บทที่ 3 แขกประจำ
ควันกำยานลอยอ้อยอิ่งเคล้ากลิ่นสุราบางๆ ผสานกลิ่นเครื่องหอมอันเป็นเอกลักษณ์จากกายของหญิงสาวที่งามจนบุปผาละอาย
หวางเหยาจีนั่งเล่นกู่เจิงเป็นท่วงทำนองหวานเศร้า เบื้องหน้านางมีบุรุษผู้หนึ่งนามว่า ‘หลี่เมิ่งเถียน’ คุณชายใหญ่สกุลหลี่ บุรุษเจ้าสำราญอันดับหนึ่งแห่งแคว้นเว่ย คุณชายใหญ่ผู้กำเงิน และทำเงินให้สกุลหลี่อย่างมหาศาล เขาฉลาดหลักแหลม มีลูกล่อลูกชนอย่างไม่ธรรมดา สติปัญญาเฉียบแหลมทางการค้าของเขาหาใดเปรียบ ภายใต้หน้ากากความเจ้าสำราญ บุรุษผู้นี้ร้ายกาจดังเสือหมอบมังกรซ่อน
หลี่เมิ่งเถียน ชายหนุ่มรูปร่างสูงเพรียว แข็งแรง ร่างกายแข็งแกร่งทุกสัดส่วน เขาชอบเล่นกีฬาทุกชนิด แม้ไม่ได้หุ่นหนาใหญ่ล่ำสันเหมือนพวกนักรบ ร่างสูงเพรียวสง่าของเขาเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเครียดเขม็ง ลอนหน้าท้องเป็นร่องชัดเจน ร่างแกร่งแน่นสมชายชาตรี ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมักฉายแววตาเจ้าเล่ห์ ปากหยักอิ่มแดง รับกับคิ้วได้รูป เขาเป็นบุรุษที่ขึ้นชื่อว่ารูปงามที่สุดในเมืองหลวง
หลี่เมิ่งเถียนยังไม่ได้แต่งงานฮูหยินเอกเรื่องเป็นราว เขามีอนุอยู่หนึ่งคน เป็นคุณหนูจากตระกูลทางใต้ บุตรสาวเจ้าของเกาะไข่มุกดำ บัดนี้มารดาของหลี่เมิ่งเถียนให้ตำแหน่งเล่อชิงเป็นฮูหยินรองให้สมกับฐานะอันร่ำรวยของบุตรสาวเจ้าเกาะ แต่งเข้ามาเนื่องจากสกุลหลี่ต้องการผูกขาดการค้าไข่มุกจากเกาะไข่มุกดำ อนุผู้นี้อ่อนหวานน่ารัก อายุยี่สิบปี ใจกว้างดังแม่น้ำเส่ยจง แม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในแคว้น สามีของนางมาหอนางโลมนางก็ไม่ได้ว่ากระไร อยู่อย่างสงบของตนเองไป มีข่าวลือกล่าวว่านางสติไม่สมประกอบ เรื่องนี้ไม่ทราบว่าจริงหรือเท็จ
“เจ้าตกลงแต่งให้อ๋องเจ็ดเช่นนั้นรึ” ชายหนุ่มผู้หล่อเหลาทรงเสน่ห์ขมวดคิ้ว เอ่ยถาม
“ถูกแล้ว เป็นการตัดสินใจของข้าเอง” หวางเหยาจีเอ่ยตอบ นางก้มหน้าเล่นกู่เจิงในมือต่อ
“เพราะเหตุใดไม่แต่งให้ข้า ข้าเคยขอเจ้าแต่งเข้าเป็นอนุ เป็นฮูหยินรอง แม้แต่เป็นฮูหยินเอกก็หลายครา ขอจนปากจะฉีกถึงรูหู เจ้าก็ไม่เคยแล”
“เพราะท่านกับข้ารู้ใจกันอย่างไรเล่า” นางสบตาเขา
“เจ้าเลือกแต่งให้ชายพิการอย่างนั้นรึ มีเหตุผลอะไรที่พอจะฟังได้บ้างหรือไม่”
“ข้าย่อมมีเหตุผล แต่ด้วยเหตุผลอันใด มันจำเป็นด้วยรึที่ข้าต้องบอกท่าน” สีหน้าของนางเรียบเฉย
“หวางเหยาจี อ๋องเจ็ดแต่งเจ้าด้วยเงินเท่าไหร่ ข้าจะให้เพิ่มเป็นสองเท่า”
“เหตุผลของข้ามิได้อยู่ที่เงินทอง”
“แล้วอยู่ที่เหตุผลอันใด ชายพิการมีดีกว่าข้าตรงที่ใด”
“ข้าไม่จำเป็นต้องบอกท่าน”
“จีเอ๋อร์ ข้าเป็นแขกประจำของเจ้า ข้าควรจะต้องรู้บ้าง” เขาทวงสิทธิ์ที่คิดว่าไม่น่าจะมี
“ในฐานะแขกประจำของข้า ข้าต้องรายงานท่านอย่างนั้นรึ” เสียงเรียบเฉยของนางทำเขาเริ่มโมโห
“ข้าถามว่าเท่าไหร่ ข้าจะจ่ายตั๋วเงินเดี๋ยวนี้”
“ห้าร้อยตำลึงทองกับสัญญาแต่งงาน อภิเษกให้อ๋องเจ็ดเพียงหนึ่งปี”
“ห้าร้อยตำลึงทอง! อ๋องเจ็ดกล้าซื้อตัวเจ้าด้วยเงินจำนวนมากขนาดนี้เชียวรึ” เขาแทบกระอักสุราจอกน้อยในมือเมื่อได้ยินราคานี้ หนำซ้ำสัญญาเพียงแค่ปีเดียว
“พระมารดาอ๋องเจ็ดตั้งใจซื้อขาดข้า แต่งเพียงปีเดียวให้อ๋องเจ็ด เพื่อทำลายเกียรติ ทำลายชื่อเสียง ทำให้อ๋องเจ็ดเป็นที่กล่าวขวัญ เป็นที่ครหาไปทั่วแคว้น นางช่างลงทุนเสียจริง แต่ก็ดีเหมือนกัน ถือว่านางซื้อตัวข้าด้วยเงินมหาศาลแลกกับเวลาเพียงปีเดียว”
“แล้วหลังจากหนึ่งปีเล่า เจ้าจะทำการอันใดต่อ” เขาถามนาง เมื่อได้ยินราคานี้เขาแทบกระอักเลือด ไม่มีครั้งใดในประวัติศาสตร์การไถ่ตัวนางโลมด้วยจำนวนเงินที่มากขนาดนี้ คนที่คิดได้ ทำได้เช่นนี้คิดการสิ่งใดอยู่
“ข้ายังไม่รู้” นางเอ่ยตอบตามความจริง
“ข้าคงคิดถึงเจ้ายิ่งนัก” แววตาเจ้าชู้กรุ้มกริ่มของหลี่เมิ่งเถียน มองนางทั้งร่าง
“ปากหวานเช่นท่าน คงหาอี้จีคู่ใจได้ไม่ยาก”
“แต่คงไม่มีใครเหมือนเจ้า คืนนี้ข้ายอมจ่ายเจ้าหนึ่งร้อยตำลึงทอง แลกกับการได้ร่วมเตียงกับเจ้าก่อนเจ้าอภิเษกให้อ๋องเจ็ด” เขาเสนอเงินจำนวนมากมายมหาศาลจนนางถึงกับตาค้าง
“ท่านรู้ใจข้าดี รู้กฎของข้าดียิ่งกว่าผู้ใด” นางยิ้มยั่วเย้าเขา
“ชายอายุมากใกล้เข้าโลงผู้ยอมจ่ายสามพันตำลึงเงินเพื่อค้างกับเจ้า เพียงแต่ได้เสพสมร่างของนางโลมผู้อื่นสินะ” เขาหัวเราะ
“ผู้ใดบอกท่านกัน” นางจ้องตาเขา มองลึกลงไปถึงดวงตาเจ้าเล่ห์ร้ายคู่นั้น
“ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ สตรีมากเล่ห์เช่นเจ้า ข้าไม่ควรหลงเสน่ห์ให้เปลืองใจ”
“หากรู้มากไป ท่านอาจจะกลายเป็นศพ” นางหัวเราะเบาๆ เสียงหวานดุจนางปีศาจร้ายผู้ล่อลวงใจคน
“นี่เจ้ากล้าพูดกับแขกประจำของเจ้าเช่นนี้รึ”
เขาเดินเข้าไปใกล้ร่างงดงาม รวบร่างนางอุ้มลอยขึ้น พานางมานั่งบนตั่งกุ้ยเฟยตัวยาว หวางเหยาจีนอนทับอยู่บนร่างเขา ใบหน้าหวานนวลห่างจากใบหน้าของหลี่เมิ่งเถียนเพียงไม่ถึงชุ่น
“ถึงข้าจะให้มากกว่าสองเท่าเจ้าก็ไม่ยอมแต่งให้ข้าใช่หรือไม่” เขาถามย้ำ แม้เงินจำนวนนี้จะมากโข เรียกได้ว่าหนึ่งในห้าของคลังสมบัติ แต่คนอย่างหลี่เมิ่งเถียนมีสติปัญญา คำว่าเงินหาใหม่ได้เสมอ
“ข้าลงนามในสัญญากับพระมารดาเลี้ยงของอ๋องเจ็ดไปแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้”
“คนเช่นเจ้าย่อมมีเหตุผลของตนเอง สตรีร้ายกาจเช่นเจ้าย่อมไม่ทำสิ่งใดอย่างไร้เหตุผล” เขาถอนหายใจ จรดจมูกโด่งคมลงบนแก้มนางเบาๆ
“ข้าคงคิดถึงเจ้านัก เจ้ากำลังจะแต่งเป็นภรรยา เป็นชายาของผู้อื่น”
“ข้าก็เช่นกัน” นางมองตาเขา ปากบางจุมพิตบนริมฝีปากเขา
“เจ้าไม่เคยจูบข้า จูบนี้เพื่อสิ่งใดกัน"
“แด่แขกประจำของข้า ผู้ที่ข้าพูดคุยปรับทุกข์ แบ่งปันสุขมาตลอดหนึ่งปี แด่มิตรภาพไร้นาม แด่ความสัมพันธ์แบบไม่สามารถเรียกขาน แด่ความผูกพันแบบเพื่อนคนหนึ่ง”
“ข้าไม่อยากเป็นเพื่อนเจ้า เป็นเด็กเป็นเล็กช่างปีนเกลียวผู้ใหญ่เช่นข้ายิ่งนัก” หลี่เมิ่งเถียนเป็นชายฉกรรจ์วัยยี่สิบแปดปี นางในอ้อมกอดเป็นเพียงเด็กอายุสิบหกที่กำลังอยากมีเพื่อนข้ามรุ่น เขาอยากจับนางมาตีก้นด้วยความหมั่นเขี้ยว
“ท่านเป็นเพื่อนชายที่สนิทที่สุดเพียงคนเดียวของข้า” นางไล้มือไปตามแก้มสากของเขา
“ต้องการสิ่งใดจึงเอาใจข้าเป็นพิเศษเช่นนี้ นางจิ้งจอกน้อยหวางเหยาจี”
“หากข้าออกไปจากหอนางโลม หากข้าต้องการความช่วยเหลือ ท่านสัญญาได้หรือไม่ว่าจะช่วยเหลือข้า สนับสนุนข้า” นางเอ่ยอย่างออดอ้อนเอาใจ ดวงตาสุกสกาวดังหมู่ดาวกำลังกระพริบอ้อนเขา
“ข้าจะสนับสนุนเจ้า ข้ามอบหยกพกแทนคำมั่นของข้า ไม่ว่าระหว่างเราเป็นมิตรภาพแบบใด ข้ายินดีช่วยเหลือเจ้าเสมอ” เขาเอ่ยให้คำมั่น เขาปลดหยกชิ้นเล็กๆ ชิ้นหนึ่งห้อยอยู่ที่เอวให้นาง
“ขอบคุณกับทุกสิ่งทุกอย่าง ขอบคุณมิตรภาพฉันท์มิตรที่ให้กับข้า” นางเอ่ยขอบคุณจากใจจริง
“เพื่อนไม่จูบเพื่อน” เขาเอ่ยเย้านาง
“เพียงจูบลา”
ปากบางจุมพิตแผ่วเบาอีกครั้งบนริมฝีปากหนุ่มเจ้าสำราญหลี่เมิ่งเถียน เขาสอดลิ้นเข้ารุกรานในปากเล็กอิ่มแดง ความหวามไหวในอกกำลังปะทุรุนแรงยิ่งนัก เขากำลังทำความเข้าใจความรู้สึกบ้าๆ ที่เกิดขึ้นในใจ กำลังทำใจยินดีกับนางที่ได้ตบแต่งอภิเษกเป็นชายาของบุรุษเชื้อพระวงศ์ มีนางโลมอีกเป็นร้อยเป็นพันที่เขาสามารถเรียกใช้ได้ทันที สตรีมากมายต่างเข้าแถวรอเงินโปรยหว่าน เหตุใดต้องอาลัยเพียงนางโลมผู้หนึ่ง
“ขอให้โชคดี” เขาเอ่ยอวยพรนาง
“ท่านก็เช่นกัน” นางค้อมกายคารวะเขา
แขกประจำของนางลุกขึ้นแต่งกาย เขาจัดเสื้อผ้าหลุดลุ่ย จัดผมเผ้าให้เข้าที่ มือหนาเรียวล้วงเข้าในอกเสื้อของตนหยิบตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงทองออกมาวางไว้บนโต๊ะ
นางตาค้างตื่นตกใจกับเงินจำนวนมากมาย
“เก็บกลับไปเถิด ท่านไม่ได้ค้างกับข้า ไม่ได้ร่วมหอกับข้า จะให้ข้าด้วยเหตุใด ข้ารับไว้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด”
“สำหรับจุมพิตแสนหวาน สำหรับจูบลา ข้าให้เจ้าไปทำทุน”
เขาเดินออกไปอย่างไม่หันหลังกลับมา เขานับชั่วโมง เหลือเวลาไม่ถึงสิบสองชั่วยาม นางต้องเดินขึ้นเกี้ยวเจ้าสาว
เวลาเพียงข้ามวันนางจะแต่งเป็นพระชายาที่ถูกต้องตามกฎแคว้นของอ๋องเจ็ด
