บทที่ 4 รับได้หมดตามสั่ง
"ทำไมเหรอ?"
มะเหมี่ยวรู้สึกไม่ค่อยเข้าใจเล็กน้อย เธอกับทัดดาวมาดรีมมี่คลับในระยะเวลาไล่ๆ กัน จากการที่อยู่ด้วยกันมาครึ่งเดือน เธอรู้สึกว่าทัดดาวรูปร่างหน้าตาสวย นิสัยก็ดี คนแบบนี้ไม่ว่าจะไปถึงไหนก็มีแต่คนรัก
แต่ผู้จัดการฝ่ายต้อนรับดันหาเรื่องเธอทุกอย่าง ไม่แค่มิอนุญาตให้เธอผลัดเวร ก็จะให้เธอไปเก็บคราบอาเจียนของลูกค้าที่ดื่มจนเมา ครึ่งเดือนผ่านไป แทบจะไม่เคยแสดงสีหน้าที่ดีต่อเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว
เป็นแบบนี้ ปรากฏว่าท่าทางของทัดดาวนั้นเหมือนแล้วแต่ใครจะฆ่าจะแกง ...........รับได้หมด
"ฉันไม่มีเงิน ที่นี่ให้ที่กินอยู่ " ทัดดาวคลายมือที่นวดขาออก เงยหน้าฝืนยิ้ม "ที่สำคัญ ฉันก็หางานอื่นไม่ได้ด้วย"
คำพูดที่ไม่ตรงประเด็น มะเหมี่ยวไม่เข้าใจความคิดของทัดดาว ไม่พูดอีกจะดีกว่า
ทัดดาวรู้ว่าท่าทางตัวเองที่ไม่เอาไหนแบบนี้ ใครๆ ก็ดูถูก แต่เธอไม่สนใจ ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดที่อยู่เบื้องหลังดรีมมี่คลับก็คือคิมหันต์ ทุกการกระทำทุกคำพูดของเธอที่นี่ ล้วนอยู่ในกำมือของเขา
เธอทนได้หมด เธอก็แค่กังวลเท่านั้น กังวลว่าคิมหันต์จะลงมือกับตระกูลบุษยานันท์จริงๆ ตอนนั้นพลอยทำให้ตระกูลบุษยานันท์ลำบากไปด้วยเป็นเพราะเธออกตัญญู ตอนนี้เธอก็แค่ให้ตัวเองหาเรื่องไม่เป็นเรื่องให้น้อยลง
ที่ไม่ไกล รถสปอร์ตลิมิเต็ดสองคันวิ่งมาจอดที่ลานจอดรถหน้าคลับ ชายสามหญิงสองคนลงมาจากรถ เมื่อคนขับรถได้ขับรถไกลออกไปแล้ว พวกเขาจึงเดินมาทางห้องโถงใหญ่ด้วยรอยยิ้มและเสียงพูดจา
ทัดดาวดึงมือกลับ เผยให้เห็นรอยยิ้มที่ได้มาตรฐาน รอให้พวกเขาเดินเข้ามาใกล้ ก็รีบโค้งคำนับ "สวัสดีค่ะ ดรีมมี่คลับยินดีต้อนรับ........"
เหล่าทายาทเศรษฐีที่หาความสำราญ ย่อมไม่มีใครเห็นสาวต้อนรับอยู่ในสายตาอยู่แล้ว ขึ้นลิฟต์ไปด้วยเสียงหัวเราะคิกๆ คักๆ
ผู้หญิงที่เดินมาเป็นคนสุดท้ายเมื่อเดินผ่านหน้าทัดดาว จู่ๆ ก็หยุดลง จากนั้น ก้มหน้าขมวดคิ้วพินิจดูเธอ แล้วถามด้วยน้ำเสียงเบาอย่างไม่แน่ใจ "ใช่ทัดดาวไหม?"
ทัดดาวตกตะลึง จึงเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว มองเห็นใบหน้าที่รู้สึกคุ้นๆ แต่เธอคิดไม่ออกว่าเป็นใคร
ผู้หญิงคนนั้นเห็นท่าทางเธองุนงง บนใบหน้าที่สวยงามนั้นเผยให้เห็นรอยยิ้มที่มีความหมาย "เป็นคุณจริงๆ แปลกจริง คดีของคุณครบเร็วขนาดนี้เลยเหรอ? ออกจากเรือนจำแล้วไม่ยอมบอกเพื่อนเก่าสักคำ ฉันจะได้คอยต้อนรับคุณไง "
เธอพูดจบ มะเหมี่ยวที่อยู่ข้างๆ ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ทัดดาวนึกถึงสถานการณ์นี้มานานแล้ว สีหน้าปกติเหมือนเดิม
แต่คนคนนั้นไม่ยอมปล่อยเธอไปแบบนี้ง่ายๆ
สองมือกอดอกแล้วพินิจพิเคราะห์ดูเธออย่างละเอียด แล้วยิ้มเยาะ "ทัดดาว ทำไมคุณกลายเป็นสภาพแบบนี้ เป็นเพราะว่าชีวิตในเรือนจำมันผ่านไปอย่างลำบากใช่ไหม?"
ทัดดาวกัดริมฝีปากแน่นไม่พูดไม่จา แม้กระทั่งใบหน้ายังคงมีรอยยิ้มเล็กน้อย
ผู้หญิงคนนั้นรู้สึกเหมือนพูดกับอากาศ ในที่สุดก็กลั้นไม่อยู่ ขมวดคิ้วแน่น แม้แต่น้ำเสียงก็เริ่มแหลมขึ้นมา "มาตรฐานการรับสมัครคนของดรีมมี่คลับต่ำแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หาผู้หญิงคนหนึ่งที่พยายามฆ่ามาต้อนรับแขกผู้มีเกียรติก็ไม่ว่า ลูกค้าถามยังไม่ตอบ เป็นคนยังไง? ผู้จัดการของพวกคุณล่ะ............."
" มธุรส คุณกำลังทำอะไร? "
น้ำเสียงแหบแห้งขัดจังหวะคำพูดของผู้หญิงคนนั้น ทัดดาวเอียงหัวไปข้างๆ เห็นคนคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ ความจำของเธอค่อยๆ ชัดเจนขึ้นมา
ที่แท้เป็นเขา..........
ทัดดาวไม่คิดว่าตัวเองจะได้พบกับโตมรในสถานการณ์แบบนี้
ตอนที่อยู่ในเรือนจำ มีเพียงคนเดียวที่เคยไปเยี่ยมเธอ ก็คือเขา
เพียงแต่การเยี่ยมของเขา คาดว่าก็น่าจะเต็มไปด้วยความเกลียด เพราะเขาเป็นพี่ชายของรสา ผู้หญิงคนหนึ่งที่เกือบจะทำให้น้องสาวของเขาตาย เขาจะสงบจิตสงบใจได้อย่างไร
"โตมร ในที่สุดคุณก็มา คุณลองเดาซิว่าฉันเห็นใคร?"
โตมรเองก็เห็นทัดดาวแล้วเหมือนกัน ในดวงตาคู่นั้นมีแววตาที่ทำให้คนดูไม่ออก ทัดดาวเปลี่ยนแปลงไปมาก เขาขมวดคิ้วแน่น ครู่เดียว ก็เดินไปตรงหน้าเธอ น้ำเสียงเบามาก "ออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"ครึ่งเดือนก่อน"
ความสงบของเธอทำให้เขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อก้มหน้าเห็นรอยแผลจางๆ บนใบหน้าของเธอ ในใจรู้สึกเจ็บจี๊ด อึดอัดเล็กน้อย จนต้องละสายตาออก "ดีมาก ในเมื่อได้อิสรภาพใหม่อีกครั้ง ขอให้มีชีวิตที่ดี "
"ขอบคุณ"
มธุรสไม่คิดว่าโตมรจะปล่อยทัดดาวไปง่ายๆ แบบนี้ ทันใดนั้นสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างดูไม่ได้
