บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 ส่องหาบุรุษ

“จิ้งเอ๋อร์ ขึ้นรถม้าไปกับพวกข้าสิ”

บรรดาพี่น้องผู้ชายต่างกวักมือและร้องเรียกซุนซือจิ้งจากบนรถม้า เพราะรู้ว่านางต้องเดินทางไปส่งงานที่สำนักศึกษาซ่างเทียน

“ข้าไปส่งแทนเจ้าก็ได้ เจ้าไม่ต้องไปหรอก” ซุนซือหานบอกน้องสาวร่วมมารดาของตน

“ข้าไม่รบกวนพี่สามหรอกเจ้าค่ะ ข้าไปเองได้”

สตรีน้อยส่ายศีรษะแล้วตอบปฏิเสธทันควัน วันนี้นางอยากไปสอดส่องบุรุษที่สำนักศึกษา เผื่อจะพบคนถูกตาต้องใจ

“เช่นนั้นก็ขึ้นรถม้าคันเดียวกับพวกข้า” ซุนซือหานกล่าว สายตาคมบ่งบอกให้เหวินซิงสาวใช้ประคองน้องสาวตนขึ้นรถ

“ขอบคุณพี่สามเจ้าค่ะ” ซุนซือจิ้งยิ้มบาง ก่อนยอมขึ้นรถม้าแต่โดยดี

ขืนยังดื้อดึงดันคงมีหวังถูกเอาไปฟ้องแน่นอน

........

สำนักศึกษาซ่างเทียน

สำนักศึกษาซ่างเทียนเป็นสำนักศึกษาหลวงที่รับบุรุษผู้มีความสามารถในด้านต่างๆ มารวมไว้ด้วยกัน เป็นสถานที่ผลิตขุนนางและบัณฑิตเพื่อพัฒนาความเจริญให้กับแคว้นตงหยาง

ซุนซือจิ้งเดินก้าวขาช้าๆ ตามทางเดินที่มีแต่บุรุษพลุกพล่าน สายตาเหลือบมองซ้ายทีขวาทีแล้วก็ส่ายศีรษะไปมา

“คนนั้นยังไม่ดี นั่นก็ยังไม่ใช่” สตรีบ่นพึมพำซึ่งแม้แต่เจ้าตัวเองก็แทบไม่ได้ยินเสียงของตน

“คุณหนู เป็นอะไรหรือเจ้าคะ”

เหวินซิงถามด้วยความสงสัย ลักษณะของคุณหนูในยามนี้คล้ายกับผู้ร้ายที่ย่องเข้าไปขโมยของในบ้านของผู้อื่นไม่มีผิดเพี้ยน

“ไม่เป็นอะไร เจ้าอย่าส่งเสียงดังได้หรือไม่ เดี๋ยวจะเป็นที่สนใจเกินไป”

สตรีน้อยดุสาวใช้ เมื่อสายตามองเห็นบุรุษหน้ามนรูปร่างสะโอดสะองก็ไม่รอช้า นางบอกสาวใช้ทันที

“เหวินซิง เจ้าเอางานไปส่งที่ห้องทำงานของอาจารย์ข้าที ไม่เกินครึ่งก้านธูปเดี๋ยวข้ามา รออยู่ตรงนี้ล่ะ”

สาวใช้ตัวน้อยมองเจ้านายบ้านตน นางอยากตามไปด้วยแต่ก็ต้องจำใจเอางานไปส่งแทน

........

“เจี้ยนอิงผิง ข้าได้ข่าวมาว่ามารดาเจ้าเร่งให้เจ้าแต่งงานแล้วนี่” เสียงของบุรุษผู้หนึ่งพูดคุยกับบุรุษหน้ามนที่ซุนซือจิ้งหมายตาไว้

“อืม แต่ข้ายังไม่พบเจอสตรีที่ถูกใจ คงต้องรีบหาเสียแล้ว” ชายหนุ่มที่ชื่อว่าเจี้ยนอิงผิงตอบด้วยสีหน้ากังวล

‘เจี้ยนอิงผิงอย่างนั้นหรือ บุตรชายคนโตสายตรงของตระกูลเจี้ยน บิดาเป็นขุนนางที่แม้ตำแหน่งไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มั่งคั่ง’ ซุนซือจิ้งที่แอบฟังอยู่ในพุ่มไม้ประเมินบุรุษในใจ

‘แต่ก็ใช้ได้ ไม่เลว’

นางเม้มริมฝีปากอย่างรวดเร็วไม่ถึงหนึ่งลมหายใจแล้วก็กลับมายิ้มมุมปากในทันใด

“ขอให้เจ้าโชคดี เจอแม่นางน้อยที่น่ารักจริงใจ”

“ขอบใจๆ” เจี้ยนอิงผิงกล่าวตอบสหาย จากนั้นจึงเดินไปยังศาลากลางน้ำตามลำพัง

ซุนซือจิ้งที่แอบมองอยู่ไม่รอช้า นางเดินหน้าเชิดหลังตรงดั่งสตรีสูงศักดิ์ตามหลังชายหนุ่มไปไม่ห่าง เมื่อเว้นระยะพอสมควรก็ล้มลงบนสนามหญ้าแล้วร้องเสียงดัง

“อื้อ อืม โอ๊ะโหยว” สตรีนึกถึงเสียงร้องที่ยั่วยวนที่สุดเพื่อให้บุรุษหันมามอง

เป็นไปตามที่ตั้งใจ เจี้ยนอิงผิงหันมองตามเสียงสตรีที่ร้องอย่างประหลาด เขาเดินย้อนกลับมาดูนางด้วยใบหน้าสงสัย

“แม่นาง เจ้าเป็นอะไรไป ทำไมถึงร้องเช่นนี้”

“ข้าล้มแล้วข้อเท้าแพลงเจ้าค่ะ” ซุนซือจิ้งพูดเสียงหวาน เงยหน้ามองอีกฝ่ายสายตาหยาดเยิ้ม

“ไม่ทราบว่าคุณชายพอจะพยุงข้าเข้าไปนั่งที่ศาลานั่นได้หรือไม่”

เจี้ยนอิงผิงอึกอักเล็กน้อย “ได้สิ ข้าจะพยุงเจ้าเอง”

กล่าวจบเขาก็ย่อตัวคว้าแขนข้างหนึ่งของซุนซือจิ้ง จากนั้นก็พยุงร่างบางไปยังศาลาตามที่นางบอก

ระหว่างทางที่เดินไปนั้น ซุนซือจิ้งลอบมองเขาเป็นระยะ

‘ผิวพรรณเนียนละเอียด หน้าตาดี บุรุษแบบนี้สิข้าชอบ’ นางแอบอมยิ้มไม่ให้อีกฝ่ายสังเกตเห็น

เมื่อถึงศาลา เจี้ยนอิงผิงก็ประคองสตรีนั่งบนเก้าอี้ ส่วนเขาคุกเข่าข้างหนึ่งเพื่อจะได้ดูข้อเท้าของนางได้ถนัด

“เจ้าเจ็บบริเวณไหน ข้ามียาพกติดตัวไว้ จะได้ทายาให้เจ้า”

หญิงสาวลอบยิ้มอีกครั้งด้วยความพึงพอใจ นิ้วเรียวชี้บริเวณข้อเท้าขาวของตนให้เขามอง

“ตรงนี้เจ้าค่ะ”

“อ่อ” บุรุษตอบ “ไม่มีบวมแดงหรือเขียวช้ำ ทายาไม่นานนักก็หาย”

เขาหยิบตลับยาที่พกติดตัวไว้ออกมา นิ้วยาวป้ายยาเล็กน้อยแล้วลูบวนข้อเท้าของสตรีอย่างแผ่วเบา

“จิ้งเอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไรไป” ซุนซือหานเดินผ่านบริเวณนั้นพอดีจึงเดินเข้าไปหาพวกเขา

“ข้าข้อเท้าแพลงเจ้าค่ะ คุณชายผู้นี้จึงทายาให้”

ดวงตาคมของซุนซือหานมองเจี้ยนอิงผิง “ขอบคุณสหายเจี้ยนที่ดูแลน้องสาวข้า”

เจี้ยนอิงผิงเก็บตลับยาของตน “ไม่เป็นไร ข้าแค่บังเอิญมาเจอแม่นางผู้นี้หกล้ม ก็เลยทายาให้ก็เท่านั้น”

“เอ๊ะ” ซุนซือจิ้งรีบส่งเสียงร้อง “มือท่านจับเท้าข้าแล้วจึงไม่ค่อยสะอาดนัก เอาผ้าเช็ดหน้าผืนนี้เช็ดมือเถอะนะเจ้าคะ”

นางรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนยื่นให้เขาแล้วพูดน้ำเสียงหวานฉ่ำ

“คุณชายรับไว้แล้วไม่จำเป็นต้องคืน แต่หากจะคืนก็ไม่เป็นไร”

เจี้ยนอิงผิงได้ยินก็รีบรับผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดมือตัวเองแล้วส่งคืนนางทันที “ข้าคืนเจ้า”

“โอ๊ะ” สตรีร้องอีกครั้งด้วยความประหลาดใจ “คุณชายเอาไปซักก่อนก็ได้เจ้าค่ะ ไม่ต้องรีบร้อนคืนข้า”

ซุนซือจิ้งจับผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยยัดกลับใส่มือหนาของเขาอีกครั้ง แล้วลุกขึ้นเดินจากไปอย่างช้าๆ

“เวลาจะคืนผ้าเช็ดหน้าก็นัดข้าผ่านท่านพี่ซือหานได้เลยนะเจ้าคะ สถานที่นัดหมายจะเป็นไป่เซียงจิ่วโหลวหรือเหม่ยเว่ยจิ่วโหลวก็ได้เจ้าค่ะ”

นางหันไปสบสายตาบุรุษด้วยแววตาระยิบระยับจนเจี้ยนอิงผิงสะดุ้งเล็กน้อย

“ได้เลยแม่นางซุน” เขาตอบรับสีหน้าเขินอาย ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยพบเจอสตรีเช่นนี้เป็นครั้งแรก

ซุนซือหานกระแอมเสียงดัง “เช่นนั้นซักเสร็จเมื่อไหร่ก็บอกข้าละกัน” ไม่รอช้าเขาก็เดินไปยังอีกทางและแสร้งทำเป็นไม่สนใจน้องสาวบ้านตน

“จิ้งเอ๋อร์นะจิ้งเอ๋อร์ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่” เขาบ่นพึมพำพลางถอนหายใจ

........

จวนสกุลเจี้ยน

“ผิงเอ๋อร์กลับมาแล้วหรือ”

ฮูหยินใหญ่สกุลเจี้ยนร้องเรียกบุตรชายตนเองด้วยความดีใจ

“มาดูนี่เร็ว รูปบุตรสาวตระกูลขุนนางและพ่อค้าส่วนใหญ่ในเมืองหลวง เจ้ามาเลือกดูว่าชื่นชอบผู้ใดเป็นพิเศษ แม่จะได้ยกสินสอดไปหมั้นหมายให้”

เจี้ยนอิงผิงเข้าไปดูตามที่มารดาบอก เขาพลิกไม่กี่หน้าก็พบรูปเหมือนของซุนซือจิ้ง

“เอ๊ะ นี่แม่นางซุน”

“บุตรสาวจวนใต้เท้าซุนหรือ คนไหนล่ะ คุณหนูสาม สี่หรือห้า” ฮูหยินใหญ่ชะโงกหน้ามองภาพในมือของชายหนุ่ม

“คุณหนูห้าขอรับ ข้าเพิ่งได้พบนางที่สำนักศึกษาเมื่อเช้านี้” บุรุษตอบเสียงเบา ใบหูเริ่มแดงเมื่อนึกถึงสตรีที่เพิ่งรู้จัก

“งดงามใช้ได้ พรุ่งนี้ข้าจะไปสกุลซุนหมั้นหมายนางให้กับเจ้า”

สตรีวัยกลางคนยิ้มแย้มดีใจ สายตาพลันเห็นผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยในมือของบุตรชายก็เอ่ยถาม

“ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ก็ของนางอย่างนั้นสินะ เพิ่งพบหน้าก็มีของแทนใจแลกกันแล้ว หนุ่มสาวสมัยนี้รวดเร็วดีเสียจริง ถ้ามีหลานให้ข้าอุ้มเร็วแบบนี้ยิ่งช่างดียิ่งนัก”

“เอ่อ ไม่ใช่ของแทนใจหรอกท่านแม่ นางให้ข้ามาเช็ดมือน่ะ” บุรุษหนุ่มรีบพูดแก้ตัว

“เอาเถอะๆ จะเช็ดหน้าเช็ดมือหรือเช็ดเท้าก็ความหมายเดียวกัน ข้าไปตรวจนับสินสอดก่อน จะได้ทันพรุ่งนี้”

สตรีหัวเราะร่าแล้วขยิบตาให้สาวรับใช้เดินตามออกจากเรือน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel