บทที่ 5 ขายโสม
เช้าวันต่อมา ถิงถิงนั่งซ้อนท้ายจักรยานโดยมีพี่ชายคนโตปั่นเข้าไปส่งในตำบลเพื่อที่จะนั่งรถต่อเข้าไปที่อำเภอ การเดินทางนับว่าลำบากพอสมควร เธอเองคิดว่ามันช่างไม่สะดวกสบายเอาเสียเลย หลังจากลงจาก รถโดยสารที่ตัวอำเภอแล้ว ถิงถิงรีบไปที่สถานีรถไฟเพื่อซื้อตั๋วโดยสารไป เซี่ยงไฮ้ต่อทันที หวังว่าการเดินทางมาในครั้งนี้จะพบเจอแต่เรื่องที่ดี
เซี่ยจิ้นหลงหลังจากส่งน้องสาวขึ้นรถไปแล้วก็รีบกลับบ้านทันที ยังมีงานที่ภูเขาอีกมากไม่ว่าสวนผลไม้ของน้องสาวจะสำเร็จหรือไม่พี่ชายอย่างเขาทำได้เพียงแค่สนับสนุนน้องสาวให้ถึงที่สุด หากว่ามันไม่ได้ผลจริง ๆ อย่างมากเขาแค่ออกจากบ้านไปหางานทำในเมืองเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว เขากับน้องชายเรียนจบชั้นมัธยมปลายกันทั้งคู่ มีเพียงน้องสาวเท่านั้นที่เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย
ร้านอาหารแห่งหนึ่งในปักกิ่ง เหม่ยอิงและเพื่อนร่วมงานกำลังมองดูคู่รักไร้ยางอายอย่างเฉินเฟยหมิงและซูเจียวมี่ หลังจากวันที่เฉินเฟยหมิงทำให้ถิงถิงเพื่อนรักของเธอต้องอับอายขายขี้หน้าจินเหม่ยอิงสาบานในใจเอาไว้แล้วว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อแก้แค้นให้เพื่อนรักของเธอ
ส่วนซูเจียวมี่หน้าตาไม่นับว่าสวยอะไร ส่วนการศึกษานั้นยังเรียนไม่จบมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ ผลการเรียนก็ไม่ถือว่าเป็นคนเรียนเก่ง มีดีแค่อย่างเดียวคือบ้านรวย พ่อเป็นทหารยศใหญ่ ส่วนเฉินเฟยหมิงมันก็เป็นเพียงปลิงในคราบของสุภาพบุรุษ โชคดีที่ถิงถิงไม่ได้ไปไกลกับเจ้าปลิงนี่ ไม่อย่างนั้นคงได้เสียใจไปจนตายแน่
“เหม่ยอิง มองอะไรอยู่เหรอ” หนิงอัน
“มองปลิงตัวผู้กับกระซู่ตัวเมียน่ะ” เหม่ยอิง
“ห๊ะ อะไรคือปลิงตัวผู้กับกระซู่ตัวเมีย เธอช่วยพูดภาษาคนได้ไหม ฉันตามเธอไม่ทันแล้ว” หนิงอันเพื่อนสาวคนซื่อ
“โอ้ย ไม่ต้องถามแล้ว กิน ๆ ไปเถอะรีบกินได้แล้วจะได้กลับไปทำงาน” เหม่ยอิงเร่งหนิงอันให้กินข้าวเพราะเธอจะต้องไปโทรศัพท์กลับไป ที่บ้าน ถิงถิงบอกว่าจะไปที่บ้านเกิดของเธอเพื่อขายโสม เหม่ยอิงเองแนะนำให้ถิงถิงไปขายที่ร้านสมุนไพรถงเหริน
“นี่ เหม่ยอิง บอกเราหน่อยสิ ปลิงตัวผู้กับกระซู่ตัวเมียคืออะไรเหรอ เธอจะมาพูดแบบนี้ไม่ได้นะมีอะไรก็พูดออกมาให้ชัดเจนสิ มาพูดกำกวม แบบนี้ใครจะไปรู้กันล่ะ” หนิงอันมองค้อนจินเหม่ย
“นี่ หนิงอัน อย่าไร้เดียงสาไปหน่อยเลย ปลิงตัวผู้ก็อดีตรุ่นพี่ที่มาจีบถิงถิงไง กระซู่ตัวเมียก็ยัยนั่นไงทำไมเธอจะต้องให้เราพูดอีก” จินเหม่ยพูดจบก็ก้มหน้าก้มตากินอาหารตรงหน้าต่อ
“ก็เธอไม่พูดแต่แรกนี่ว่ารุ่นพี่เฉินกับซูเจียวมี่ แค่นี้เราก็รู้แล้วไหมล่ะ จะว่าไป สองคนนี้ก็ไร้ยางอายจริง ๆ นะ ดีแล้วที่ถิงถิงตัดใจได้”
“เธอคิดผิดแล้ว ถิงถิงไม่ได้ตัดใจได้ แต่ถิงถิงไม่เคยมีใจแต่แรกต่างหาก แค่กำลังจะให้โอกาสเท่านั้น ดีแล้วที่เพื่อนรักของพวกเราไม่ได้คบหากับรุ่นพี่เฉิน เธอดูสิหนิงอัน การเป็นคนดีมันสู้คนมีเงินมีอำนาจได้หรือ เห็น ๆ อยู่ว่ายัยเจียวมี่นั่นก็แค่กิ่งไม้สูงให้รุ่นพี่ได้ปีนป่ายขึ้นไปเท่านั้น หวังว่าจะไม่ตกลงมาขาหักเสียก่อนนะ แล้วก็นะผู้ชายแบบนี้เหมาะสมกับผู้หญิงแบบนั้นมากกว่าคนดี ๆ อย่างเพื่อนของเรา เธอไม่คิดว่าพวกเขาเหมาะกันราวกับผีเน่ากับโลงผุเหรอ”
“เหม่ยอิง ปากคอเราะร้ายมาก”
“เงียบไปเลย กินข้าวของเธอไป”
หลังจากที่ถิงถิงนั่งรถมาสี่วันเต็ม ๆ บนรถไฟไม่ได้สะดวกสบายแต่อย่างใด อีกทั้งจะต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลา เพราะโสมคนที่เธอเอามา ในครั้งนี้มีค่ากับเธอมาก หากขายได้ราคาดีนั่นย่อมหมายถึงว่าเธอจะมีเงินทุนในการทำสวนผลไม้ได้อย่างสบายใจ ถึงแม้ตงตงบอกว่าระบบจะมีโหมด ในการป้องกันตัวโฮสต์จากอันตรายได้แต่เธอเองก็ไม่ได้วางใจไปเสียทีเดียว
“ในที่สุดก็ถึงเสียที เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ตงตงนายว่าครั้งนี้พวกเราจะทำเงินได้มากเท่าไหร่”
*-* ผมว่าน่าจะพอให้โฮสต์มีเงินใช้จ่ายไปในระยะหนึ่ง แต่โฮสต์จะยังไม่รวยพอที่จะเอาความร่ำรวยของโฮสต์ไปตบหน้าแฟนเก่าโฮสต์ได้ครับ *-*
“ไม่ต้องพูดถึงผู้ชายคนนั้นที่เป็นรอยด่างในชีวิตของฉันเลย มันรู้สึกสะอิดสะเอียนมาก”
(^_^) ตงตง
หลังจากหาที่พักเป็นโรงแรมขนาดกลาง ๆ ค่าเข้าพักต่อคืน 40 หยวน ถือว่าแพงมากแต่ถิงถิงไม่มีทางเลือกเพราะต้องเลือกความปลอดภัยเอาไว้ก่อน หลังจากได้กุญแจห้องมาจากเจ้าหน้าที่ของโรงแรมแล้วเธอรีบอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีจากนั้นค่อยออกไปหาอะไรกิน แล้วค่อยไปขายโสมที่ร้านสมุนไพรถงเหริน
ในตอนที่ออกมาหาอะไรกินเธอไปขอใช้โทรศัพท์ที่โรงแรมเพื่อโทร ไปหาเหม่ยอิงที่ปักกิ่ง เหม่ยอิงบอกให้เธอไม่ต้องกังวลและถามถึงโรงแรม ที่ถิงถิงพัก จากนั้นพี่สาวของเหม่ยอิงจะมาหาที่โรงแรมและเป็นคนพาเธอไปขายโสมด้วยตัวเอง หลังจากขอบอกขอบใจเพื่อนรักอยู่หลายครั้งถิงถิงถึงได้วางสายและกลับไปรอพี่สาวของเหม่ยอิงมารับที่โรงแรม
หลังจากนั้นไม่นานจินเหม่ยหลานพี่สาวของเหม่ยอิงก็มารับและพาเธอไปยังร้านสมุนไพรถงเหริน เมื่อไปถึงก็พบว่ามีคนมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว เป็นชายชราท่าทางใจดีคนหนึ่ง
“สวัสดีค่ะลุงถง นี่คือเพื่อนของน้องสาวฉันที่เคยบอกลุงเอาไว้เธอมีสมุนไพรต้องการขายให้กับทางร้านค่ะ”
“สวัสดีค่ะคุณลุง ฉันเซี่ยถิงถิงค่ะ”
“โอ้ไม่ต้องมากพิธีไปหรอก แม่หนูเหม่ยหลานเองก็นั่งลงเถอะไหนมีอะไรมาขายเอาออกมาให้ลุงดูหน่อย จะได้ประเมินราคากัน หากว่า แม่หนูพอใจจะได้ทำการค้ากันเลย”
“นี่ค่ะคุณลุง เป็นโสมป่าพวกเราเจอมันตอนที่ไปสำรวจภูเขาที่เช่า มาใหม่ค่ะ”
“แม่หนูโชคดีจริง ๆ เลยนะ” ชายชราว่าพลางมือก็รับเอากล่องใส่โสมมาและเปิดมันออกทันที
“คุณลุง เป็นอย่างไรบ้างคะ พอจะขายได้หรือเปล่าคะ” ถิงถิงที่เห็นชายชราเอาแต่จ้องโสมในกล่องอยู่นานถึงได้เอ่ยปากถามออกมา
“ขายได้ ขายได้ อย่างแน่นอน แม่หนูโชคดีมากเลยนะ นี่เป็นโสมคนที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปีเลยทีเดียว หากแม่หนูยินดีที่จะขายให้ทางร้านของเรา รับรองได้ว่าทางเราจะให้ราคาที่ดีกับแม่หนูแน่”
“ฉันต้องการขายค่ะ เชิญคุณลุงว่ามาได้เลย”
“ด้วยคุณภาพของโสมและอายุของโสมที่มากกว่า 100 ปี อีกทั้ง โสมถูกขุดออกมาได้สมบูรณ์ส่วนของรากไม่เสียหายแม้แต่น้อยอีกทั้งยัง ทำความสะอาดและเก็บรักษาอย่างถูกวิธี ลุงให้ต้นละ 20,000 หยวนแม่หนูพอใจหรือไม่”
“พอใจค่ะคุณลุง ฉันตกลงขายค่ะ”
“แม่หนูรอสักครู่ ว่าแต่แม่หนูจะรับเป็นเงินสดหรือจะให้ทางเรา ไปฝากเข้าบัญชีให้ ถ้าฝากเข้าบัญชีต้องรอนานหน่อยเพราะลุงต้องเป็นคนเอาเงินไปฝากด้วยตัวเอง”
“รับเป็นเงินสดค่ะ”
“ได้ รอสักครู่ ลุงจะเข้าไปเอาเงินมาจ่ายให้”
หลังจากชายชราเดินเข้าไปในหลังร้านซึ่งเป็นส่วนที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ถิงถิงนั่งรอภายในร้านขายสมุนไพร เหม่ยหลานบอกกับถิงถิงว่าถึงแม้ว่า เซี่ยงไฮ้จะไม่ใช่เมืองหลวงแต่ที่นี่เศรษฐกิจดีกว่าเมืองหลวงมากนัก ทุกสิ่ง ทุกอย่างสามารถหาซื้อได้ที่นี่และราคายังถูกกว่าเมืองหลวงอย่างปักกิ่งมาก
หลังจากได้รับเงินค่าโสมแล้วถิงถิงมุ่งหน้าไปที่ธนาคารที่อยู่ไม่ไกลมากเพื่อนำเงินทั้งหมดฝากเข้าบัญชีของเธอ หลังจากนั้นเธอได้ให้เหม่ยหลานพาไปที่ร้านขายรถสามล้อและรถบรรทุกขนาดใหญ่เพื่อสอบถามราคา ในอนาคตรถบรรทุกเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีไว้
รถสามล้อขนาดใหญ่ราคาขายอยู่ที่คันละ 1,200 หยวนเลยทีเดียว นับว่าราคาขึ้นมามากจากเมื่อสามสี่ปีที่แล้ว ส่วนรถบรรทุกอยู่ที่คันละ 4,000-6,000 หยวนแล้วแต่ขนาดเล็กใหญ่ ด้วยจำนวนเงินในมือของถิงถิงตอนนี้สามารถซื้อรถบรรทุกได้แล้ว แต่เธอยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อในตอนนี้เธอเพียงแค่ซื้อรถสามล้อ 1 คันเท่านั้น จากนั้นให้ทางร้านจัดส่งไปยังอำเภอบ้านเกิดของเธอ
“พี่เหม่ยหลานฉันคงต้องกลับวันนี้เลยนะคะ ที่บ้านมีงานอีกมาก ที่จะต้องทำ ภูเขายังไม่ได้จัดการอีกสองลูก ต้นกล้าผลไม้ยังไม่ได้ไปซื้อมาเพิ่ม เอาไว้สวนผลไม้ของฉันเติบโตและออกดอกออกผลเมื่อไหร่ฉันจะส่งมาให้พี่ ได้ลองชิมนะคะ”
“ตกลงพี่จะรอกินนะ หากเธอมีอะไรให้พี่ช่วยก็ติดต่อมาได้เลย พี่เต็มใจ เหม่ยอิงเจ้าน้องโง่คนนั้นก็ไม่ยอมกลับมาทำงานที่บ้านไม่รู้ว่าจะหลงระเริงอยู่เมืองหลวงทำอะไร ไม่ใช่ว่าที่บ้านไม่มีงานให้ทำเสียหน่อย”
“เหม่ยอิงคงกำลังสนุกกับงานค่ะ และเงินเดือนที่ได้ไม่นับว่าน้อย เงินเดือนมากขนาดนั้นถ้าจะลาออกเหม่ยอิงคงจะเสียดายน่ะค่ะ”
“แล้วเธอไม่เสียดายเหรอ ถึงได้ลาออกมาล่ะ เท่าที่รู้เธอเงินเดือนมากกว่าเหม่ยอิงเสียอีกนะ”
“ไม่เสียดายค่ะ หนูอยากกลับมาพัฒนาบ้านเกิดและทำให้เห็นว่า การเป็นชาวไร่ชาวนาก็ไม่ได้แย่ พวกเรามีเกียรติและศักดิ์ศรีเช่นกันค่ะ การตบหน้าที่ดีสำหรับคนที่ดูถูกเราคือการร่ำรวยจากสิ่งที่เขาดูถูกดูแคลนต่างหากล่ะคะ ฉันคงต้องไปก่อน ขอบคุณพี่มากสำหรับการช่วยเหลือ ในครั้งนี้ค่ะ”
“เอาไว้พี่ว่างแล้วจะไปเที่ยวหาเธอนะ”
“ยินดีต้อนรับพี่เสมอค่ะกลัวแต่พี่จะรังเกียจว่าพวกเราเป็นเพียงชาวบ้านในหุบเขาอันห่างไกลเท่านั้น”
“รังเกียจอะไรกันเธอก็พูดเกินไป รีบไปเถอะประเดี๋ยวจะไม่ทันรถไฟเที่ยวนี้”
“ลาก่อนค่ะ เอาไว้มีโอกาสพี่อย่าลืมไปเยี่ยมพวกฉันนะคะ”
หลังจากโบกมือลาจินเหม่ยหลาน ถิงถิงมุ่งหน้าไปที่สถานีรถไฟทันที ส่วนรถสามล้อจะไปถึงในอีก 5 วันข้างหน้าเธอจะใช้ข้ออ้างนี้เอารถสามล้อ ที่ได้รางวัลจากระบบออกมาใช้เสียทีเดียวกัน ส่วนเมล็ดผักและต้นกล้าผลไม้เธอสามารถซื้อจากระบบได้ เพียงแต่จะต้องหาข้ออ้างให้ดีเวลาที่ขนต้นกล้ากลับบ้าน การเริ่มต้นเป็นไปด้วยดีต่อไปนี้เราจะใช้ความร่ำรวยตบหน้าคน ที่ดูถูกเหยียดหยามชาวไร่ชาวนา
