บทที่ 5 เธอยอมรับชะตากรรม
ในตอนนั้นทัดดาวถือว่าตัวเองตระกูลใหญ่ธุรกิจใหญ่ ดูถูกเยาะเย้ยเธอไว้ไม่น้อย ตอนนี้โอกาสมาถึงแล้ว เธอไม่คิดจะปล่อยเธอไปง่ายๆ หรอก
ขมวดคิ้วแน่น แล้วเธอยื่นมือมาคล้องแขนโตมรไว้ ยิ้มหวานเอาใจ "โตมร ยังไงทัดดาวกับพวกเราก็ถือว่าเป็นเพื่อนเก่าแก่ ไม่เจอกันนาน เราควรจะนั่งลงคุยเรื่องเก่าๆ กันไหม "
โตมรไม่พูดอะไร เพียงแค่มองไปที่เธอด้วยสายตาเรียบๆ
ทัดดาวรู้ วันนี้เธอหนีไม่รอดแล้ว เรื่องแบบนี้อยู่ที่ช้าหรือเร็วเท่านั้น คิมหันต์ส่งเธอมาที่นี่ ก็เพื่อต้องการผลลัพธ์แบบนี้ คนที่เธอเคยล่วงเกินเมื่อเรียงแถวกันสามารถเรียงจากทางใต้ไปถึงทางเหนือของเมืองได้เลย ทุกคนล้วนอยากจะเห็นเรื่องตลกของเธอ แม้ว่าวันนี้จะไม่ใช่มธุรส ต่อไปในวันข้างหน้าก็จะเป็นมธุสาและมธุยา
เธอยอมรับชะตากรรมแล้ว
เลียริมฝีปากที่แห้งกร้านแล้ว เธอมองไปทางมะเหมี่ยวที่อยู่ข้าง กระซิบว่า "รบกวนคุณบอกผู้จัดการด้วย บอกว่ามีแขกต้องการให้ฉันไป อย่าให้เธอบันทึกว่าฉันขาดงาน........."
มะเหมี่ยวไม่ใช่คนโง่ ย่อมดูออกว่า เป็นความประสงค์ร้ายของมธุรสที่มีต่อทัดดาว แต่เธอเองก็รู้สึกโกรธทัดดาวที่ปิดบังเรื่องเคยถูกจำคุก จึงเอียงข้างไปแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น
ทัดดาวก็ไม่สนใจ เดินขากะเผลกตามหลังมธุรสกับโตมร เงียบสงบเหมือนกับวิญญาณพเนจร
เมื่อขึ้นลิฟต์แล้ว ไม่นานก็ถึงห้องวีไอพี มธุรสมองดูทัดดาวที่ก้มหน้าอยู่ แล้วยิ้ม เดินเข้าไปยื่นมือคล้องแขนเธอไว้ จากนั้นผลักประตู ห้องสูทออก
ทันใดนั้นมีกลิ่นเหล้าโชยมา
แสงไฟในห้องมืดสลัว ทัดดาวมองไม่ชัดว่าใครเป็นใคร ได้ยินแต่เสียงเมาเอะอะโวยวาย "คุณโตมรในที่สุดคุณก็มา พวกเราดื่มไปหนึ่งถังแล้ว คุณจะต้องลงโทษตัวเองด้วยการดื่มสามแก้ว มธุรส ไม่อนุญาตให้คุณห้าม........"
มธุรสยิ้มที่มุมปาก เดินไปตรงกล่องควบคุมแสงไฟ ยื่นมือไปเปิดไฟให้สว่าง ทันใดนั้นในห้องสว่างชัดเจนเหมือนกลางวัน
ชายหญิงแต่ละคนในห้องล้วนบ่นอุบอิบ มธุรสไม่สนใจ แต่ยื่นมือผลักไปที่ท้ดดาว "ทุกคนดูกันว่านี่คือใคร?"
ทันใดนั้นสายตาทุกคู่ส่องเข้ามา มีทั้งพิพากษา และมีทั้งความขี้เล่น
เหงื่อชุ่มฝ่ามือทัดดาว แต่บนใบหน้านั้นนิ่งสงบมาก
จนกระทั่งมีคนร้องตะโกนว่า "ว้าว นี่ไม่ใช่คุณหนูตระกูลบุษยานันท์ ทัดดาวเหรอ? ได้ยินว่าไปจำคุกเพราะพยายามฆ่าไม่ใช่เหรอ? เป็นตัวจริงเหรอ?"
พูดจบ คนในห้องเสียงดังขึ้นมา มธุรสยิ้มอย่างพอใจ ใช้ศอกกระแทกไปที่ร่องไหล่ของทัดดาว "รีบทักทายทุกคนเร็ว ทำไม บื้อไปแล้วเหรอ?
มองดูสายตาแต่ละคู่ที่เต็มไปด้วยความเยาะเย้ย ทัดดาวกัดริมฝีปากแน่น
"ฉันคือทัดดาว"
โตมรที่อยู่ข้างๆ เอียงหน้ามามองดูเธอแวบหนึ่ง แล้วคิ้วขมวดขึ้นเล็กน้อย
แสงไฟนีออนที่ส่องสว่างอยู่ไกลๆ ในเมืองที่เจริญรุ่งเรืองแฝงไปด้วยความเย็นชา
ปราการยืนอยู่ในสำนักงาน มองไปทางโต๊ะทำงานอย่างระมัดระวัง "ทางคลับ โมนิต้าถามว่า จะออกหน้าไหม? "
คิมหันต์นั่งอยู่บนเก้าอี้สำนักงานที่ทำด้วยหนัง ชุดสูทสั่งตัดสีเทา สะท้อนให้เขาดูชั่วร้ายมากขึ้น เขาใช้มือเดียวเล่นไฟแช็กสีดำสนิท แหวนที่นิ้วชี้ ส่องสว่างใต้แสงไฟรู้สึกแสบตาเล็กน้อย ก็เหมือนกับเขาคนนี้ แพรวพราวมีเสน่ห์
เขาหรี่ตาเล็กน้อย เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ ครู่หนึ่ง จึงพูดเสียงขรึมว่า "โตมรก็อยู่ด้วยใช่ไหม?"
"ครับ"
"ตุ้ม" หนึ่งเสียง ไฟแช็กในมือดังขึ้น เขาจุดบุหรี่ขึ้นมาหนึ่งมวน เผยอมุมปากขึ้น "ในเมื่อโตมรอยู่ ถ้าอย่างนั้นก็ให้พวกเขาเล่นกันไป บอกโมนิต้า อย่าไปยุ่ง"
นึกถึงผู้หญิงคนนั้นท่าทางยอมจำนน คิมหันต์หลับตาลง เขาไม่กล้าเชื่อจริงๆ ว่า เพียงแค่สองปี จะทำให้ผู้หญิงคนนั้นเปลี่ยนไปเป็นอีกคนหนึ่งได้
บุหรี่ในมือค่อยๆ ไหม้ ค่ำคืนยังอีกยาวนาน..........
ทัดดาวจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองถูกมอมเหล้าไปกี่แก้วแล้ว ในกระเพาะเหมือนถูกไฟแผดเผา เธอรู้สึกว่าถ้าตัวเองดื่มอีกเพียงแค่หนึ่งคำ ก็อาจจะตายไปเลย
แต่เธอไม่สามารถขอให้พวกเขาปล่อยเธอไปได้ เพราะว่าคนที่นี่ไม่มีใครยอมปล่อยเธอไปสักคน
