บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 ว่าที่พระชายา

หอนางโลมอันดับหนึ่งแห่งแคว้นเว่ย ‘หออี้ฉิน’

กลิ่นเครื่องหอมจากไม้กฤษณาอันหรูหรา ผสานกลิ่นเครื่องเทศอ่อนๆ บรรยากาศชวนรื่นรมย์ยิ่งนัก

หออี้ฉินคือหอนางโลมสำหรับบุรุษชั้นสูงเท่านั้น นางคณิกาล้วนแต่คัดสรรมาเป็นอย่างดีจากเมืองต่างๆ ทั่วแคว้น คณิกาอี้จีชั้นสูงทุกนางเชี่ยวชาญการเอาใจบุรุษ เชี่ยวชาญศาสตร์ทั้งสี่ของสตรีชั้นสูง ล้วนแต่ถูกฝึกฝน อบรมมารยาทอย่างสตรีสูงศักดิ์

แต่สิ่งที่ไม่เหมือนสตรีในห้องหอคือวิชาศึกษาเรือนกายของบุรุษ ทุกจุดเสียว ทุกศาสตร์การดูดดึง โลมเลีย ไล้ลูบ เรื่องบนเตียง แบบสะเด็ดสะเด่าเร่าร้อน ร่านราคะถึงอกถึงใจบุรุษ สิ่งนี้เป็นเคล็ดวิชาลับสุดยอดของหออี้ฉิน นางโลมทุกคนต้องฝึกการเอาตัวรอด ฝึกฝนร่างกายให้แข็งแรงเย้ายวน ฝึกใช้พิษ ฝึกแฝงกาย นางโลมชั้นสูงเป็นอาชีพที่เสี่ยงต่อชีวิต เมื่อรับแขกสองต่อสอง เมื่อปรนนิบัติบุรุษ หากบุรุษนั้นเกิดไม่ถูกใจ เป็นบุรุษกามวิปริต นางโลมทุกคนต้องเอาตัวรอดได้ทุกสถานการณ์

เมื่อซื้อสาวงามมาแพงลิบ แม่เล้าเสวี่ยอี้หลิง แม่เล้าคนงามแห่งหออี้ฉิน แม่เล้าผู้ฉลาดล้ำผ่านโลกมามาก แม่เล้าผู้นี้จะไม่ยอมให้ผู้ใดมาทำร้ายเหล่าลูกสาวตัวทำเงินของนางได้เป็นเด็ดขาด ยกเว้นเสียแต่ว่าอยากไถ่ถอนตัวเองออกไปอยู่กับชายที่ตนรัก ด้วยราคาค่าตัวถึงสามเท่า หากมีชายรักจริง แม่เล้าจะให้ชายนั้นมาไถ่ถอนนางคณิกาได้ในราคาสามเท่าตัวที่ซื้อมา

นางใดอยากขายเรือนกาย แม่เล้าจะคัดสรรแต่ชายผู้มีฐานะดี เป็นบุรุษตระกูลสูง หากผู้ใดไม่อยากขายเรือนกาย แม่เล้าเสวี่ยอี้หลิงก็ไม่บังคับ แต่ต้องมีดีพอที่จะแสดงเรียกแขกได้โดยไม่ต้องขายเนื้อขายตัว

หวางเหยาจีรับงานทุกรูปแบบ ทุกศาสตร์ศิลป์นางเชี่ยวชาญ เรียกว่าเป็นสิบแปดมงกุฎของหอนางโลมแห่งนี้ นางโลมอันดับหนึ่งที่รับแขกไม่ต่ำกว่าวันละสิบคน ห้องของนางอยู่ชั้นสาม ชื่อเสียงความงามล่มแคว้นของนางระบือไปทั่ว

การดื่มสุราเคล้าเคลียนางต้องจ่ายถึงห้าร้อยตำลึง หากต้องการค้างกับนางต้องจ่ายถึงสามพันตำลึงเงิน งานประเภทใดนางรับหมด

บนห้องนอนชั้นสามของหวางเหยาจีถูกตกแต่งด้วยสีแดงและทองเหมือนห้องหออันหรูหรา เปรียบถึงการเข้าหอ สื่อถึงคืนวสันต์ทุกค่ำคืน

กลิ่นหอมอ่อนจางในห้องนอนผสมกับกลิ่นเนื้อของหญิงสาวในชุดวาบหวิวบางเบา นางสวมเสื้อดันทรงด้านในสีขาว อกอวบใหญ่สล้างถูกดันขึ้นจนเป็นก้อนอวบนูนโดดเด่น เสื้อคลุมสีม่วงอ่อนโปร่งบาง คลุมทับเสื้อดันทรง กับกางเกงชั้นในตัวน้อยที่สั้นเพียงคืบ ชุดคลุมโปร่งนั้นไม่ได้ปกปิดสิ่งใด มีแต่พรางตายั่วเย้าให้อยากเปิดเสียมากกว่า

แม่เล้าคนงามเดินนวยนาดเข้ามาพร้อมพระมารดาเลี้ยงของอ๋องเจ็ด

“คารวะพระชายาเว่ยซีเพคะ” เสียงหวานดุจกระดิ่งเงินของหวางเหยาจีในชุดบางเบาเอ่ยขึ้น

“วันนี้ข้าจะมาพูดคุยเรื่องสัญญาซื้อตัวเจ้า” พระชายาเว่ยซีเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ารังเกียจสถานที่อโคจรเช่นนี้

“เงินห้าร้อยตำลึงทอง กับสัญญาเพียงหนึ่งปี เพื่อให้ข้าตบแต่งอภิเษกเป็นชายาอ๋องเจ็ดใช่หรือไม่”

“ถูกแล้ว ข้าซื้อเจ้าด้วยเงินห้าร้อยตำลึงทอง เงินจำนวนมากโขพอที่จะใช้ไปได้ทั้งชาติสำหรับคนธรรมดา ข้าซื้อเจ้าเป็นสิทธิ์ขาดเพื่อแต่งเพียงปีเดียวให้อ๋องเจ็ด”

“ลงนามในสัญญาเสียเถิดเพคะ เมื่อครบหนึ่งปี ถือว่าข้ากับท่านหมดหน้าที่ต่อกัน ข้าจะรีบออกจากตำหนักอ๋องเจ็ดทันที” หวางเหยาจียื่นสัญญาให้พระมารดาเลี้ยงของอ๋องเจ็ดลงนาม

“เจ้าช่างเขี้ยวลากดินเสียจริง”

“ข้าหาเงินได้มากกว่าห้าร้อยตำลึงในหนึ่งปี ท่านต่างหากเล่าที่ทำให้ข้าเสียเวลา ข้ายอมรับข้อตกลงนี้ถือว่าเป็นการพักร้อนก็แล้วกัน แต่ข้าคงคิดถึงรสสวาทของเหล่าบุรุษยิ่งนัก” นางเอ่ยยิ้มๆ ริมฝีปากงามยกยิ้มขึ้น

“อ๋องเจ็ดเป็นชายพิการ ทำอะไรเจ้าไม่ได้แน่นอน ชายพิการช่วงล่างนั่งรถเข็น ได้ตบแต่งกับนางโลมร่านรักเช่นเจ้า คงทรมานพอกัน คนหนึ่งร่านราคะ คนหนึ่งอยู่ใกล้สาวงามร่านสวาทแต่ก็ไม่มีปัญญาร่วมรัก” พระชายาเว่ยซีหัวเราะเยาะเบาๆ

“แค่เพียงปีเดียว หลังจากนั้นอย่ามายุ่งกับข้านะเพคะ ข้าจะไปที่ใดก็ได้” หวางเหยาจีเอ่ยขึ้น สายตาหงส์ฉ่ำวาว มองสำรวจในสัญญา นางตรวจตราทุกตัวอักษรอย่างละเอียด

“แล้วแต่เจ้าจะไสหัวไปที่ใด ข้าเพียงอยากทำลายชื่อเสียง ทำให้อ๋องเจ็ดกลายเป็นที่กล่าวขวัญ ถูกหัวเราะเยาะไปทั่วแคว้นก็เท่านั้น นี่ถือเป็นสิ่งที่ข้าต้องการ”

“ขอบพระทัยพระมารดาเลี้ยงเช่นท่านยิ่งนัก ต่อไปข้าต้องเรียกท่านว่าเสด็จแม่ รบกวนท่านแล้ว” นางโลมร่านรักรีบเกี่ยวญาติกับสตรีสูงศักดิ์ทันที

“อย่าบังอาจมาเรียกข้าเช่นนั้น ข้าไม่ใช่มารดาอ๋องเจ็ด สิ่งที่ข้าทำล้วนเพียงใช้เงินสนองความอยากของตนเอง เพียงซื้อเจ้ามาทำลายชื่อเสียงอ๋องเจ็ดเท่านั้น อย่าได้สามหาวเกี่ยวดองญาติกับข้า” พระชายาเว่ยซีโมโหรีบบอกปัดไม่รับเป็นเครือญาติ

“เพคะ เสด็จแม่” หวางเหยาจีเดินยียวนไปมา นางคารวะพระมารดาเลี้ยงอย่างเต็มพิธีการ

“ข้าบังคับพาอ๋องเจ็ดมาด้านล่าง เจ้าลงไปดูหน้าว่าที่สวามีเจ้าหน่อยเป็นไร ชายพิการผู้ที่เจ้าต้องผะอืดผะอมอยู่ด้วยไปอีกถึงหนึ่งปี”

พระชายาเว่ยซีเดินกำมือออกไปจากห้องนอนของนางโลมอันดับหนึ่ง แม่เล้าหัวเราะในลำคออย่างพึงพอใจ เก็บตั๋วเงินห้าร้อยตำลึงทองเข้ากระเป๋า เงินจำนวนนี้ซื้อนางโลมได้อีกเป็นร้อยคน

หวางเหยาจีขูดเลือดพระมารดาเลี้ยงจนเลือดซิบ เพราะนางโด่งดังทั่วแคว้น ชื่อเสียง ชื่อเสียของนางต้องทำให้อ๋องเจ็ดอับอาย พระชายาเว่ยซีจึงใช้เงินจำนวนมากซื้อนางโลมโฉมงามผู้รับแขกไม่เลือกไปนอนเคียงกายอ๋องเจ็ด ให้อ๋องเจ็ดอยากกระอักเลือดตาย ให้เขาสะอิดสะเอียนจนอยากอาเจียนเมื่อต้องร่วมห้อง ร่วมหอ อยู่กับนางคณิกาผู้ผ่านชายมาเป็นร้อยเป็นพัน

วันนี้พระมารดาเลี้ยงของอ๋องเจ็ดให้คนเชิญอ๋องเจ็ดใส่รถม้า บังคับพามาสถานที่อันแปดเปื้อนไปด้วยน้ำกามของบุรุษ กลั่นแกล้งอ๋องเจ็ดให้ได้พบกับว่าที่พระชายาผู้งดงามในสถานที่สีดำแห่งนี้

หวางเหยาจีใส่ชุดบางเบาที่แทบไม่ปกปิดเดินลงมาในห้องรับรองชั้นหนึ่ง ห้องนี้คือห้องรับรองส่วนตัวขนาดใหญ่ นางเดินเข้าไปในห้อง ห้องนั้นมีเพียงบุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่บนรถเข็น เขาหันหลังให้นางอยู่ นางสัมผัสได้ถึงไอหม่นสีเทาจากรอบกายเขา ความอ้างว้างโดดเดี่ยว ความหดหู่

บุรุษในชุดเครื่องแต่งกายอย่างคุณชายสูงศักดิ์ในอาภรณ์สีดำขลิบทองค่อยๆ หันรถเข็นมาช้าๆ ล้อรถเข็นค่อยๆ หมุนกลับด้าน เมื่อเขาได้ยินเสียงฝีเท้าอันเปลือยเปล่าของนางก้าวเท้าเข้ามาในห้อง

ดวงตาคมดุหยิ่งผยองสบเข้ากับตาหงส์ฉ่ำวาวเหมือนตากวาง ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสด ผิวกายขาวผ่อง อกอวบใหญ่ เอวคอดกิ่ว สะโพกผายในเสื้อผ้าอาภรณ์น้อยชิ้น ชุดคลุมสีม่วงอ่อนปลิวกรุยกรายเมื่อนางเยื้องย่าง กลิ่นกายหอมกรุ่นลอยเข้ามากระทบจมูก ตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยเห็นผู้ใดงดงามยั่วเย้าทั้งเรือนกายเช่นนี้ ราวกับนางปีศาจจิ้งจอกกลับชาติมาเกิด ดังมนต์ปีศาจจากขุมนรกกามา ดังหนามแหลมของดอกพิษในนรกโลกันต์ นางเกิดมาเพื่อยั่วเย้าตัณหาของบุรุษทุกผู้ทุกนาม ความร้อนร่านแผ่ออกจากกายนางเพื่อหลอมหัวใจชายชาตรี ไม่ว่าชายใดก็ต้องศิโรราบ

หัวใจบุรุษวูบไหว เขามองนางทั้งเนื้อทั้งตัว

“นี่กระมังนางโลมอันดับหนึ่ง นางโลมร้อนร่านผู้โชคร้ายได้แต่งกับชายพิการเช่นข้า ขอให้รู้ไว้ข้ารังเกียจเจ้ายิ่งนัก” เขากัดฟันเอ่ยออกมา

ร่างงดงามของหวางเหยาจีนั่งคุกเข่าลงต่อหน้าอ๋องเจ็ดผู้นั่งอยู่บนรถเข็น เขากำมือแน่น ปากอิ่มแดงแย้มยิ้ม ดวงตาสุกสกาวราวกับดวงดาวนับล้านช้อนตาขึ้นมองหน้าเขา

“กล้ากล่าววาจาดูหมิ่นกับว่าที่พระชายาของตนได้อย่างไร ท่านอ๋องเจ็ดฉีก่วนจง”

ร่างบางยืดกายขึ้นเล็กน้อย โน้มกายเข้าใกล้เขาในระยะประชิด ปากบางสีแดงสดดั่งลูกอิงเถาประกบเข้ากับปากหยักหนารูปปีกนกของอ๋องเจ็ด มือเรียวประคองใบหน้าเขาไว้ บดจูบลงอย่างเร่าร้อนวาบหวามจนปากหนายอมเปิดปากสอดลิ้นเกี่ยวกระหวัดตักตวงความรัญจวนนั้น

“อืม..” เขาครางในลำคอ

“นี่เป็นการลงโทษท่านที่กล้าพูดจาไม่ไพเราะกับว่าที่พระชายาของตน”

“ข้ารังเกียจสตรีเช่นเจ้า”

หัวใจอ๋องเจ็ดเต้นกระเด้งกระดอนในอกแทบทะลุออกมา เขาบอกตัวเองซ้ำๆ ว่านางน่ารังเกียจเพียงใด แปดเปื้อนมามากเพียงใด สัมผัสเมื่อครู่มันคือสิ่งใดกัน

“แต่ข้าไม่รังเกียจท่าน”

นางสบตาเขา หัวใจเขาเต้นกระหน่ำยิ่งกว่าเดิม รังเกียจนางยิ่งนัก แต่เหตุใดจึงไม่อาจถอนสายตาออกจากใบหน้างดงามล่มเมืองนั้นได้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel