดในชีวิตชายผู้อื่น’ ท่านยายบอกข้าเช่นนี้”

“อ๋องเจ็ดไม่เคยมีสตรีใดในชีวิตที่ผ่านมา เจ้าแต่งเป็นชายาเพียงหนึ่งเดียวให้ชายพิการ อาจดีกว่าแต่งเป็นอนุในเรือนให้ชายผู้เพียบพร้อมผู้มีภรรยาเป็นสิบ” แม่เล้ามองออกนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย

“แต่เขารังเกียจข้ายิ่งนัก” นางเอ่ยเบาๆ ประโยคที่อ๋องเจ็ดพูดกับนางยังซ้ำอยู่ในหู

“ทุกสิ่งในชีวิต ให้มองการกระทำของเขาอย่าฟังเพียงคำพูด บางคนพูดว่ารักแต่ไม่เคยทำ แต่บางคนแม้ไม่พูดอะไรการกระทำก็บอกทุกอย่างว่ารัก” แม่เล้าส่งผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวผืนนั้นให้นาง

“เจ้าค่ะท่านแม่” นางรับผ้าคลุมหน้านั้นมาถือไว้ในมือ

“อ๋องเจ็ดรู้ว่าจะแต่งเจ้าก่อนหน้านี้สามเดือน เขาคงประหม่าไม่น้อย ต่อไปต้องอยู่ร่วมกับสตรีทุกค่ำคืน” แม่เล้าเอ่ยบอกนาง

สัญญาซื้อขายตัวของหวางเหยายีถูกนำไปให้พระชายาเว่ยซีตั้งแต่สามเดือนที่แล้ว อ๋องเจ็ดคงทราบจากพระมารดาเลี้ยงของเขาว่าต้องแต่งกับนางโลมอันดับหนึ่งแห่งแคว้น

แม่เล้ากับท่านยายของนางมีการพูดคุยกันเรื่องนี้ล่วงหน้า แม่เล้าทำทีมาถามเหตุผลกับหวางเหยาจีพอเป็นพิธี เสวี่ยอี้หลิงรู้อยู่แล้วว่านางโลมผู้นี้ต้องแต่งให้อ๋องเจ็ดตามความประสงค์ของท่านยาย

“เจ้าช่างงดงามยิ่งนักงามดุจมนต์ปีศาจจำแลง ชายใดเห็นเจ้าก็ต้องยอมศิโรราบ” ช่างวาดหน้าเอ่ยชมเจ้าสาวผู้ที่บัดนี้แต่งหน้า แต่งกายเรียบร้อย เหลือเพียงแต่คลุมผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวเท่านั้น

“ขอบคุณพี่เฉียวลี่มากที่ช่วยแต่งหน้าให้ข้า วันนี้ถือเป็นวันสำคัญในชีวิตข้า ข้าขอขอบคุณท่านแม่ ขอบคุณพี่ๆ น้องๆ ทุกคนที่ช่วยดูแลข้าในวันนี้” นางน้ำตาซึมกล่าวขอบคุณแม่เล้าพร้อมนางโลมรุ่นพี่ทุกคนที่ช่วยดูแลนางมาตลอดหกปีในหอนางโลมแห่งนี้ สถานที่ที่นางเรียกว่าบ้าน

“เตรียมตัวเถิด ถึงเวลาแล้ว” แม่เล้าเสวี่ยอี้หลิงโอบกอดนาง

“ข้าจะใช้ชีวิตให้ดี” นางเอ่ยตอบ

“หากครบสัญญาหนึ่งปี ไม่มีที่ไปให้กลับมาทำงานที่นี่ดังเดิม” แม่เล้าน้ำตาซึม กำลังหน้าเบ้จะร้องไห้

“สตรีรักสบายเช่นข้า หากไม่มีที่ไป ต้องกลับมาอยู่แล้วเจ้าค่ะ” นางหัวเราะเบาๆ โอบกอดแม่เล้าเสวี่ยอี้หลิง

นางโลมทั้งหมดที่อยู่ในห้องต่างมากอดให้กำลังใจนาง

นางกำลังจะจากผู้มีพระคุณเหล่านี้ออกไปอยู่ตามลำพังกับอ๋องเจ็ด

ชายผู้ลั่นวาจาว่ารังเกียจนางยิ่งนัก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel