บทที่ 6 ทำตัวเองแบบนี้สนุกมากเหรอ?
โตมรที่นั่งอยู่บนโซฟาจ้องมองดูเธอ คนเหล่านี้แต่ละคนใช้วิธีสกปรก เหล้าที่ยื่นให้เธอนั้นล้วนเป็นเหล้าที่ปนด้วยเหล้าที่ดีกรีแรงที่สุด แม้ว่าเธอจะคอแข็ง แต่ก็ทำลายกระเพาะกับตับได้
มธุรสนั่งตัวตรงอยู่ข้างๆ เหมือนกับนกยูงที่ได้รับชัยชนะ
ทัดดาวมองดูเธอได้ผสมเหล้าอีกหนึ่งแก้วเตรียมจะให้เธอ ในที่สุดโตมรก็นั่งไม่ติด ขมวดคิ้วแน่น แย่งเหล้าแก้วนั้นจากทางด้านหลัง ดื่มหมดรวดเดียว แอลกอฮอล์ที่เผ็ดร้อนเหมือนมีดกรีดไปที่คอแล้วลงไปจนถึงในกระเพาะ
เมื่อมธุรสได้สติกลับมา ทันใดนั้นหน้าซีด "โตมร คุณทำอะไร? นี่มันเป็นเหล้าที่ให้ทัดดาว "
โตมรจ้องมองเธอตาเขม็ง ไม่พูดอะไร แต่ลุกขึ้นเดินไปตรงหน้าทัดดาว แล้วดึงเธอขึ้นมาจากโซฟา "คุณตามผมออกมา "
ทัดดาวเพียงรู้สึกเจ็บข้อมือที่ถูกเขากำไว้แน่นเท่านั้น ยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกเขาหิ้วออกจากห้องสูทแล้ว
"โต....โตมร คุณจะพาฉันไปไหน?"
เขาไม่สนใจเธอ เพียงแต่ลากเธอเดินไปทางข้างนอก จนกระทั่งลงมาชั้นล่างเดินไปข้างนอกดรีมมี่คลับแล้ว เขาถึงคลายมือออก ทัดดาวขาไม่ค่อยดียืนไม่ค่อยมั่งคงอยู่แล้ว เมื่อถูกเขาปล่อยมือ จึงนั่งแหมะลงกับพื้นอย่างหมดแรง
พื้นปูนใต้ร่างกายเย็นเฉียบ ยังมีอุณหภูมิที่ติดลบ ทำให้เธอรู้สึกตัวขึ้นเล็กน้อย เงยหน้ามองดูเขาอย่างไม่เข้าใจ
โตมรมองดูท่าทางแบบนี้ของเธอ จึงขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงปนไปด้วยความผิดหวังที่พูดไม่ออก "ทำตัวเองแบบนี้สนุกมากเหรอ?"
เธอตกตะลึงเล็กน้อย
"ในเมื่อเสียดายชีวิตแสงสีแบบนี้มากขนาดนี้ จนแม้จะเป็นพนักงานต้อนรับที่ถูกคนอื่นหัวเราะเยาะก็จะต้องกลับมา ถ้าอย่างนั้นตอนนั้นทำไมจะต้องไปทำร้ายรสา? เพื่อคิมหันต์ คุณทำลายตัวคุณเองและรสาด้วย มันคุ้มไหม ?"
"โตมร........"
มธุรสที่อยู่ข้างหลังเดินตามออกมาอย่างเร่งรีบ โดยที่ในมือยังถือแก้วเหล้าไว้อยู่ แต่เมื่อเธอเห็นภาพตรงหน้า รู้สึกเจ็บจี๊ดในหัวใจ
ตอนนั้นที่โตมรตามจีบทัดดาวไม่น้อยกว่าที่ทัดดาวตามจีบคิมหันต์เลย หากไม่ใช่เป็นเพราะว่าทัดดาวขับรถชนรสา กลัวว่าโตมรก็คงไม่ตายใจจากเธอ
ดังนั้น เธอกลัว กลัวว่าโตมรยังมีใจให้กับทัดดาว
กำลังลังเลอยู่ว่าจะดึงโตมรไปหรือไม่ รถเฟอร์ราเนกไทสีบรอนซ์เงินคันหนึ่งเบรกกะทันหัน แล้วจอดลงตรงประตูนิ่งๆ จากนั้น น้ำเสียงที่คุ้นเคยก็ดังมาจากข้างหลังของทัดดาว
"ทำไมเหรอ? ทำอะไรกันอยู่ตรงนี้ ?"
ทัดดาวหันหน้าไป ก็เห็นคิมหันต์ลงจากรถ คนขับรถที่อยู่ข้างๆ รีบขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว
เขาก้าวเท้าใหญ่เดินอย่างไม่เร่งไม่รีบมาถึงข้างกายเธอ เลิกคิ้ว "ทำไมเหรอ? เรียนรู้มาครึ่งเดือนแล้ว แม้แต่ต้อนรับแขกก็ยังไม่เป็นเหรอ?"
ทัดดาวได้สติคืนมา กัดฟันแน่นแล้วลุกขึ้น โค้งคำนับอย่างมีมารยาท "สวัสดีค่ะคุณคิมหันต์"
คิมหันต์ไม่พูดอะไร เธอก็โค้งอยู่แบบนี้ ท่านี้ทำให้เธอรู้สึกอยากจะอาเจียน จนร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย
บางทีอาจจะเป็นเพราะได้กลิ่นเหล้าบนตัวเธอ ดวงตาคิมหันต์หรี่ลงเล็กน้อย
"เวลาทำงาน ห้ามดื่มเหล้า คุณไม่รู้หรือ ?"
"ขอโทษ ฉัน........."
มองดูท่าทางต้อยต่ำของทัดดาวแบบนั้น โตมรขมวดคิ้วแน่น ร่างกายไวกว่าความคิดเขาเดินเข้าไปหนึ่งก้าว ขวางไว้เล็กน้อย "ช่างบังเอิญจริงๆ ที่ได้เจอคุณที่นี่ "
บังเอิญหรือ ?
คำพูดแบบนี้ใครจะเชื่อ ถ้าไม่มีใครโทรไปแจ้ง คนแบบคิมหันต์ขี้เกียจที่จะมาเหยียบสถานที่แบบนี้ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว กลัวแต่ว่าเขาต่างหากที่เป็นเจ้านายใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลัง
"ได้ยินมาว่าคุณเพิ่งจะกลับมาจากอเมริกาได้ไม่นาน มันไม่ง่ายที่จะได้มาสักครั้ง เป็นอย่างไรบ้าง? ลูกน้องทำให้คุณไม่พอใจเหรอ? " พูดพลางเขาก็เหลือบมองไปทางทัดดาวอย่างไม่ตั้งใจ "อยู่มาครึ่งเดือนแล้ว ผู้จัดการของพวกคุณไม่ได้สอนคุณว่า การทำให้ลูกค้าไม่พอใจควรจะต้องทำอย่างไรเหรอ?"
ทัดดาวหลับตา หันหลังเดินไปทางโตมร จากนั้นโค้งคำนับสวยๆ "ขอโทษคุณโตมรด้วย หวังว่าคุณจะให้อภัยฉัน "
โตมรไม่พูด แต่สีหน้าไม่ดีเลย
คิมหันต์คลายแขนเสื้อตัวเอง แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "ดูไปแล้วคุณไม่ยอมรับการขอโทษของเธอ ก็ดี ถ้าอย่างนั้นก็ให้เธอคุกเข่าอยู่ตรงนี้ เมื่อไหร่ที่คุณเปิดปากพูดว่าไม่โกรธแล้ว ค่อยให้เธอลุกขึ้น......."
ทัดดาวกัดริมฝีปากไว้แน่นๆ ขอบตาแดงเล็กน้อย หันหน้ามาก็เห็นดวงตาคู่เย็นชาของคิมหันต์ ราวกับว่าเขาจะบีบเธอให้จนมุม
